ระบบทาษทางปัญญา...

เพราะถ้านักเรียนเรียนอยู่ในห้องมาก ๆ อยู่ในปัจจุบัน ปริญญาที่ได้มาก็ได้ชื่อว่าเป็น "ปริญญาโลกทัศน์แคบ"

จุดอ่อนของมหาวิทยาลัยคือการเรียนการสอนในชั้นเรียน

"ไม่มีปัญญาใด ๆ จะเกิดขึ้นได้ในห้องเก็บไม้กวาด"

ห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่มีผู้สอนคนหนึ่งกับผู้เรียนอีกกลุ่มหนึ่งนั้นเป็นเพียงสัญลักษณ์ของการ "ถ่ายทอดความรู้"

ความรู้ที่มีอยู่แล้ว ความรู้ที่สามารถหาจากที่ไหนก็ได้ แต่เพียงผู้เรียนกลุ่มนั้น ไปเข้าคิวรอให้ใครสักคนหยิบยื่นให้ ทั้ง ๆ ที่เขาสามารถก้าวเดินออกไปแล้วหาอยู่หากินที่ไหนก็ได้

แต่ทว่าสังคมไทยนั้นติดคำว่า "ปริญญา"

ไม่มีปริญญา ไม่มีงาน เพราะคนที่รับเข้าทำงานวัดกันที่ "ปริญญา"

ไม่ว่าจะเป็นสาขาวิชา คณะฯ โดยเฉพาะ "ชื่อ" ของมหาวิทยาลัยที่เข้าไป "นั่งเรียน"

ปริญญาเป็นสิ่งที่วัดค่าของสมองใครสักคนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกได้ง่ายที่สุด ไวที่สุด แต่ปัจจุบันมีคำถามว่า ปริญญาที่แสดงถึงศักยภาพของคนคนนึงนั้นมีคุณภาพ ได้มาตรฐานน่าเชื่อถือเพียงพอหรือไม่

ไม่มีมหาวิทยาลัยใด ให้ปริญญาโดยที่นักศึกษาอยู่นอกห้องเรียน หรือถ้ามีโดยที่ข้าพเจ้าไม่รู้ ก็ขอให้ท่านผู้รู้ยกย่องและเชิดชูมา ณ ที่นี้

สัดส่วนของเรียนควรจะอยู่ในห้องร้อยละ 10 และอยู่นอกห้อง ร้อยละ 90

เพราะถ้านักเรียนเรียนอยู่ในห้องมาก ๆ อยู่ในปัจจุบัน ปริญญาที่ได้มาก็ได้ชื่อว่าเป็น "ปริญญาโลกทัศน์แคบ"

คนเรามีอายตนะ 6 คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ การทำปริญญาในปัจจุบันเน้นกันแต่ที่ "หู" คือไปนั่งฟัง จำ จำ แล้วก็มา "สอบ"

สอบได้ก็จบ ครบตามหน่วยกิต ก็จักเป็นคนที่ติดพ่วงด้วย "ปริญญา"

ถ้าหากมีสถาบันส่วนกลาง ใช้ข้อสอบกลาง สอบด้วยความเป็นกลาง วัดกันไปเลยว่าคนสักคนหนึ่ง ซึ่งเป็นตาสี ตาสาที่ไหนก็ได้ บอกว่า "ผมต้องการวัดปริญญาในหัวผม" สถาบันแห่งนั้นต้องวัดออกมาได้

สถาบันแห่งนี้จะเป็นทางเลือกใหม่ของวงการการศึกษา ที่ไม่ต้องคิดว่าต้องใส่เสื้อขาวกางเกงสีดำแล้วก็ไปนั่งจำในห้องเรียน

คนที่เก่ง เก่งจริง เขาไม่ไปนั่งเรียน เพราะเสียเวลาของชีวิต ทำไมจะต้องเข้าไปติดบ่วงวังวนซึ่งเป็นความอับจนทางความรู้

ออกมานอกห้อง ทำจริง รู้จริง ทำดี ทำได้ทุกสิ่ง โดยไม่ต้องอิงปริญญา

คนที่ต้องการปริญญา คือ คนที่ต้องการจะไปเป็นทาษเขา

ต้องการไปสมัครงานแล้วกินเงินเดือนเขา จึงต้องไปหาใบสักใบนึงบอกเขาว่า ข้าพเจ้ามีความรู้อย่างนั้น อย่างนี้ เท่านั้น เท่านี้

คนที่ใช้ปริญญาทำงาน จึงต้องตกเป็นทาษไปโดยปริยาย

ทั้งการเป็นทาษทางกายและเป็นทาษทางความรู้

เช้าแปดโมงก็ไปทำงาน ห้าโมงเย็นก็กลับบ้าน ไม่มีโอกาสสร้าง "จินตนาการทางความรู้"

แต่ใยสังคมนี้จึงสร้างเด็ก สร้างทัศนคติให้เด็กนักเรียน นักศึกษา ตั้งหน้า ตั้งหน้าที่จะไปเป็นลูกน้องเขา ไปเป็นทาษเขา

ระบบทาษทางปัญญา คือ ระบบการเรียนเพื่อ "ปริญญา" ในปัจจุบัน

 

Large_2001201103

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การศึกษาและวิจัยไทย

คำสำคัญ (Tags)#ปริญญา#ทาษทางปัญญา

หมายเลขบันทึก: 468910, เขียน: 21 Nov 2011 @ 14:16 (), แก้ไข: 12 Feb 2012 @ 22:18 (), สัญญาอนุญาต: ไม่สงวนสิทธิ์ใดๆ, ดอกไม้: 2, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)