วิธีการเลี้ยงโคของเกษตรกร

               จากการเข้าร่วมอบรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับกลุ่มเกษตรกรที่เป็นลูกค้ากับ ธกส. ซึ่งเกษตรส่วนหนึ่งอยู่ในกลุ่มที่จะเลี้ยงโคตรรามโครงการโค 1 ล้านตัว และอีกส่วนหนึ่งเป็นกลุ่มเกษตรกรที่เลี้ยงโคเป็นอาชีพเสริมอยู่แล้วและมีโคเป็นของตัวเอง และต้องการความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับวิธีการเลี้ยงโคตามหลักวิชาการ เมื่อมีการอบรมและนำเกษตรกรเหล่านี้ไปศึกษาดูงานฟาร์มเลี้ยงโคที่ประสบความสำเร็จ ก็พบวิธีการเลี้ยง การดูแลรักษา การจัดการ การตลาดและอื่น ๆ อีกหลายอย่าง ที่เป็นความรู้ทั้งทางวิชาการและวิชาเกินของเกษตรกรที่เป็นประโยชน์ต่อการเลี้ยงโค มาก ๆ ซึ่งวันนี้จะขอบอกเล่าถึงเรื่องอาหรโคโดยเฉพาะหญ้า เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

                เดิมทีแล้วชาวบ้านจะเลี้ยงโคพื้นเมืองกันตามบ้าน และพัฒนาเพื่อการค้า มีการพัฒนาพันธุ์ และเลี้ยงโคพันธุ์ลูกผสมมากขึ้น แต่การเลี้ยงและการให้อาหารที่ไม่เหมาะสมกับธรรมชาติของโคทำให้โคไม่สมบูรณ์และขายได้ราคาต่ำ รวมทั้งแหล่งอาหารตามธรรมชาติหรือตามที่สาธารณะก็มีน้อยลง ส่งผลต่อการขาดแคลนอาหารโค ดังนั้นเกษตรกรที่เลี้ยงโคในยุคนี้จึงมีการปลูกหญ้าให้โคกิน

                สถานที่ที่ใช้ปลูกหญ้า ส่วนใหญ่จะใช้พื้นที่ว่างเปล่าที่เกษตรกรไม่ได้ทำนา ขอบบ่อน้ำ บนคันนาใหญ่ บนเนินดินกลางนา โดยปริมาณของพื้นที่ปลูกหญ้ายังมีน้อยเพราะส่วนใหญ่เกษตรกรจะเลี้ยงโคพื้นเมืองที่สามารถปล่อยเลี้ยงตามที่สาธารณะได้ ส่วนโคที่ปลูกหญ้าให้กินส่วนใหญ่จะเป็นโคพันธุ์ลูกผสมบราห์มัน ฮินดูบราซิล และชาโรเลส์ซึ่งพันธุ์ยังมีน้อย

               พันธุ์หญ้าที่เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูก ก็คือ

              หญ้ากินนีสีม่วง เกษตรกรพบว่าเป็นหญ้าที่ตอบสนองต่อปุ๋ยและน้ำได้ดี เหมาะกับการปลูกตามหัวหัวไร่ปลายนาแต่ต้องอยู่ใกล้แหล่งน้ำ นั่นคือถ้ามีน้ำเพียงพอสามารถให้ผลผลิตหรือตัดได้ 6 ครั้งต่อ 1 ปี วิธีการปลูกนั้นทำได้ทั้งการหว่าน และการปลูกแบบยกร่อง แต่การปลูกโดยนำต้นพันธุ์ไปปักดำในพื้นที่ที่ยกร่องไว้จะสะดวกต่อการให้น้ำ ให้ปุ๋ย หญ้ามีอายุการใช้งานได้นานเนื่องจากลำต้นอยู่ลึกทนแล้งและเจริญเติบโตได้เร็วกว่าการหว่าน อีกทั้งยังประหยัดเมล็ดพันธ์ได้ดีกว่า

               หญ้าขน จะปลูกในพื้นที่ลุ่มมีน้ำมากจะเจริญเติบโตได้ดี แต่ปัญหาที่เกษตรกรพบคือ เมื่อหญ้าขนแก่จะทำให้ลำต้นแข็งและโคจะไม่กิน และขนของหญ้าพันธุ์จะทำให้คนเกี่ยวเกิดอาการคัน ปัจจุบันไม่นิยมปลูกมาหนัก วิธีปลูกจะใช้วิธีการหว่านเมล็ดพันธุ์แล้วนำลำต้นไปปักดำจะทนแล้งได้มากกว่า เหมาะกับการปล่อยให้โคแทะเล็ม

               หญ้าแพงโกลา เป็นหญ้าที่เกษตรกรกำลังให้ความสนใจเพราะเป็นหญ้าที่มีเปอร์เช็นต์ของโปรตีนสูงและโคชอบกิน โดยเห็นได้จากเวลาตัดหญ้ากินนีสีม่วงกับหญ้าแพงโกลาให้โคกินพร้อมกันโคจะเลือกกินแต่หญ้าแพงโกลาให้หมดก่อนแล้วค่อยกินหญ้ากินนีสีม่วง แต่หญ้าชนิดนี้การปลูกในระยะเริ่มแรกนั้นยังให้ผลผลิตน้อยถ้าจะปลูกเฉพาะหญ้าชนิดนี้อย่างเดียวอาจทำให้หญ้าไม่เพียงพอได้ การแก้ปัญหาก็ทำได้โดยการปลูกหญ้าชนิดที่ให้ผลผลิตเร็วร่วมกับหญ้าชนิดนี้ด้วย หญ้าแพงโกล่าเจริญเติบโตได้ดีในที่ลุ่มมีน้ำมากถ้าอยู่ใกล้แหล่งชลประทานจะดี วิธีการปลูกที่อัตราการการงอกดีก็คือ การนำต้นกล้าไปปักดำ หรือใช้วิธีการหว่านลงไปในพื้นที่ที่ทำให้เหมือนกับนาตม โดยเมื่อหว่านลงไปในพื้นที่ที่เตรียมไว้แล้วให้ปล่อยให้น้ำขังพอปริ่ม ๆ 1 คืน และปล่อยน้ำทิ้ง หญ้าจะติดดี หรือถ้ามีน้ำน้อยดินเป็นเลนหรือโคลนแฉะ ก็ใช้วิธีนำต้นกล้าไปแช่น้ำ 1- 2 วัน ให้รากงอกออกจากลำต้นแล้วค่อยนำต้นกล้าไปหว่านในพื้นที่ ไม่ควรหว่านหนาเพราะเมื่อตัดไปหลาย ๆ รอบ ลำต้นของหญ้าจะงอกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หญ้าจะหนาเกินไปลำต้นจะเล็ก เมื่อหว่านไปแล้วในรอบแรกนั้นต้นหญ้าจะขึ้นเพียงบาง ๆ ยังไม่ต้องตกใจ ให้ตัดแล้วให้ปุ๋ยให้น้ำ หญ้าจะงอกและเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าดูแลดี ๆ จะตัดได้ 8 ครั้ง ต่อ 1 ปี

แปลงหญ้าแพงโกลา

               ถั่วท่าพระ จะมีเกษตรกรปลูกไม่กี่ราย เนื่องจากส่วนใหญ่ยังไม่รู้จัก คิดว่าโคกินแต่หญ้าอย่างเดียว ถั่วท่าพระเป็นพืชทนแล้งเหมาะกับการปลูกบนที่ดอน ที่ที่มีน้ำน้อย ซึ่งน่าจะเหมาะกับเกษตรกรในภาคอีสานเรามาก เพราะสามารถปรับที่ดอนที่เคยทำไร่ปลูกพืชเชิงเดี่ยวมาเป็นปลูกถั่วท่าพระเสริมใช้เป็นอาหารโคในฤดูแล้ง ถั่วท่าพระมีข้อดีตรงที่ลำต้นตรงเก็บเกี่ยวง่าย เมื่อตัดแล้วให้ปุ๋ยก็เจริญเติบโตได้โดยไม่ต้องอาศัยน้ำมาก

แปลงถั่วท่าพระ

               โดยหญ้าที่กล่าวมาทั้ง 4 ชนิดนี้ จะมีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกันถ้าเกษตรกรจะเลี้ยงโคจำนวนมากควรปลูกผสมผสานกันทั้งหมด เพราะสามารถมีหญ้าให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี แต่ถ้าจะเลี้ยงโค ประมาณ 2-3 9 ตัว ควรเลี้ยงแบบประณีตและปลูกหญ้าแบบประณีตจะเหมาะสมกว่า

                 ส่วนปุ๋ยที่นำไปใส่ในแปลงหญ้านั้นก็ใช้ปุ๋ยคอกที่ได้จากมูลโคเป็นหลัก โดยก่อนไปเกี่ยวหญ้าก็ตัดมูลโคใส่กระสอบ ขนไปรอที่แปลงหญ้าเกี่ยวหญ้าเสร็จก็ใส่ปุ๋ยเท่ากับบริเวณที่ตัดไป เป็นการบริหารเวลาไปในตัว แต่ถ้าต้องการเร่งการเจริญเติบโตของหญ้า ปุ๋ยที่เหมาะที่สุดคือ ปุ๋ยยูเรีย เพราะมีสรรพคุณในการเร่งใบ

               ในพื้นที่รอบเขตเทศบาลอำเภอสตึก จะนิยมใช้บริการส่าเหล้า จากโรงงานผลิตเหล้า ส่าเหล้านั้นเป็นปุ๋ยคุณภาพดีมาก วิธีการใส่ที่เหมาะสมก็คือเมื่อเกี่ยวหญ้าแล้วก็ใช้วิธีให้รถขนส่าเหล้าวิ่งปล่อยส่าเหล้าลงในแปลงเป็นจุดจนน้ำส่าเหล้าซึมลงในดินให้มากที่สุด ส่าเหล้าช่วยเร่งการเจริญเติบโตของหญ้าได้ยาวนานกว่าปุ๋ยตามปกติ คือ ใสครั้งเดียวสามารถเกี่ยวหญ้าได้ทั้งปี

พรุ่งนี้มีต่อ

ขอบคุณค่ะ

พันดา เลิศปัญญา