ย่อความเรื่อง โภชนาการบำบัดสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง
ผู้แต่ง ชนิดา ปโชติการ
หนังสือ หญิงไทย
โภชนาการบำบัดมีความสำคัญต่อการเสริมประสิทธิภาพการรักษาผู้ป่วยมะเร็ง ซึ่งขณะป่วย สารอนุมูลอิสระ
ต่างๆ ที่อยู่ในร่างกายจะแย่งอาหารที่รับประทานเข้าไป และทำให้ได้รับสารไม่เพียงพอ ผู้ป่วยจึงต้องเตรียมพร้อมในการป้องกันและสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายโดยการรับประทานอาหารที่ให้โปรตีน และพลังงานสูง เพื่อช่วยต้านสารอนุมูลอิสระ
โดยเฉพาะอาหารสร้างภูมคุ้มกันจะช่วยทำลายอนุมูลอิสระชะลอการขยายตัวของเซลมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร
ทั้งนี้เซลมะเร็งส่วนใหญ่มาจากสารเคมีต่างๆเช่น ไนโตรซามีน พบมากในเนื้อสัตว์ ยาฆ่าแมลง สารพวกนี้มีโอกาสก่อให้เกิดเนื้องอก และมะเร็งที่หลอดอาหาร สารไฮโดรคาร์บอน พบมากในอาหารรมควันมักก่อให้เกิดมะเร็งช่องปาก
รักษาโดยการผ่าตัด ให้ยาเคมีบำบัด ใช้รังสีรักษา ทั้งหมดมีโอกาสทำลายเซลมะเร็งและเซลปกติ ที่อยู่ใกล้ๆ
เซลมะเร็ง เช่น เนื้องอก หรือมะเร็งที่หลอดอาหาร การผ่าตัดบริเวณหลอดอาหาร และส่วนของเนื้องอกเอง จะส่งผลถึง
ประสิทธิภาพการทำงาน การย่อยและการดูดซึมอาหารได้
อาหารต้านอนุมูลอิสระ พบมากในผัก 5 สี
- วิตามิน อี พบมากในมะม่วงเขียวเสวย ทั้งสุกและดิบ
- ซิลิเนียม พบมากในกระเทียม และบล็อกโคลี
- ฟลาโวนอยด์ พบมากในองุ่นดำ มะละกอ และพริกหวานแดง
- สารไฟโตรเอสโตรเจน พบมากในเต้าหู้ น้ำนมถั่วเหลือง
อาหารสร้างภูมิคุ้มกัน พบมากในกลุ่มอาหารเหล่านี้
- น้ำมันปลา ควรรับประทานปริมาณ 0.3 กรัมต่อวัน หรือปริมาณที่เหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์เพราะถ้ารับประทานมากอาจทำให้เลือดแข็งตัวช้า เมื่อมีแผลจะทำให้หยุดยาก
- วิตามินบี 6 กรดโฟลิก วิตามินซี วิตามินอี
- กลูตามีน เป็นโปรตีนที่มีความสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันโดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็ง
คำแนะนำในการรับประทานอาหารสำหรับผุ้ป่วยมะเร็ง
- การเตรียมอาหารต้องสะอาด
- รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ทุกมื้อ
- รับประทานอาหารเหลว หรืออาหารอ่อนจะช่วยให้ย่อยง่าย
- แบ่งอาหารให้เป็นหลายมื้อ และแต่ละมื้อปริมาณน้อยลง
- งดอาหารหมักดอง หรือ อาหารสำเร็จรูป
- งด ชา กาแฟ เพราะจะทำให้ผู้ป่วยรับรสได้ไม่ดี
- หลีกเลี่ยงเนื้อแดง
- ควรงดไขมัน และแอลกอฮอล์ในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งเต้านม และงดสูบบุหรี่ในผู้ป่วยมะเร็งปอด
- ผู้ป่วยที่ต้องให้ยาเคมีบำบัด จะมีผลข้างเคียง อาการคลื่นไส้อาเจียน แสบคอ แนะนำให้ จิบอาหารเหลวบ่อยๆ
- ถ้ามีท้องผูก แนะนำให้ทานผัก ผลไม้ ซึ่งเป็นอาหารที่มีกากใยสูง เช่น กล้วยหอม ฝรั่ง ผักคะน้า บล็อกโคลี
นอกจากนี้ผู้ป่วยมะเร็ง ควรให้ความสำคัญกับสภาวะจิตใจ โดยลดความกังวลเกี่ยวกับโรค และการ
เปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น การเตรียมตัวและจิตใจให้พร้อมควบคู่ไปกับโภชนาการการบำบัดจะส่งผลให้การรักษาได้ผลดียิ่งขึ้น