แนวโน้มเศรษฐกิจไทย

แนวโน้มเศรษฐกิจไทยใน ปี 2550

           เศรษฐกิจไทยในปี 2550 น่าจะมีศักยภาพที่จะฟื้นตัวได้ดี ขึ้นด้วยเหตุผลดังนี้

    1. การปรับลดลงของราคาน้ำมันที่ช่วยให้อัตราเงินเฟ้อลดลงไปอีก และยืนยันว่าเราจะได้เห็นการปรับลดดอกเบี้ย ของธนาคารแห่งประเทศไทยในปลายไตรมาส 1 หรือต้นไตรมาส 2 ของปี 2550

    2. ราคาน้ำมันที่ลดลงพร้อมกับการส่งออกที่จะยังขยายตัวดีพอใช้ใน 12 เดือนข้างหน้าจะช่วยทำให้ประเทศไทย เกินดุลบัญชีเดินสะพัด (เพราะการลงทุนจะยังไม่สามารถฟื้นตัวได้เต็มที่ ทำให้การนำเข้าไม่ขยายตัวมากนัก) ซึ่งแปลว่าเศรษฐกิจจะไม่ขาดสภาพคล่องและสามารถดำเนินนโยบายการเงินการคลัง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยไม่ต้องมีข้อกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพหรือการขาดความสมดุลทางเศรษฐกิจ

    3. ธนาคารแห่งประเทศไทยส่งสัญญาณแล้วว่าพร้อมจะสนับสนุนการดำเนินนโยบายขาดดุลงบประมาณของภาครัฐ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่นโยบายการเงินจะเดินไปทางเดียวกับนโยบายการคลัง อันจะช่วยให้การออกพันธบัตรของรัฐบาลเพื่อกู้ยืมเงินไปทำงบประมาณขาดดุล ส่งผลกระทบข้างเคียงน้อยที่สุด

     4. ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งขึ้นตามค่าเงินสกุลต่างๆ ในเอเชียโดยเฉพาะการคาดการณ์ว่า จีนจะต้องยอมให้เงินหยวนแข็งค่าขึ้นประมาณ 3-5% ในช่วง 6 เดือนข้างหน้า ทำให้นักลงทุนไม่กลัวว่าเงินบาทจะอ่อนค่าลง และเป็นการเอื้ออำนวยต่อการไหลข้าวของเงินทุนมายังประเทศไทย

     5. ทั้งนี้ คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะมีการเติบโต 4-4.5% ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยจากเศรษฐกิจโลกที่มีการชะลอตัว แต่ในด้านโครงสร้างของประเทศไทยถือว่ามีความแข็งแรงดี ซึ่งการลงทุนในภาคเอกชน ก็เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งจะโต 8-9 % จากการลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคภาครัฐ (เมกะโปรเจกต์)ซึ่งจะเกิดในช่วงครึ่งปีหลังอย่างน้อยหนึ่งโครงการคือ โครงการระบบขนส่งมวลชน อย่างไรก็ตาม คาดว่าการส่งออกจะมีการเติบโตที่ 11% การนำเข้าโต 10% ซึ่งไทยจะมีการขาดดุลการค้า 4,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และดุลบัญชีเดินสะพัดอยู่ที่ 3,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมองอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 4-4.2% จากราคาน้ำมันที่มีการปรับตัวลดลง ก็จะทำให้อัตราเงินเฟ้อลดลงเช่นกัน และคาดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารสหรัฐ (เฟด) จะมีการปรับเพิ่มขึ้นอีกอยู่ที่ 4.50 % ซึ่งจะมีการปรับขึ้นอีก 0.25% หลังจากนั้นคาดว่าเฟดจะมีการปรับลดดอกเบี้ย

     6.จากการที่ทหารทำการยึดอำนาจจากรัฐบาล นายก ทักษิณ ชินวัตร เพื่อปฏิรูปการเมืองใหม่ และจัดตั้งรัฐบาลรักษาการชุดใหม่ จากนั้นก็จะคืนอำนาจสู่ประชาชน จัดให้มีการเลือกตั้ง ใหม่ และไล่ตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลของโครงการก่อสร้างต่างๆ ที่รัฐบาลชุดก่อนทำไว้พร้อมนำคนผิดมาดำเนินการตามกฎหมาย เมื่อ การเมือง นิ่งและมีเสถียรภาพ นโยบายในการบริหารประเทศก็จะมั่นคง ส่งผลให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นพร้อมที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศมากชึ้น ในปีหน้าสภาพเศรษฐกิจหน้าจะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ