หนังเล็ก ๆ เรื่องหนึ่งที่เข้าฉายแบบเงียบ ๆ ในปี 2553 แต่ก็เป็นที่ชื่นชอบของคนดู แบบพูดกันปากต่อปาก จนกลายเป็น "ปรากฎการณ์"
ตอนฉายโรงก็เข้าไปดูมา 2-3 รอบ
แต่เมื่อหลังจากออกเป็นแผ่น ก็ยังดูแล้วดูอีก นับไม่รู้กี่ครั้ง ล่าสุดลูกสาววัย 10 ขวบก็ขอมาเปิดดูอีกรอบเมื่อวันพ่อ 2554 ที่ผ่านมา
ดูแล้วก็ยังคงสนุกสนานไปกับหนังจนกระทั่งจบเรื่อง และมีความประทับใจไม่สร่างซา เช่นเดียวกับที่เคยดูมาก่อนหน้านี้
หนังเรื่องนี้ มีชื่อว่า "สิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารัก"
ผมใช้หนังเรื่องนี้สื่อสารกับลูก ๆ ที่ชื่นชอบตัวละครในหนัง ทั้งพี่โชน พี่น้ำ ให้รู้จักรักเพื่อน ชวนให้เขาเห็นสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวละคร เมื่อมีความหวังและกำลังใจ และแม้จะพลาดหวัง กำลังใจก็ยังคงอยู่ เมื่อเราพบว่าสิ่งดี ๆ ได้เกิดขึ้นกับตัวแล้ว
และพบว่า ที่สุดนั้น เป็นเพราะเรามีแรงบันดาลใจ (the inspriration) นั่นเอง
จากในหนังเราจะพบว่าตัวละครทุกตัว ผูกพันอยู่กับแรงบันดาลใจที่พูดก็พูดเถอะ เรามีกันอยู่ทุกคน แต่จะรู้ตัวหรือเปล่านั่นอีกเรื่องหนึ่ง
จะขอยกตัวอย่างตัวละครเล็ก ๆ ที่หลาย ๆ คนคงนึกไม่ถึง เช่น พ่อของพระเอก (คุณพุฒิพงศ์-ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้กำกับฯ) แม้จะมีความรู้สึกผิดบาปที่เตะลูกโทษไม่เข้า ทำให้จังหวัดไม่ได้เป็นแชมป์ฟุตบอล แต่ก็มีแรงบันดาลใจว่าลูกชายของตัวเองจะได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพเหมือนตัวเอง
แม่ของนางเอก ก็มีแรงบันดาลใจจากความหวังว่าสามีที่ทำงานอยู่ที่อเมริกา จะรักษาบ้านหลังที่ใช้อยู่อาศัยกับลูก ๆ ที่เมืองไทย
หรือผู้อำนวยการโรงเรียน (อีกหนึ่งท่านในฐานะผู้กำกับฯ) ก็มีแรงบันดาลใจว่า จะมีลูกศิษญืไปประกวดชนะรางวัลถ่ายภาพ และแข่งขันกีฬาประจำจังหวัด
ก่อนหนังจะจบ หนังขมวดให้เห็นว่าทั้งพระเอกและนางเอก ก็ผิดหวังที่ไม่อาจลงเอยด้วยกันได้ ด้วยความคาดหวังและแรงกดดันบางอย่าง
แต่ในเวลาถัดมาอีก 9 ปีหลังจากนั้น เราก็พบว่า แรงบันดาลใจได้เกื้อหนุนให้ทุกคนมีอนาคตที่ดี และลงเอยด้วย happy ending
ขอให้ดูหนังเรื่องนี้กันอย่างมีความสุขนะครับ