โรคเบาหวาน (Diabetes)
เป็นภาวะที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เนื่องจากขาดฮอร์โมนอินซูลิน หรือจากประสิทธิภาพของอินซูลินลดลง ซึ่งอาจเกิดโรคแทรกซ้อนต่ออวัยวะต่างๆได้ เช่น ระบบประสาท, ตา, และไต เป็นต้น และสามารถแบ่งแยกประเภทของเบาหวานได้ออกเป็น 4 ประเภท
อาการ
- ปัสสาวะบ่อย และอาจจะพบว่าปัสสาวะมีมดตอม
- หิวน้ำบ่อย
- อ่อนเพลีย น้ำหนักลด ทั้งที่กินอาหารตามปกติ
- การติดเชื้อ แผลหายช้า
- เห็นภาพไม่ชัด ชาไม่มีความรู้สึก
- หย่อนสมรรถภาพทางเพศ
นอกจากนี้ยังเกิดโรคแทรกซ้อนตามมาได้ เช่น โรคไต, เบาหวานเข้าตา, โรคหลอดเลือด, หัวใจตีบ, อัมพาต, หลอดเลือดแดงที่ขาตีบ, กล้ามเนื้ออ่อนแรง, ประสาทอัตโนมัติเสื่อม เป็นต้น
กลุ่มเสี่ยง
- กรรมพันธุ์
- อ้วน (มีดัชนีมวลกายมากกว่า 25)
- ขาดการออกกำลังกาย
- ความดันโลหิตสูงมากกว่า 140/90 mmHg
- มีประวัติโรคหัวใจและหลอดเลือด
- อายุมากกว่า45ปี
การรักษา
- การเปลี่ยนพฤติกรรม การทานอาหาร, ออกกำลังกาย, ดื่มสุรา, สูบบุหรี่, การดูแลระดับน้ำตาลในเลือด, ความดัน
- ยารักษาเบาหวาน
บทบาทนักกิจกรรมบำบัด
แนะนำเรื่องการควบคุมปริมาณน้ำตาล, การออกกำลังกาย หากผู้ป่วยไม่ชอบการออกกำลังกาย ควรใช้กิจกรรมที่ผู้ป่วยชื่นชอบและมีคววามสนใจแทนการออกกำลังกายแบบธรรมดา, ระวังเรื่องความปลอดภัยของระบบการรับความรู้สึก เพราะหากเกิดบาดแผลแล้ว จะทำให้บาดแผลหายช้า นอกจากนี้ผู้ป่วยอาจมีภาวะซึมเศร้าซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิต, การมีส่วนร่วมในสังคม ดังนั้นนักกิจกรรมจึงมีบทบาทที่สำคัญในการรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานด้วยเช่นกัน