โรคอ้วน (obesity)
เป็นโรคเรื้อรังจากหลายปัจจัยเนื่องจากพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจริงๆ ยังไม่รู้แน่ชัดว่าโรคอ้วนเกิดขึ้นได้อย่างไรและทำไมต้องเกิดขึ้น แต่มีความเกี่ยวข้องโดยรวมกับปัจจัยด้านสังคม พฤติกรรม วัฒนธรรม สรีรวิทยา การเผาผลาญอาหารให้เป็นพลังงาน (metabolism) และพันธุกรรม
เมื่อใดเรียกว่าอ้วน-ผอม? เกณฑ์การตัดสินความอ้วนผอม มีหลายวิธี เช่น
1. ใช้ตารางมาตรฐาน โดยใช้ตารางเทียบส่วนสูงกับน้ำหนักที่ควรจะเป็น โดยกำหนดว่าอ้วน เมื่อน้ำหนักเท่ากับหรือเกิน 20% ของค่าสูงสุดของเกณฑ์มาตรฐาน
2. หาค่าดัชนีความหนาของร่างกาย (body mass index; BMI) ซึ่งนิยมใช้กันในปัจจุบัน คำนวณหาได้จากสูตร
ดัชนีความหนาของร่างกาย = น้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม/(ส่วนสูงเป็นเมตร)2
|
ตาราง 1 แสดงการแบ่งกลุ่มน้ำหนักตัวโดยใช้ค่าดัชนีความหนาของร่างกาย |
|
|
|
BMI, kg/m2 |
|
น้ำหนักน้อย |
<18.5 |
|
น้ำหนักปกติ |
18.5-24.9 |
|
น้ำหนักเกิน |
25.0-29.9 |
บทบาทของนักกิจกรรมบำบัด
- แนะนำผู้รับบริการเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนอาหาร รับประทานอาหารที่ไขมันต่ำ ควรรับประทานอาหารจำพวกผักและผลไม้
- จัดกิจกรรมที่มีการเผาผลาญพลังงาน
- ฝึกการออกกำลังกายให้ผู้รับบริการ
- ส่งเสริมในเรื่องความมั่นใจในตนเอง ความภาคภูมิใจในตนเอง
- ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เช่น การทักทายผู้อื่น การเข้าสังคม และอื่นๆ
Frame of Reference (FoR)
Biopsychosocial Model (BPS)
1.Biological
-Body structure and body weight affect to muscles and joint pain.
2. Psychological
-Obesity affects to has stress and depression.
-having low self-esteem
3.Sociological
-Obese figure affects to feel low confidence and feel shy.
-Feeling isolated in society.