เช้ามืดวันที่ ๑๒ ม.ค. ๕๕ ผมออกจากห้อง ๓๐๗ ของเรือนเอื้องคำของ ม. พะเยา เวลา ๖.๐๐ น. ฟ้ายังไม่สาง ผมวิ่งออกไปทางถนนทางเข้าบริเวณเรือนรับรอง อากาศสดชื่นเย็นสบายมาก อุณหภูมิน่าจะอยู่ราวๆ ๒๒ องศาเซลเซียส
ที่จริงทางวิ่งช่วงแรกเป็นถนนขึ้นเขา จึงเป็นการเดินมากกว่าวิ่ง จนไปออกถนนใหญ่ ๔ เลน มีไฟถนนสว่างไสว ผมเลี้ยวซ้าย วิ่งไปตามริมถนน ผ่านป้ายบอกริมทางว่าจะไปเลี้ยวซ้ายเข้าไปบริเวณมหาวิทยาลัยพะเยา ผมก็เลี้ยวเข้าไป พบว่าไฟถนนมีน้อย ไม่สว่างไสวอย่างถนนใหญ่ จากถนนใหญ่ทางลงเขาและเลี้ยว รู้สึกเหมือนกับวิ่งลงไปในหุบเขา แต่จริงๆ แล้ว ม. พะเยามีที่กว้างขวางถึง ๖ พันไร่ มีภูเขาลูกเล็กๆ อยู่ในบริเวณหลายลูก
ผมวิ่งไปถ่ายรูปไป ทั้งๆ ที่ฟ้ายังไม่สาง ผ่านอาคารคณะวิชาต่างๆ ที่ตอนนั้นมองไม่เห็นรายละเอียด ไปจนถึงบริเวณที่เป็นที่รอรถเมล์ (ของมหาวิทยาลัย) ผมจึงวิ่งกลับ
ฟ้ามาสางเอาประมาณ ๖.๕๐ น. ตอนที่ผมวิ่งกลับมาที่เรือนรับรองเอื้องคำแล้ว เท่ากับว่า เช้านี้ผมวิ่งในความมืดเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นรูปที่เอามาอวด เป็นรูปที่ถ่ายเมื่อเย็นวันที่ ๑๑ ตอนที่ผมนั่งรถจากเชียงใหม่ไปถึง และ ผศ. ดร. วิบูลย์ วัฒนาธร ท่านรองอธิการบดี เป็นผู้ขับรถพาชมบริเวณ และถ่ายตอนสายวันที่ ๑๒ ตอนที่นั่งรถเข้าไปในบริเวณมหาวิทยาลัย ไปยังอาคาร ไอซีที สถานที่ประชุมพะเยาวิจัย ครั้งที่ ๑
วิจารณ์ พานิช
๑๒ ม.ค. ๕๕
บนเครื่องบินจากเชียงรายกลับกรุงเทพ
|
ส่วนหนึ่งของ ม. พะเยา ถ่ายจากหน้าศาลสมเด็จพระนเรศวร
|
|
จากซ้าย รศ. มาลินี คณบดีคณะสหเวชศาสตร์ วิจารณ์ ผศ. ดร. วิบูลย์ วัฒนาธร
|
|
อาคารไอซีที สถานที่จัดประชุมพะเยาวิจัย ๑
|
|
สำนักงานอธิการบดี
|
|
บริเวณเรือนเอื้องคำที่ผมไปนอนพัก
|
|
บริเวณหอพักนักศึกษา
|
|
บ้านพักคณบดี
|
|
อาคารเรียนออกแบบเหมือนกัน ด้านหน้าคืออาคารคณะสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมศาสตร์
|
|
โบสถ์วัดศรีโคมคำ
|
|
พระประธานกำลังอยู่ระหว่างบูรณะ
|










บรรยากาศดีมากมากครับ
มหาวิทยาลัยน่าอยู่มากคะ