ประสบการณ์การพัฒนาวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง
วันที่ 24 มิถุนายน 2555
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2555 กศน.อำเภอพระนครศรีอยุธยา ในฐานะเจ้าภาพศูนย์เทียบระดับการศึกษาแนวใหม่ ได้ไปร่วมการสัมมนาวิชาการของผู้เข้ารับการประเมินเทียบระดับการศึกษา(แนวใหม่) ครั้งที่1/2555 ภายใต้การบริหารจัดการของผู้อำนวยการ กศน.อำเภอพระนครศรีอยุธยา นายพานิช ศรีงาม และเจ้าหน้าที่งานเทียบระดับการศึกษา คณะกรรมการประเมินมิติประสบการณ์ และเครือข่ายเจ้าหน้าที่ศูนย์เทียบระดับร้องใหม่ กศน.อำเภอบางปะอิน และกศน.อำเภอเสนา ณ บ้านทุ่งกระโปรง ม.12 ต.ป่าขะ อ.บ้านนา จ.นครนายก โดยมีนายสมหมาย เกตุแก้ว ผู้ใหญ่บ้าน บ้านทุ่งกระโปรงให้การต้อนรับ ที่แรกที่สัมผัสกับบ้านทุ่งกระโปรงก็คือศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ผู้เข้ารับการประเมินเทียบระดับการศึกษา จำนวน 21 คน ได้รับความรู้ด้านวิชาการและศึกษาดูงานหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ระดับ “พออยู่ พอกิน ” เพื่อที่จะได้นำสิ่งที่ได้เรียนรู้จากบ้านทุ่งกระโปรงมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติพัฒนาหมู่บ้านของตนเองให้เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อที่จะได้ก้าวไปสู่การพัฒนาหมู่บ้านที่เข้มแข็งและยังยืนไม่หลงทางในกรอบความคิด
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากบ้านทุ่งกระโปรงก็คือ “เป็นการใช้ชีวิตแบบพอมี พอกิน ไม่ใช้จ่ายเกินตัว รู้จักประหยัด อดออม ไม่สร้างหนี้สินให้เกินความจำเป็น ไม่ฟุ้งเฟ้อ โดยสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจที่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุข ชุมชนมีภูมิคุ้มกันทางสังคม ชุมชนมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และรู้จักแบ่งปัน ทำให้สามารถสร้างความสุขให้แก่ตนเอง ครอบครัว หมู่บ้าน/ชุมชนแนวทางการดำเนินชีวิตแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยชักชวน แนะนำ และสร้างความเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้
- รณรงค์การปลูกพืชแบบผสมผสาน
-
ใช้วัตถุดิบที่มีในชุมชนให้ได้ประโยชน์สูงสุด
-
ให้ความช่วยเหลือในด้านการพัฒนาคนให้รู้จัก รัก และสามัคคีกัน
เพื่อนำไปสู่การพึ่งพาตนเองและชุมชนเข้มแข็ง
-
เราต้องเริ่มปรับเปลี่ยนตั้งแต่ตัวเองและผู้คนใกล้ ๆ ตัวเรา
- เราได้รู้วิธีทำงาน
แล้วคิดว่าเราต้องทำให้ได้บ้าง
-
กลับมาพูดคุยกับผู้นำหมู่บ้านเพื่อสร้างเครือข่ายหมู่บ้าน
เพื่อสร้างความภูมิใจที่เป็นผู้นำที่นำความรู้กลับมาถ่ายทอดและใช้ประโยชน์
- ตั้งกลุ่มองค์กรต่าง ๆ เช่น
เกษตรผสมผสาน ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ให้มากที่สุด
-
นำความรู้ไปถ่ายทอดให้ชาวบ้านทราบและปฏิบัติให้เห็นเป็นรูปธรรม
- สอนให้คนรู้จักใช้ชีวิตร่วมกัน
ทำงานทุกอย่างร่วมกัน ไม่ต่างคนต่างทำ
ช่วยกันคิดแก้ไขปัญหา
-
นำความรู้ที่ได้รับเพิ่มจากการปลูกผักปลอดสารพิษ
ไปใช้ในการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงในชุมชน
-
นำความรู้ที่ได้รับมาเป็นแนวคิดในการใช้ทรัพยากรหรือทุนในชุมชนให้ได้ประโยชน์มากที่สุด
-
เริ่มจากการถ่ายทอดการเรียนรู้ที่ได้รับจากการประชุมเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ตามเศรษฐกิจพอเพียง
ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้
-
แนะนำให้ครัวเรือนและคนใกล้เคียงจัดทำบัญชีครัวเรือน
- มีระเบียบวินัยในการใช้จ่าย โดยออมเงิน 1 ส่วน ใช้จ่าย
3 ส่วน
- การปลูกผักสวนครัว และมีการแนะนำให้ใช้ปุ๋ยชีวภาพ
การแนะนำให้ปลูกพืชผักกินโดยไม่ใช้สารพิษ (ปุ๋ยเคมี)
และปลูกพืชผักสวนครัวรั้วกินได้
- ทำการเกษตรโดยใช้ปุ๋ยจากการผลิตเองตามธรรมชาติ เช่น
มูลสัตว์ ซากพืช
- การจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายในครัวเรือน
ซึ่งจะได้ปรับปรุงความเป็นอยู่ และประมาณตัวในการใช้จ่าย
- ลดต้นทุนในการผลิตให้ต่ำที่สุด
เพื่อเพิ่มรายได้ให้มากขึ้น อาทิเช่น ลดปุ๋ยเคมีจาก 100% ให้เหลือ 20%
โดยใช้ปุ๋ยหมัก/ชีวภาพ/อินทรีย์แทน และหากมีพื้นที่ว่างข้างบ้าน
จะปลูกพืชผัก สวนครัวเพื่อการบริโภค เช่น ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด
เป็นต้น รวมทั้งการปลูกพืชหมุนเวียน
- การให้ความรู้แก่ชุมชนหมู่บ้านให้ปลูกผัก
เลี้ยงสัตว์ไว้บริโภค โดยไม่ต้องซื้อเพื่อลดรายจ่าย
- สร้างความเข้มแข็งในชุมชน
โดยให้ชุมชนร่วมกันลด ละ เลิกอบายมุข ประหยัด และมัธยัสถ์
รวมทั้งเน้นการดำเนินชีวิตของบรรพบุรุษ การสืบสานทางวัฒนธรรม
- การประชุมประชาชนในหมู่บ้าน
เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
เน้นการพึ่งพาตนเอง และข้อตกลงร่วมกันเพื่อเริ่มต้นในการดำเนินชีวิต
และการพัฒนาชุมชน
ในการเข้าร่วมสัมมนาวิชาการของผู้เข้ารับการประเมินเทียบระดับการศึกษาครั้งที่1/2555 เพื่อเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้ารับการประเมินในรุ่นเดียวกัน เพื่อพัฒนาคุณลักษณะ คุณธรรม จริยธรรมของบุคคล สร้างจิตสำนึกร่วมกันในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของประชาชนนอกโรงเรียน
ฉะนั้น ผู้ที่ผ่านการประเมินเทียบระดับการศึกษา จะต้องเข้าร่วมกิจกรรมสัมมนาวิชาการจึงจะถือว่าเป็นผู้ผ่านการประเมินเทียบระดับการศึกษาอย่างสมบูรณ์







