น้องพลลูกพี่สมภพที่ผมเคารพนับถือ เค้าจบจากมหาวิทยาลัยมาแล้วและตอนนี้กำลังรองานที่เชียงใหม่อยู่ เค้าไม่อยากไปทำงานที่อื่น เนื่องจากมีหวานใจเป็นพยาบาลอยู่เชียงใหม่ ช่วงนี้รองานก็เลยกลับมาอยู่บ้านที่พิจิตรก่อน ผมเองก็ชักชวนให้ทำงานในวิชาชีพตนมาโชว์ในเว็บ ในเฟสบุ๊ค (เขาจบด้านมัลติมีเดีย พวกการตัดต่อ สร้างสรรค์ งานทางสื่อต่างๆ ) แต่น้องพลเขายังไม่ค่อยอยากทำอะไร ช่วงนี้ อยากพักก่อน คืนวานนี้คุณพ่อของเค้าก็เล่าเรื่องราวของผมให้น้องพล น่ะฟัง ซึ่งก็ทำให้ผมรู้สึกอึ้ง..ไปมากทีเดียวนะ
..

เฒ่า ตะลุยไซเบอร์(นามของพี่สมภพ)

  • เมื่อคืนก็เล่าเรื่องนี้ให้เค้า(น้องพล)ฟังด้วยเหมือนกัน
  • ว่าอาเพชรน่ะ(ตัวผม) ตอนมา ต้องปรับตัวแค่ไหนกับงานที่ต้องทำ
  • อ่านคู่มือภาษาอังกฤษก็ยังไม่ได้
  • กล้องก็ไม่เคยใช้มาก่อน
  • แต่เค้าก็สู้
  • และทุกวันนี้ เค้าใหญ่ในหน้าที่ของเค้าแล้ว

ถ้อยคำข้างบนนี้เป็นของพี่สมภพซึ่งสนทนากับผมบนเฟสบุ๊คนะ พี่สมภพน่ะซึ่งเคยให้คำชี้แนะและให้คำแนะนำในช่วงที่ผมมาทำงานใหม่ๆ เมื่อราวยี่สิบปีมาแล้วล่ะ เมื่อมองจากมุมมองคนนอก เราก็จะเห็นถึงความอ่อนหัด มือใหม่ของเรา ผ่านสายตาผู้อื่นเข้ามา

หากแต่วันนั้นผมเองก็ไม่ได้รู้สึกท้อหรือจะยอมแพ้อะไรเลย แต่รู้สึกว่าจะต้องทำให้สำเร็จ เราจะต้องผ่านจุดนี้ไปให้ได้ มากกว่านะ เมื่อมีใจแบบนี้ สิ่งอื่นก็จะตามเข้ามาเอง ..ความมุ่งมั่น ความพยายาม ก็เกิดขึ้น ช่วงนั้นผมมาทำงานเป็น จนท.โสตทัศนศึกษาฯ นะ ที่ รพ.พิจิตร กล้องก็เพิ่งเคยจับซ้ำยังเป็น fm 2 ของนิคอน ซึ่งถ่ายภาพด้วยการวัดแสงและปรับตั้งด้วยมือ มันเป็นอะไรที่ยากมากมายนะ ผมต้องขวนขวายอย่างมาก ยังจำได้ผมได้ทำสมุดบันทึกการถ่ายแนบกับรูปภาพในแต่ละขนาดรูรับแสงและชัตเตอร์สปีดด้วย เพื่อดูผลของการให้แสงที่มากไป น้อยไป ความชัดลึกของภาพ ผมได้ลงทุนไปกับการซื้อกล้องมาตัวหนึ่งด้วยนะ แล้วก็หัดถ่ายไปด้วย  งานที่ทำก็ไปได้ราบรื่นนะ เพราะมีพี่ที่เป็นงานทำอยู่ก่อนแล้ว พี่กินั่นเอง ซึ่งเค้าเก่งอยู่แล้ว ทำได้อยู่แล้ว ผมก็พยายามและก็ได้รับการเอื้อเฟื้อช่วยเหลือเรื่อยมานะ ไปได้อย่างสบายๆ  สิ่งที่น่าสนใจที่ทำให้ผมแปลกใจก็คือ..

คนอื่นไม่ได้คิดหรือเห็นเราว่าเป็นคนเก่งเลย ทำให้รู้ว่า เราไม่ใช่คนเก่ง แต่สิ่งที่หลายคนชื่นชมก็คือความใจสู้ ความไม่ยอมแพ้ต่างหากที่เค้ามองเห็นจากเรา

อึม..ผมนึกในใจ เราคือคนที่มุ่งมั่นและพยายามทำงาน นะเนี่ย

 ในสิ่งตรงนี้จริงๆ แล้วผมรู้สึกสนุกมากๆ มันท้าทาย และมันก็เป็นของเล่นของผมมาตั้งแต่สมัยเด็กแล้ว เนื่องจากที่บ้านค้าขาย ขายกาแฟน่ะ ผมเองก็ไม่มีเวลาไปเล่นสนุกกับเพื่อนอย่างที่ควรจะเป็น ผมเองก็จะสนุกกับการช่วยทำงานที่บ้าน ช่วยขายของ ช่วยส่งของ รับหน้าที่มากขึ้นจนขอไปซื้อของที่ตลาดเพราะจะได้ภูมิใจที่เก่งขึ้นและได้ขี่จักรยานขนของด้วย ตรงนี้ก็ได้ศึกษาการจดรายการ ได้ใช้ความรู้ด้านบวกลบเลขเนื่องจากต้องจ่ายตังค์รับเงินทอนให้ถูกต้อง ได้เรียนรู้การลืมของทำให้ต้องกลับไปซื้อใหม่ การซื้อของมาผิด สตางค์ตกหาย ร้านโน้นร้านนี้อยู่ตรงไหน อะไร อย่างไร โอ้..ตรงนี้สนุกมากจริงๆ ช่วงนั้นนะ ทำนานเข้าก็ชำนาญกลายเป็นหน้าที่ประจำ ผมก็เริ่มเบื่อนะ

ในบริเวณที่ร้านขายของตั้งอยู่ ปกติก็จะมีเด็กๆ วัยเดียวกันกับผมมาขายปาท่องโก๋นะ ขายหนังสือพิมพ์ ผมก็สนใจและได้รับการสนับสนุนด้วยเพราะที่ร้านคล้ายถูกเด็กๆจากร้านอื่นขายโอวัลติน กาแฟ ตัดหน้า ก็ส่งผมออกไปขายแข่งขันกับเขานะ ผมก็สนุกและได้แย่งกันขาย แย่งกันตื่นเช้าเพื่อเข้าถึงลูกค้าก่อนใคร กลายเป็นว่าต้องตื่นกัน สู้กันตีสอง ตีสามเลย ก็ทำได้ดีแต่ต่อมาผมก็อยากได้ตังค์เป็นของตัวเองเพราะเพื่อนคู่แข่งเราเค้าก็ได้กำไรกันทุกวัน มีสตางค์เยอะนะ ผมก็ขออนุญาตผู้ปกครองคุณย่าผมนั่นเอง ซึ่งท่านเป็นคนดุ ระเบียบนะ แต่สิ่งที่ขอตรงนี้มีเหตุผล ท่านก็อนุญาต ผมก็ใช้ข้ออ้างอันนี้ ไปรับของมาขายมั่ง ไปส่งหนังสือพิมพ์ ขายหนังสือพิมพ์ ขายโดนัท ขายไอศกรีม ได้ทำอะไรสารพัดแหละ  ผมก็สนุกมากกับตรงนี้และส่วนของรายได้ที่เป็นกำไรผมก็รับเองด้วย ก็มีไว้ซื้อของเล่นบ้าง อะไรบ้าง นี่ก็เป็นสิทธิ์ในส่วนที่เค้าอนุญาตนะ ก็ได้ทำอย่างนี้เรื่อยมา ปีกกล้าขาแข็งก็ทำงานค้าขาย รับจ้าง อะไรที่ได้ผลตอบแทนมากขึ้น

ตรงนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เวลาที่ผมมาทำงาน เมื่อได้งานที่ท้าทาย มันก็จะพยายามทำและก็ไม่เคยรู้สึกเบื่อเลย

จากข้อความข้างบน เมื่อมาทำงานใหม่ๆ ผมนั้นยังอ่านคู่มือภาษาอังกฤษไม่ได้ นี่ก็ทำให้ได้ย้อนคิดว่า ตอนนั้นผมเปิดดิกชั่นนารีแปลคู่มืองานโสตทัศนูปกรณ์ ไปมากเหมือนกัน จากการทำตรงนี้ผมก็เข้าใจคู่มือและก็สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกทีเดียว ทั้งหมดทั้งปวงนี่อธิบายความยิ่งใหญ่ของคำว่า ความพยายาม จริงๆ นะเนี่ย