มีโรงเรียนหนึ่ง คุณครูให้การบ้านนักเรียนให้ไปลองปลูกต้นแอปเปิ้ล และเขียนรายงานผล นักเรียนรู้สึกว่ามันยากและไม่อยากทำเวลาผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ นักเรียนบางคนก็ปลูกสำเร็จได้เห็นต้นอ่อนงอกขึ้นมา แต่นักเรียนอีกหลายๆ คนปลูกไม่สำเร็จ และขอครูว่าให้เปลี่ยนไปปลูกอย่างอื่นแทน
ครูถามนักเรียนที่ปลูกสำเร็จว่าทำได้อย่างไร พวก เขาบอกว่าเขาใช้เมล็ดพืชจำนวนมากหว่านลงไป แต่สุดท้ายก็มีต้นแอปเปิ้ลขึ้นมาไม่กี่ต้น ครูถามว่า “ทำไมเราถึงต้องใช้เมล็ดพันธุ์มากมายเพื่อที่จะปลูกต้น
แอปเปิ้ลเพียงไม่กี่ต้น?” นักเรียนบางคนตอบว่า “เพราะมีเมล็ดพันธุ์จำนวนมากไม่ได้เจริญงอกงาม” ครูพูดต่อว่า “ใช่แล้วและการที่ครูให้เด็กๆไปทดลอง ก็เพราะว่าอยากให้เด็กๆรู้ว่า ถ้าอยากจะให้บางสิ่งบางอย่าง เกิดขึ้นก็ต้องทำสิ่งนั้นมากกว่าแค่หนึ่งครั้ง เช่นถ้าทำเลขไม่ได้ ก็อาจจะต้องพยายามหลายๆครั้ง จึงจะแก้โจทย์ได้ ถ้าอ่านภาษาไทยไม่ออกก็ต้องพยายามสะกดหลายๆครั้ง จึงจะอ่านได้” ครูสอนว่า “ถ้าเราเข้าใจ กฎของเมล็ดพันธุ์เราจะรู้ว่าผู้คนที่ประสบความสำเร็จ ก็ล้มเหลวได้บ่อย แต่พวกเขาก็ใช้เมล็ดพันธุ์มากกว่าหนึ่งถึงจะประสบความสำเร็จเวลาที่อะไรๆ ไม่ได้เป็นอย่างที่คิดสูตรสำเร็จของคนที่ไร้ซึ่งความสุขก็คือ
1) ตัดสินว่า โลกมันควรจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
2) ตั้งกฎเกณฑ์ว่าผู้คนควรจะทำตัวยังไง
และเมื่ออะไรๆ ไม่เป็นไปตามกฎของพวกเขาก็โกรธ นั่นแหละคือสิ่งที่คนไร้ความสุขเขาทำกัน” ครูบอกต่อว่า “ถ้าเราคาดหวังว่า เพื่อนควรจะตอบแทนอะไรเราบ้าง ผู้คนจะชื่นชมเรา เพื่อนควรจะจำวันเกิดเราได้ ความคิดพวกนี้ฟังดูเหมือนมีเหตุผล แต่บ่อยครั้งสิ่งพวกนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้น และเราก็จะรู้สึกรำคาญใจและผิดหวัง มันมีหลักเกณฑ์ที่ดีกว่านี้คือ ลดความต้องการให้น้อยลงแล้วเปลี่ยนเป็นความชอบแทนสำหรับสิ่งต่างๆที่เกินคาด ก็บอกตัวเองว่า เราอยากจะให้เป็น A มากกว่า แต่ถ้าเป็น B ก็ได้เหมือนกัน การเปลี่ยนความคิดในหัวจะทำให้จิตใจเราสุขสงบขึ้น”
“ถ้าเราอยากให้ผู้คนสุภาพ แต่เขาหยาบคายใส่เรา ก็ไม่ได้ทำให้วันของเราเลวร้ายลง ถ้าอยากจะมีความสุขมากขึ้นการเปลี่ยนแปลงความคิดเราเองง่ายกว่าการเปลี่ยนคนรอบข้าง”