คนเราจิตใจดีเป็นสิ่งที่สำคัญ...


คนเราจิตใจดีเป็นสิ่งที่สำคัญ...

การรักษาศีลก็คือ “ใจตั้งใจที่จะตัดกรรมตัดเวรจากบาปทั้งหลายทั้งปวง มีหลักจิตใจเป็นข้อวัตรปฏิบัติ...”

การประพฤติปฏิบัติของเราอยู่ที่ไหน...?

การประพฤติปฏิบัติของเราอยู่ทุกหนทุกแห่ง เราอยู่ที่ไหนก็ปฏิบัติที่นั่น ปฏิบัติเข้ามาที่จิตที่ใจ “กายของเรา วาจาของเรา มันเป็นผลมาจากใจของเราที่สั่งให้คิด สั่งให้พูด สั่งให้ทำ”

การรักษาศีล การปฏิบัติธรรม พระพุทธเจ้าท่านให้เราเน้นมาที่จิตใจ... รู้ว่าอันไหนผิดก็ไม่คิด ไม่พูด ไม่ทำ ถ้าเราไม่แจ่มแจ้งยังสงสัยอยู่ก็ไม่ทำ เน้นที่จิตใจ ที่เจตนาเป็นสิ่งที่สำคัญ


เราอยู่ในบ้าน ในที่ทำงาน ในสังคม... พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าเป็นโอกาสดี เป็นบารมีที่เราจะได้รักษาศีลปฏิบัติธรรม พระพุทธเจ้าท่านไม่ให้เราคิดว่า เราอยู่ในสังคมนั้นสิ่งแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย ไม่เหมาะกับการรักษาศีล มันปฏิบัติไม่ได้ มันลำบาก พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า “โอกาสอย่างนี้แหละคือโอกาสของการปฏิบัติธรรม ถ้าไม่มีสิ่งที่มาขัดจิตขัดใจของเรา เราก็ไม่มีโอกาสประพฤติปฏิบัติธรรม...”

ชีวิตของเราในชีวิตประจำวัน เราเลือกไม่ได้แล้วแต่อะไรจะมาเกิด มีทั้งสิ่งที่ดีไม่ดี สบายบ้างลำบากบ้าง  พระพุทธเจ้าท่านไม่ให้เราคิดท้อแท้ อ่อนแอ หลบหลีก  “ว่าสิ่งไหนข้าฯชอบข้าฯก็จะทำ สิ่งไหนข้าฯไม่ชอบ ข้าก็จะไม่ทำ”

พระพุทธเจ้าท่านให้เรารัก ให้เราชอบทุกสิ่งทุกอย่างที่มันเกิดขึ้น เพื่อที่จะได้ฝึกจิตใจ สร้างความดี สร้างบารมี

ถ้าเราจะเลือกเอาแต่สิ่งที่ดีที่ถูกใจ พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า “มันไม่ถูก” เราเป็นคนรักความสุขไปเกลียดความทุกข์นั้นไม่ได้ เพราะว่าความสุขความทุกข์มันเป็นสมบัติของเราที่เราเกิดมา

เราเกิดมาแล้วก็มีทั้งสุขทั้งทุกข์ มีทั้งฤดูร้อน ฤดูหนาว ฤดูฝน มีทั้งได้มาเสียไป

สิ่งที่เราไม่พึงปรารถนาก็คือความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความพลัดพราก อย่างนี้มันก็มีหมด ถ้าเราจะไปเอาอย่างหนึ่งแล้วไม่เอาอีกอย่างหนึ่งก็ไม่ได้ เพราะมันเป็นสมบัติของเรา  ที่เกิดมา จะเก่งเท่าไหร่ มีปาฏิหาริย์เท่าไหร่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้

พระพุทธเจ้าท่านจึงตรัสว่าให้ปรับที่จิตใจ แก้ที่จิตใจ ให้เป็นคนไม่มีทุกข์ทางใจ  ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จะตั้งอยู่ จะดับไป ให้รู้จักทำใจว่า “ช่างหัวมัน”

ความสุขทุกคนก็ต้องการ ความร่ำรวยทุกคนต้องการ ลูกหลานมีเงินเราก็ต้องการ  อันนี้เป็นความรู้สึกนึกคิด เป็นความต้องการของเรา แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็ได้ตามใจของเราบ้าง ไม่ได้ตามใจของเราบ้าง

พระพุทธเจ้าท่านให้เราหยุดให้มันได้ ให้ใจของเรามันรอได้ อย่าเป็นคนวิ่งตลอด  หัวใจเป็นคนวิ่งด้วยความอยาก หัวใจมันรวดเร็วว่องไว ต้องทำใจให้สงบ ให้มีความสุขให้มันได้


เราเป็นคนเก่ง เป็นคนฉลาด แต่เรามีเกียร์วิ่งอย่างเดียว เกียร์หยุดเกียร์พักผ่อนมันไม่มี

เราเดินทางไกลเราใช้พาหนะ เราก็ต้องมีทั้งเกียร์วิ่ง เกียร์หยุด เกียร์พักผ่อน  ถ้าวิ่งอย่างเดียวเครื่องมันก็ร้อน เครื่องมันก็พัง ร่างกายของเราก็เหมือนกันที่จะนำจิตใจ  ของเราเข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน “หัวใจของเรามันฟุ้งซ่านแตกกระจุยกระจาย...”

พระพุทธเจ้าท่านสอนให้เราพากันทำจิตใจมีสมาธิ ให้มีความสุข ความสงบ  ความเย็นอกเย็นใจ ฝึกไม่เอาไม่มีไม่เป็น ฝึกปล่อย ฝึกวาง หายใจเข้าก็พักผ่อน สงบ สบาย หายใจออกก็พักผ่อน สงบ สบาย ฝึกจิตใจของเราสงบ ทำจิตใจของเราให้ขาว ให้สะอาด  ให้บริสุทธิ์ ถ้าไม่อย่างนั้นก็จะเหมือนเครื่องบินที่มันบินอยู่บนท้องฟ้า มันไม่มีสนามลงจอด น้ำมันจำกัด “หมดก็ตก”  

สมาธิได้แก่ จิตใจที่ไม่มีความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นจิตใจปราศจากซึ่งตัวซึ่งตน สงบ เย็น เป็นจิตใจที่ว่างเปล่าปราศจากทิฏฐิมานะ อัตตาตัวตน

พระพุทธเจ้าท่านให้ทุกคนปฏิบัติให้ได้ฝึกให้ได้ จิตใจเรายังไม่เข้าถึงพระนิพพาน  ฝึกสมาธิไปก่อน ปฏิบัติสมาธิไปก่อน ใจมันสงบ ใจมันเย็น ปัญญามันจะเกิด  ปัญญาจึงจะได้รู้ว่าจะดับทุกข์ได้ คือการไม่โลภไม่หลงไปตามอารมณ์ความเห็นแก่ตัวไป  มีแต่เป็นผู้เสียสละ ทำงานก็เพื่อเสียสละ รับศีลก็เพื่อเป็นผู้เสียสละ

คนเสียสละมันดีมาก ประเสริฐมาก ตัวเองก็มีความสุข คนอื่นก็มีความสุข  มีความสะดวกสบาย ไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง เป็นผู้ที่เสียสละ ปฏิบัติธรรมะได้ทุกหนทุกแห่ง ทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน ทั้งที่มาวัด เพราะความเป็นพระของเราอยู่ที่จิตใจ

พระพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจอย่างนี้ เราจะได้ประพฤติธรรมปฏิบัติธรรมทุกหนทุกแห่ง มาวัดก็ปฏิบัติธรรม อยู่ที่บ้านไปที่ทำงานก็ปฏิบัติธรรม คนอื่นเขาจะปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติ  ก็ช่างหัวเขา เพราะตัวเราเองก็หายใจเอง เดินเหินเปลี่ยนอิริยาบถเอาเอง

พระพุทธเจ้าท่านไม่ให้มองว่าคนอื่นเขาไม่ทำไม่ปฏิบัติ ไม่ให้มองอย่างนี้...! อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ถ้าไปเปรียบเทียบกับคนอื่นเดี๋ยวใจมันไม่สงบ

ทำความดีนะไม่ต้องอาย ไม่ต้องกลัว ทำความชั่วทำความไม่ถูกต้องจึงต้องอายต้องกลัว “เรามองให้มันเป็น มองให้สงบ ให้เย็น จะได้ไม่เดือดร้อน ไม่มีปัญหา...”

คนเขาใจร้อนก็ช่างหัวเขา เราเป็นคนดีอย่างนี้ เป็นคนไม่พูดร้าย ไม่ทำร้าย ทั้งกาย  ทั้งวาจา ทั้งจิตใจ

ต้องกลับมาหาตัวเองให้มาก ๆ อย่างนี้ ชีวิตคนเราจึงจะมีประโยชน์ มีความหมาย  จึงจะประเสริฐที่เราเกิดมาเป็นมนุษย์ ได้สร้างบารมี เป็นผู้ที่ทำแต่ความดี ทำแต่บุญกุศล  ให้ถึงพร้อม ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท

พระพุทธเจ้าท่านให้เราเป็นผู้ที่คิดเป็นมันถึงจะเกิดปัญญา เลือกเอาแต่สิ่งที่ดี ๆ  สิ่งที่ไม่ดีไม่ต้องเอามาคิด ไม่ต้องเอามาพูด ไม่ต้องเอามากระทำ

บริหารจิตบริหารใจตัวเอง บริหารคำพูดของตัวเอง บริหารการกระทำของตัวเอง

ร่างกายดี ร่างกายแข็งแรง พระพุทธเจ้าท่านให้เราถือศีลเนกขัมมะ เอาความสุขทางจิตใจ ทางสมาธิให้มากขึ้น เพราะความสุขทางจิตใจนี้สำคัญ เราพึ่งพาอาศัยความสุขทางกายทางสิ่งภายนอก มันสู้ความสุขทางจิตใจที่มีศีลมีธรรมไม่ได้

อาทิตย์หนึ่งอย่างนี้ รักษาศีลเนกขัมมะสักวันหนึ่งสำหรับผู้ที่ร่างกายแข็งแรง

เราจะเอาความสุขทางรูป เสียง กลิ่น รส ดูหนัง ฟังเพลง เล่นอินเตอร์เนท เล่นโน๊ตบุ๊ค ไอแพด ไอโฟน เราก็ไม่ได้เอาความสุขทางจิตใจเลย เราไปรับเอาแต่ความสุขความเพลิดเพลิน เราพากันไปติดในอารมณ์ของสวรรค์กันมากเกิน

พระพุทธเจ้าท่านให้เราพากันถือศีลเนกขัมมะ ถือศีลอุโบสถกันบ้าง เป็นการพัฒนาตน ถ้าเราไม่มีข้อวัตรปฏิบัติให้กับตัวเอง จิตใจของเรามันก็ไม่เจริญไม่ก้าวหน้า เพราะคนเรารู้อย่างเดียวไม่พอ ต้องนำความรู้มาเป็นข้อวัตรปฏิบัติ มาฝึกมาฝืน มาอดมาทน มาสงบ  มาเยือกเย็น เอาธรรมะมาฝึกมาไว้ในชีวิตประจำวันให้มาก ๆ ยิ่ง ๆ ขึ้นไป

พระพุทธเจ้าท่านไม่ให้เราตั้งอยู่ในความประมาท เพราะความประมาท  ความเพลิดเพลินเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เราต้องท่องเที่ยวในวัฏฏะสงสาร ทุกคนส่วนใหญ่  มันประมาท ตั้งอยู่ในความประมาท

ดีแล้ว ประเสริฐแล้ว มาฆบูชาปีนี้ที่ญาติโยมมานอนวัดถือศีลปฏิบัติธรรม ขออนุโมทนา

พระพุทธเจ้าท่านให้เราฝึกให้ใจมันสงบ มาอยู่วัดให้อยู่กับตัวเองให้มาก ๆ ไม่จำเป็น  ก็ไม่ต้องพูดไม่ต้องคุย ฝึกอยู่กับลมหายใจเข้าสบายออกสบาย ใจเราก็สงบเย็นลงได้

ทำวัตรสวดมนต์ให้ตั้งใจทำให้มีความสุข ไม่เคยเดินจงกรมก็ฝึกเดินเพื่ออกกำลังกาย เพื่อให้จิตใจสงบ...


พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ที่องค์พ่อแม่ครูอาจารย์เมตตาให้นำมาบรรยาย

ค่ำวันอาทิตย์ที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๖


หมายเลขบันทึก: 531310เขียนเมื่อ 25 มีนาคม 2013 18:21 น. ()แก้ไขเมื่อ 25 มีนาคม 2013 18:21 น. ()สัญญาอนุญาต: ไม่สงวนสิทธิ์ใดๆ


ความเห็น (1)

ต้องกลับมาหาตัวเองให้มาก ๆ อย่างนี้ ชีวิตคนเราจึงจะมีประโยชน์ มีความหมาย  จึงจะประเสริฐที่เราเกิดมาเป็นมนุษย์ ได้สร้างบารมี เป็นผู้ที่ทำแต่ความดี ทำแต่บุญกุศล  ให้ถึงพร้อม ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท  เห็นด้วยค่ะ

ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี