สืบเนื่องจากรัฐใดรัฐหนึ่งไม่อาจอยู่ได้โดยลำพังเพียงรัฐเดียว  ซึ่งการอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มก้อนจนเป็นรัฐย่อมเกิดความขัดแย้งกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  ดังนั้น  รัฐใดจึงไม่อาจดำรงอยู่ได้หากปราศจากความเป็นระเบียบเรียบร้อย  สิ่งที่เป็นตัวกำหนดให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยในรัฐ  คือกฎเกณฑ์ในการประพฤติปฏิบัติ  กฎเกณฑ์ในสมัยโบราณ  ได้แก่  ธรรมเนียม  จารีตประเพณี  และศีลธรรม  ต่อมาเมื่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น  ไม่ว่าเพราะเหตุการณ์เปิดเสรีทางการค้า รวมทั้งเศรษฐกิจที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างไร้พรมแดน เกิดนิติสัมพันธ์ตามกฎหมายมหาชนที่มีลักษณะระหว่างประเทศย่อมตกอยู่ภายใต้กฎหมายมหาชนภายในของรัฐคู่กรณีด้วย กฎหมายภายในรัฐที่มีอยู่เดิมไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการควบคุมความประพฤติของผู้ที่ฝ่าฝืนของคนไร้สัญชาติเพราะไม่มีสภาพบังคับระหว่างประเทศ และกฎหมายภายในรัฐก็ไม่มีบทคุ้มครองคนต่างด้าวจนก่อให้เกิดปัญหาในสังคมในรัฐของตนต่อมา จึงเกิดสิ่งที่เรียกว่า  กฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งมีสภาพบังคับทีแน่นอนเฉียบขาด  และเป็นรูปธรรมกฎหมายเป็นสิ่งจำเป็นต่อการปกครองมนุษย์ไม่ว่าสังคมนั้นจะมีการปกครองในรูปแบบใดก็ตาม ประกอบกับในปัจจุบันประเทศต่างๆในโลกได้มีการติดต่อสื่อสารกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านการค้า วัฒนธรรม สังคม จึงมีความจำเป็นที่จะต้องตรากฎหมายขึ้นมาเพื่อใช้เป็นหลักเกณฑ์หรือแนวปฎิบัติไว้ กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล จึงเป็นกฎหมายที่สำคัญกฎหมายหนึ่งที่น่าศึกษา ค้นคว้า และทำความเข้าใจ ข้าพเจ้าจึงเลือกเรียนในวิชานี้                     เนื่องจากปัจจุบันข้าพเจ้าทำงานเป็นทนายความอยู่ที่ฝ่ายกฎหมาย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินคดีกับบุคคลและนิติบุคคล ซึ่งในการดำเนินคดีบางครั้งลูกค้าของธนาคารเป็นคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย จึงมีความจำเป็นต้องศึกษากฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล ไว้เพื่อใช้ในการทำงาน โดยวิชากฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคลนั้นมีขอบเขตเนื้อหาที่น่าสนใจดังนี้ คือ กฎหมายเรื่องสัญชาติอันเป็นเรื่องที่ว่าด้วยการจัดสรรเอกชนระหว่างประเทศด้วยสัญชาติและภูมิลำเนา , สิทธิของคนต่างด้าวในประเทศไทย , กฎหมายขัดกัน และกระบวนพิจารณาความในทางระหว่างประเทศ โดยกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคลของแต่ละประเทศมีเนื้อหาที่ไม่เหมือนกันแต่ละประเทศต่างก็มีกฎเกณฑ์เป็นของตัวเองซึ่งอาจเหมือนหรือต่างกัน                     ทั้งนี้   ปัจจุบันได้มีคนต่างด้าวเข้ามาในประเทศไทยเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเข้ามาเพื่อตั้งถิ่นฐาน เพื่อประกอบธุรกิจ , หรือรับจ้าง  รัฐจึงมีความจำเป็นต้องตรากฎหมายขึ้นเพื่อให้มีผลบังคับใช้ในกรณีเกิดข้อพิพาทระหว่างคนสัญชาติไทยและคนต่างด้าว  หรือกรณีอื่นๆ ซึ่งหากไม่มีกฎหมายที่ใช้บังคับกับกรณีนี้ก็อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายในสังคมไทยได้ดังนั้น  สิ่งที่ข้าพเจ้าคาดหวังจากการศึกษาวิชากฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคลนี้คือการเรียนรู้กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคลที่สามารถรู้ถึงหลักว่า WHO  คือ ประเด็นที่ว่ากฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคลนั้นจะใช้กับใคร  ไม่ใช้กับใคร WHAT คือ กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคลนั้นใช้ในเรื่องอะไรบ้าง WHEN ใช้กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคลได้เมื่อไหร่  มีกำหนดเวลาหรือไม่ WHERE ใช้ในขอบเขตใด  เป็นการทั่วไป  หรือเฉพาะเขตหรือท้องที่ HOW จะให้ใช้บังคับอย่างไร วิธีการใช้มีลักษณะพิเศษใด มากน้อยแค่ไหน ในรูปของกฎหมายที่ต่างกับกฎหมายประเภทอื่นอย่างไรบ้าง                  ดังนั้น  ข้าพเจ้าตระหนักถึงความสำคัญของการเรียนวิชากฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคลโดยจะต้องศึกษาพัฒนาการของการเริ่มต้นของกฎหมายว่าเหตุใดจึงมีที่มาและที่ไปของกฎหมายนี้และมีคุณค่าต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศซึ่งมีความแตกต่างกันในเรื่องการปกครอง, เศรษฐกิจ เพื่อแก้ปัญหาระหว่างประเทศได้จริงมิใช่เป็นเพียงกฎหมายที่ไม่สามารถปรับใช้กับข้อเท็จจริงที่เป็นปัญหาในปัจจุบัน ทั้งนี้หากศึกษาในเรื่องของกฎหมายขัดกันของประเทศหนึ่งก็ไม่ควรบัญญัติไปในทางที่จะก้าวก่ายกฎหมายของอีกประเทศหรือคนชาติหรือของรัฐอื่น โดยรัฐควรตรากฎหมายขัดกันที่กล่าวเฉพาะแต่กฎหมายของชาติตนเท่านั้น โดยการบัญญัติเป็นกลางๆ ไม่ระบุให้ใช้กฎหมายของประเทศของตนแต่เพียงอย่างเดียว แต่จะต้องมีการรับรองจุดเกาะเกี่ยวอื่นๆด้วยเพื่อความสอดคล้องกับหลักมนุษยธรรม และความเป็นธรรมกับรัฐอื่นด้วย