ในที่ประชุมของ CDA เราได้ข้อสรุปคร่าวๆว่า ทุก รพร.จะต้องกลับไปพัฒนานวัตกรรมของตนเอง ให้เสร็จ ภายในเดือน ก.ค. ๒๕๕๕ โดยใช้การกระตุ้นจากสถาบันที่ปรึกษา ในการเยี่ยมพื้นที่อีกครั้งประมาณหลังเดือนมีนาคม ถึงแม้จะมีปัญหาบ้างในด้านของความรู้วิชาการ วิจัย และการรับรู้ของผู้บริหาร

  ประชุมนวัตกรรมที่ธาตุพนม(๑)           

                วันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ วันแรกของการจัดการประชุม “นวัตกรรมสุขภาพเพื่อชุมชน เครือข่าย รพร.” (ชื่อย่อๆ) เราใช้ห้องประชุมของโรงแรมธาตุพนมริเวอร์วิว  และจัดห้องประชุมเป็นกลุ่ม มีโต๊ะตรงกลาง และมีเก้าอี้ประมาณ ๑๐-๑๒ ที่นั่ง  ซึ่งก็สามารถจัดได้ทั้งหมด ๑๖ กลุ่มพอดี และมีป้ายแบ่งโต๊ะตามโรงพยาบาล และแยกโต๊ะคณะทำงานและจุดลงทะเบียนไว้นอกห้อง (ริมถนนหน้าโรงแรม)  ที่ต้องแจงรายละเอียดขนาดนี้ เนื่องจากเราจัดห้องกันจนถึงคืนสุดท้ายก่อนวันงานเลยทีเดียว เพาะสถานที่ค่อนข้างจำกัด สามารถบรรจุผู้เข้าประชุมแบบ class room ได้ไม่เกิน 100 คน  ซึงการจัดนั่งเป็นกลุ่ม นอกจากสามารถดึงโต๊ะออกได้มากกว่าครึ่งแล้ว ยังสามารถทำกิจกรรมกันได้สะดวกกว่านั่นเอง   รายชื่อผู้มาประชุมมานิ่งที่ตอนเช้าของการลงทะเบียนนั่นเอง ครั้งนี้เรามีผู้เข้าประชุมทั้งหมด ๑๙๒ คน รวมทั้งทีมงานและพนักงานขับรถ จาก ๑๗ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช(รพร.)ทั่วประเทศ

 

                  วันแรกของการประชุม ทุกโรงพยาบาลมาถึงที่ประชุมกันตั้งแต่เช้า รวมทั้ง รพร.ในเขตภาคอีสาน ที่มาถึงกันตอนเช้าเป็นส่วนใหญ่ ยกเว้น รพร.เดชอุดม ที่เลยไปหน่อยถึงตัวจังหวัดนครพนม (ชื่อโรงแรมคล้ายกัน)  เราเริ่มทักทายกันแบบสบายๆในห้องประชุม พร้อมกับอากาศเย็นๆของเดือนธันวาคม  โดยมีพิธีกรคือคุณทิพย์สุดา หริกุลสวัสดิ์ ชวนคุย รวมทั้งผม ภก.เอนก ทนงหาญ ในฐานะประธานผู้ประสานงานคลัสเตอร์  (Cluster Development Agent; CDA) ที่มาเล่ากิจกรรมคร่าวๆและการเตรียมตัวระหว่าง ๓ วันที่อยู่ด้วยกันที่ธาตุพนม จนได้เวลาประมาณ ๙ โมงเช้า ก็ได้มีพิธีเปิดง่ายๆ โดยการกล่าวต้อนรับของ นพ.มนู ชัยวงศ์โรจน์ ผู้อำนวยการ รพร.ธาตุพนม และกล่าวเปิดโดย นพ.อนุวัฒน์ วัฒนรุ่งเรือง ผู้อำนวยการสาถาบันที่ปรึกษาการพัฒนาคุณภาพ รพร.  พร้อมกับแนะนำวิทยากร อ.ภูวนาถ แก้วปลั่ง


 

               วันนี้วิทยากร อ.ภูวนาถ ใช้เวลาตลอดครึ่งเช้าในการบรรยายให้รู้จักกับ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และการบริหารโครงการนวัตกรรมเชิงบูรณาการและประยุกต์ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สลับกับการให้แต่ละ รพร.ออกมานำเสนอนวัตกรรมประเภทผลิตภัณฑ์ บริการ และบริหาร ในระดับบุคลหรือหน่วยงาน ที่เอามาแลกเปลี่ยนกัน โดยให้เวลานำเสนอแค่ ๓ นาที ในรูปแบบใดก็ได้ โดยเมื่อมีการนำเสนอเสร็จ ก็มีการกระตุ้นความคิด และถามถึงว่านวัตกรรมที่นำเสนอเป็นระดับไหน และสามารถต่อยอด และพัฒนาอะไรได้อีกโดยเฉพาะการต่อยอดทำร่วมกันเป็นเครือข่าย รพร.   ซึ่งแต่ละ รพร.ก็นำเสนอได้อย่างสนุกสนาน หลากหลายวิธีและเรื่องราว เพื่อให้ได้เนื้อหาครบแต่ทันเวลา ๓ นาที โดยมีผม และพี่อ้อย คุณทิพย์สุดา  คอยเป็นผู้ช่วยคุมเวลา เดินไมร์กระตุ้นคำถามสลับกันเป็นระยะ พร้อมๆกับการสรุปและให้ข้อเสนอแนะโดยวิทยากร อ.ภูวนาท  ไปพร้อมๆกัน 


ลำดับ

ชื่อนวัตกรรม

โรงพยาบาล

ขีดสี FIFO

กระนวน

3M ประชุม กกบ. (Monday Morning Meeting)

ท่าบ่อ

4 รู้ ป้องกันอุบัติการณ์รุนแรง

ธาตุพนม

Online ตรวจสอบ OT refer

เลิงนกทา

ระบบ E-office (จองห้องประชุม จองรถ ซ่อมบำรุง   Online help desk ระบบค่อม)

นครไทย

ซ่อมทันใจ ทางคอมพิวเตอร์

สว่างแดนดิน

การจัดซื้อวัสดุรายไตรมาส

หล่มเก่า

สุขสนทนา

ฉวาง

EMS member club

เวียงสระ

๑๐

วัสดุไร้สาย เบิกเร็วทันใจ

เดชอุดม

๑๑

Hold in 1 การซื้อพัสดุ

กุฉินารายณ์

๑๒

แฟ้มความรู้ใน internet  ส่งองค์กรแห่งการเรียนรู้

สระแก้ว

๑๓

ตารางเตือน set หมดอายุ

จอมบึง

๑๔

คลินิคพิเศษโรคเดียวกัน

บ้านดุง

๑๕

การบริหารจัดการเครื่องมือในห้องผ่าตัด

เด่นชัย

๑๖

Program รายงานและบริหารจัดการความเสี่ยง

ปัว

๑๗

หมุนเวียนเครื่องมือตรวจตา

ยะหา

              และในตอนบ่ายหลังจากรับประทานอาหารกลางวัน วิทยากร อ.ภูวนาท ใช้กิจกรรมระดมความคิดและเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านนวัตกรรม  เน้นการบูรณาการนวัตกรรมกับงานบริการและงานบริหารของโรงพยาบาล กับแนวคิด เกณฑ์ และมาตรฐานต่างๆ เช่น เกณฑ์รางวัลคุณภาพ TQA, HAและ MAGNET เป็นต้น  ซึ่งในช่วงบ่ายยังใช้รูปแบบการนำเสนอเหมือนเดิม คือเน้นนวัตกรรมบริหารหรือเครือข่าย จากทุก รพร.ละ ๓ นาที จนถึงเวลา ๔ โมงเย็นจึงได้แยกย้ายกันพักผ่อน ยกเว้นกลุ่มผู้ประสานงานคลัสเตอร์(CDA) ของแต่ละ รพร. ที่ได้ประชุมกันต่ออีกประมาณ ๑ ชั่วโมง เพื่อปรึกษาถึงปัญหา อุปสรรค และความช่วยเหลือจากเครือข่ายและสถาบันให้คำปรึกษามูลนิธิ รพร. และสิ่งที่ต้องทำต่อไปในอนาคต

               

               ในที่ประชุมของ CDA เราได้ข้อสรุปคร่าวๆว่า  ทุก รพร.จะต้องกลับไปพัฒนานวัตกรรมของตนเอง ให้เสร็จ ภายในเดือน ก.ค. ๒๕๕๕ โดยใช้การกระตุ้นจากสถาบันที่ปรึกษา ในการเยี่ยมพื้นที่อีกครั้งประมาณหลังเดือนมีนาคม ถึงแม้จะมีปัญหาบ้างในด้านของความรู้วิชาการ วิจัย และการรับรู้ของผู้บริหาร แต่การกำหนดเป็นนโยบายจากมูลนิธิ จะสามารถช่วยกระตุ้นได้ทั้งในเชิงบริหารและผู้ปฏิบัติ แต่อย่างไรก็ตามในระหว่างนี้ แต่ละ รพร.ต้องจัดทำ บัญชีนวัตกรรม”  ว่ามีอะไรบ้างเพื่อแจ้งแก่เครือข่ายทราบ โดยแบ่งเป็น๓ กลุ่มคือ

               ๑.กลุ่มนวัตกรรมที่ใช้ หรือเลิกใช้แล้ว

               ๒.กลุ่มนวัตกรรมที่กำลังพัฒนา

               ๓.กลุ่มความคิดนวัตกรรม

                และในแต่ละกลุ่มแยกเป็นประเภทนวัตกรรมแบบใด เช่นประเภทผลิตภัณฑ์ ประเภทบริการ ประเภทบริหาร และแบ่งเป็นระดับต่างๆเช่น ระดับบุคคล ระดับหน่วยงาน และระดับเครือข่าย  ซึ่งในระหว่างการประชุมอีก ๒ วันที่เหลือ อย่างน้อยๆ ต้องได้บัญชีนวัตกรรมเบื้องต้นขึ้นมา รพร.ละ๑ฉบับ  

 วันนี้เลิกประชุมที่ ๑๗.๓๐ น. ครับ

ภก.เอนก  ทนงหาญ ผู้เล่าเรื่องการประชุม