ผมเคยท้อใจเมื่อใครๆ ก็ถามว่า "เป็นนักกายภาพบำบัดหรือ...นักกิจกรรมบำบัดทำอะไร...แตกต่างจากนักกายภาพบำบัดหรือ...เป็นวิชาชีพที่กำลังเลื่อนหายในประเทศไทยหรือ (จากข่าวผู้จัดการที่เป็นข่าวแรกหลังจากดร.ป๊อป กลับมาจากออสเตรเลีย)" แต่ตอนนี้ผมเริ่มใจชื้นขึ้นเมื่อได้เผยแพร่วิชาชีพผ่านสื่อสารมวลชนไทยมากขึ้น
และจากงานประชุมครั้งนี้ พบว่า นักกิจกรรมบำบัดมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางมากขึ้นและเป็นที่ต้องการของงานบริการทางการแพทย์และสังคมในหลายประเทศ มีนักกิจกรรมบำบัดหลายคนจากประเทศที่กำลังพัฒนาไปทำงานในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น นักกิจกรรมบำบัดอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศแรกในเอเชียที่เปิดหลักสูตรกิจกรรมบำบัด รับรองโดย WFOT เมื่อปี 1950
นอกจากนี้นักกิจกรรมบำบัดระดับ ป.ตรี เริ่มที่จะพัฒนาความรู้ความสามารถจนถึงระดับ ป.โท-ป.เอก และหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่องมากขึ้น เช่น นักกิจกรรมบำบัดในฮ่องกงจบป.โท-เอก มากกว่า 400 คน นับตั้งแต่มี ดร. กิจกรรมบำบัด 15 คนในปี 2003 และใช้เวลา 25 ปี เพื่อเกิดการเรียนรู้ในบริบทที่จำเพาะทางสังคมและวัฒนธรรมมากขึ้น เช่น การพัฒนาเหตุผลทางคลินิกและหลักฐานเชิงประจักษ์ การพัฒนาเครื่องมือตามบริบทจำเพาะ และการวิจัยเผยแพร่งานกิจกรรมบำบัดสากล เป็นต้น ประกอบกับโมเดลทางการแพทย์ปรับสู่โมเดลทางมนุษย์ (สังคมศาสตร์ทางการแพทย์) มากขึ้นจนถึง 20 ปีข้างหน้าจะเกิดปรากฎการณ์หลายอย่าง เช่น
- Urbanization - ในปี 2050 คนจะอพยพมาเป็นชุมชนเมืองมากขึ้น
- Globalization - economic growth + medical technology, health care reform (increasing consumer choices), new delivery system (increasing private sector & public care)
- Low birthrate & Aging (increasing chronic conditions เช่น >45%ในสิงค์โปร์)
- Population migration - Major health issue
ดังนั้นนักกิจกรรมบำบัดในอนาคต คือ
- เพิ่ม Visibility "Out There" ในการพัฒนาผู้พิการให้มีส่วนร่วมทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตตามโมเดล ICF และการจัดเทคโนโลยีเครื่องช่วยที่เหมาะสมกับบริบท
- การศึกษาเพื่อพัฒนางานบริการโดยเน้น Outcome in real situation, reflective learning, student taught "Learn How to Learn", modelling & learning style for students to adapt, teaching training for teachers (group discussion, how to teach OT correctly, develop own teaching material via assignment, learnign social media - active learning & shared),interconnectedness (via facebook, blog, World OT day), human rights (UN) - OT leadership met the population needs, และ How to be enthusiasm (ตัวอย่างการเพิ่มความกระตือรือร้น)
"นักกิจกรรมบำบัดจำเป็นที่ต้องตื่นตัวและปรับตัวให้เกิดผู้นำในการพัฒนางานบริการให้เข้าถึงความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของประชาคม" ในปี 2020 - เพิ่มงานบริการที่ท้าทายและทันสมัย เกิดการวิจัยนวัตกรรมร่วมกับกับหน่วยงาน/วิชาชีพอื่นๆ ตลอดจนเผยแพร่สื่อทุกชนิดมากขึ้น
ขอบคุณมากครับท่านพี่ อ.ดร.ขจิต