การศึกษาเกี่ยวกับพัฒนาการของเด็กวัย 3 - 4 ปี
พัฒนาการของเด็กวัย 3-4 ปี
เริ่มเป็นตัวของตัวเองโดยไม่ต้องให้ผู้ใหญ่เฝ้าในการเล่น
ใช้พลังงานไปกับการเล่น จะรู้สึกดีที่ได้แสดงออกในสิ่งที่ตนต้องการ
เต็มใจลองของใหม่และสิ่งแปลกใหม่ พัฒนาการเด็กวัยนี้ในแต่ละด้าน
เป็นดังนี้
-
พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว
เด็กสามารถเดินด้วยปลายเท้าเดินบนเส้นตรงกว้าง5 ซม.
ในขณะที่วิ่งแล้วหยุดวิ่ง
เลี้ยวหรือหลบสิ่งกีดขวางได้เดินขึ้นลงบันไดสลับเท้าได้
ปีนตาข่ายเชือกได้
ขว้างและรับลูกบอลขนาดเล็กได้วิ่งไปเตะลูกบอลได้โดยไม่ต้องหยุดเล็ง
กระโดดสองเท้าได้ไกล30 ซม. หรือกระโดดลงจากบันไดขั้นสุดท้ายได้
ถีบจักรยาน 3 ล้อได้
-
พัฒนาการด้านการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและสติปัญญา
ประกอบชิ้นส่วนของรูปภาพได้ วางเรียง ก้อนไม้ที่มีขนาดต่างกัน
เรียงตามลำดับได้ จับคู่และแยกรูปภาพ สี วัตถุ ตัวอักษรได้
เลียนแบบการเขียนเครื่องหมายบวก(+) ตัววี (V)
วาดรูปคนที่มีส่วนของร่างกายอย่างน้อย 3 ส่วน ร้อยลูกปัดขนาดเล็ก
ใช้กรรไกรตัดกระดาษได้สั้น ๆ
-
พัฒนาการด้านความเข้าใจภาษา
ชี้อวัยวะของร่างกายได้มากขึ้นเลือกรูปภาพชายหญิงได้ รู้จัก
ผิวสัมผัสแข็งและนิ่ม รู้จักคำว่าปิดเปิด เลือกรูปภาพที่แสดงสีหน้า
สุข เศร้า โกรธ รู้ขนาดใหญ่และเล็ก รู้ตำแหน่ง เช่น ข้างหน้า ข้างหลัง
ข้าง ๆ ห่าง ๆ ตอบคำถามง่าย ๆ ได้ โดยการพูดหรือชี้ในขณะฟังนิทาน
-
พัฒนาการด้านการใช้ภาษา พูดกระซิบหรือตะโกน ร้องเพลงง่าย ๆ ได้
พูดโต้ตอบสนทนา บอกหน้าที่อวัยวะของร่างกายได้
และบอกประโยชน์ของสิ่งต่าง ๆ ได้ เช่น ห้องน้ำ เตาไฟ
สามารถเล่าเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไปได้ บอกชื่อจริง
นามสกุลเต็มของตนเองได้
พูดคำที่มีความหมายตรงข้ามได้พูดเป็นประโยคได้
-
พัฒนาการด้านการช่วยเหลือตนเองและสังคม เล่นกับเด็กอื่น โดย
วิธีการผลัดกันเล่น บอกเพศของตนเองได้ ช่วยงานง่าย ๆ ได้
สามารถหลีกเลี่ยงสิ่งที่เป็นอันตรายได้ ใช้ช้อนส้อม รับประทานอาหารได้
เทน้ำจากเหยือกได้โดยไม่หก ถอดกระดุมเม็ดใหญ่ได้ ถอดเสื้อผ้าได้
ไม่ปัสสาวะรดที่นอนในเวลากลางคืน ล้างมือล้างหน้าได้เอง
-
พัฒนาการด้านการแสดงออกทางอารมณ์
เมื่อรู้สึกโกรธจะแสดงออกโดยการร้องไห้ กระทืบเท้า
กลัวแสดงออกโดยการหลบซ่อน
วิ่งหนีรักและเรียนรู้ที่จะสร้างความผูกพันกับเพื่อน มีการอิจฉาริษยา
อยากรู้ อยากเห็น มากขึ้น
เด็กอายุ 3 - 5 ปี
เป็นวัยที่มีการพัฒนาทักษะในการรับรู้ทางความคิด สติปัญญา
และความอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น เด็กจะเริ่มคิด เริ่มทำสิ่งใหม่ ๆ
และชอบถามคำถามบ่อยๆ เช่น นั่นอะไร ทำไม เป็นต้น
ซึ่งพ่อแม่/ผู้ดูแลเด็กบางคนไม่เข้าใจ
อาจจะดุเด็กได้จนเด็กบางคนขยาดหวาดกลัวว่า จะทำผิด เพราะถูก
ผู้ใหญ่ว่ากล่าวมาแต่เล็ก ความรู้สึกนี้มาปิดกันความคดิ ของเดก็
และจะติดตัวจนถึงวัยผู้ใหญ่ ฉะนั้นพ่อ แม่ /
ผู้ดูแลเด็กจึงไม่ควรดุว่าเด็ก เมื่อเด็กถามคำถามควรตอบสั้นๆ ง่ายๆ
ให้เด็ก เข้าใจทุกครั้ง
และอาจตั้งคำถามเพื่อถามเด็กตามความสนใจของเด็ก โดยใช้คำถามปลายเปิด
ช่วยขยายความคำตอบของเด็ก ชมเชยเมื่อเด็กตอบได้ดี
ช่วยเหลือเท่าที่เด็กต้องการในบรรยากาศที่สนกุ สนานร่วมกัน
เป็นการฝึกนิสัย ช่างซัก ช่างถามให้กับเด็กการอ่านหนังสือ เล่า
นิทาน จะเป็นการกระตุ้นการซักถามของเด็กได้ดี
นอกจากนี้เด็กในวัยนี้เป็นวัยที่เด็กอยากให้เพื่อนรัก
อยากให้เพื่อนชอบ เด็กต้องการที่จะเอาใจเพื่อน อยากเป็น เหมือนเพื่อน
เด็กจะยอมทำกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เขาชอบ เด็ก มักชอบร้องเพลงชอบเต้นระบำ
อยากเป็นตัวของตัวเอง อยากจะออกไปหาเพื่อนข้างบ้าน
อยากจะไปเล่นกับเพื่อน ๆ
ครู/พี่เลี้ยงควรสนับสนุนให้เด็กเล่นกับเพื่อนเป็นกลุ่ม
ในวัยนี้เด็กอาจจะดื้อเพราะมีความเป็นตัวของตัวเอง
ที่สำคัญผู้ดูแลต้องใจเย็น ไม่หงุดหงิด อารมณ์เย็น
ควรอธิบายให้เด็กฟัง ถ้าผู้ดูแลโกรธ ดุ หรือใช้วิธีลงโทษที่ไม่เหมาะสม
เด็กจะยิ่งมีพฤติกรรมที่ไม่ดีเด็กในช่วงนี้กำลังเรียนรู้สิ่งที่ถูกที่ผิด
ไม่เข้าใจรายละเอียดของ
จริยธรรมของความดี เช่น ถ้าเด็กทำของแตก เด็กจะคิดว่าไม่ดี
ผู้ดูแลต้องอธิบายถึงความแตกต่างระหว่างอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น
และความตั้งใจทำให้ของเสียและจะต้องแยกตัวเด็กออกจากพฤติกรรมของเขา
เช่น จะต้องบอกว่า “ครูรักหนู แต่ครูไม่ชอบในสิ่งที่หนูทำ
หนูทำแจกันแตกเป็นสิ่งที่ไม่ดี มันทำให้เกิดอันตราย”
แต่ถ้ามันเป็นอุบัติเหตุก็ต้องอธิบายให้ฟังว่า
ไม่เป็นไรมันเป็นเพียงอุบัติเหตุ คราวหน้าหนูควรทำอย่างนี้
และที่สำคัญครูควรต้องระวัง
ป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นโดยการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมของเด็ก
ควรให้เด็กคิดถึงสิ่ง
ที่เขาควรทำได้ สำหรับวัยนี้และจะต้องชมเชยเมื่อเด็กทำได้
ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างการเห็นคุณค่าในตนเอง รวมทั้งเรื่องความคิด
การตัดสินใจ การสร้างทัศนคติที่ดี
ทำให้เด็กรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าและมีความสามารถที่จะทำได้
สิ่งที่เด็กสามารถเรียนรู้ได้
แลนเดร็ธ (Landreth) กล่าวว่า ในการเรียนรู้ของเด็กนั้น
เด็กในวัยนี้
ควรได้รับการฝึกฝนให้พัฒนาทักษะทางด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้
1. ทักษะเกี่ยวกับประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหวพื้นฐาน
2. กระบวนการคิดและตัดสินใจ
3. การเกิดความคิดรวบยอด
4. การฝึกรูปแบบในการพูด