สิ่งที่อยากเห็นในสังคม

การลดความเหลื่อมล้ำในสังคมคือศีลธรรม

การที่จะลดความเหลื่อมล้ำได้ต้องการจิตสำนึกใหม่และโครงสร้างใหม่ จึงเป็นเรื่องที่ยาก แต่ก็ต้องทำให้ได้ ถ้ามนุษยชาติจะอยู่รอดจากวิกฤตการณ์ทางศีลธรรม คอลัมน์จิตวิวัฒน์นี้ได้พูดถึงจิตสำนึกใหม่อยู่เนืองๆ ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงจากจิตเล็กไปสู่จิตใหญ่ จิตเล็กคือจิตที่เห็นแคบๆ คิดแคบๆ เห็นแต่เรื่องของตัวเอง คิดแต่เรื่องของตัวเอง จิตใหญ่คือจิตที่เห็นทั้งหมด คิดถึงทั้งหมด ดังที่เห็นว่าสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลไม่สามารถนำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสันติของคนทั้งหมด ต้องคิดถึงเสรีภาพของทั้งหมด (wholistic freedom) คือเมื่อมีความถูกต้องเป็นธรรมของทั้งหมด ทั้งหมดก็เป็นไปอย่างราบรื่น คล่องตัวไม่ติดขัด
โครงสร้างต่างๆ เช่น โครงสร้างอำนาจรัฐ โครงสร้างทางเศรษฐกิจ โครงสร้างทางการศึกษา โครงสร้างทางความยุติธรรม และคำสอนทางศาสนา ควรจะมุ่งไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำ มิฉะนั้นโครงสร้างต่างๆ จะส่งเสริมความเหลื่อมล้ำอันนำไปสู่ความเสื่อมเสียทางศีลธรรม
ยุทธศาสตร์ลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย ควรจะเป็นยุทศาสตร์ชาติที่รัฐบาลใหม่และสังคมไทยร่วมกันขับเคลื่อน องค์กรที่สนับสนุนการวิจัยและนักวิชาการในมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยต่างๆ ควรจะวิจัยเรื่องความเหลื่อมล้ำ และการลดความเหลื่อมล้ำ ทั้งในระดับโลกและระดับประเทศ แล้วนำความรู้ที่ได้มาสู่การรับรู้ของสังคมอย่างกว้างขวาง ความเข้าใจและความมุ่งมั่นร่วมกันจะทำให้การแก้ไขโครงสร้างเพื่อลดความเหลื่อมล้ำเป็นไปได้ด้วยสันติวิธี
การยึดมั่นกับความเชื่อและการปฏิบัติผิดๆ ทางพระเรียกว่า สีลัพพตปรามาส สีลัพพตปรามาสนำไปสู่วิกฤตการณ์ทางสังคมและความรุนแรง เพื่อลบล้างความเชื่อและการปฏิบัติที่ผิดๆ ถ้าจะพ้นจากวิกฤตการณ์ทางศีลธรรม สังคมไทยต้องทบทวนความยึดมั่นในความเชื่อและการปฏิบัติที่ไม่ได้ผล
ถ้าเห็นตรงกันว่าการลดความเหลื่อมล้ำคือศีลธรรม ก็สามารถหลอมรวมพลังของคนไทยไปสู่จุดลงตัวใหม่เพื่อสร้างสังคมศานติสุขได้
จิตไม่ได้ลอยตัวแยกเป็นเอกเทศจากสังคมและสิ่งแวดล้อม จิตและสังคมเชื่อมโยงและเป็นปัจจัยแก่กันและกันตามหลักอิทัปปัจจยตา จิตสำนึกใหม่กับสังคมที่มีความเสมอภาคเป็นปัจจัยซึ่งกันและกัน จิตสำนึกใหม่ไม่ใช่เพื่อปัจเจกเท่านั้น นั่นยังไม่ใช่จิตใหญ่จริง จิตสำนึกใหม่ที่เป็นจิตใหญ่ต้องเป็นไปเพื่อทั้งหมด โดยเห็นว่าทั้งหมดคือเรา เราคือทั้งหมด ด้วยจิตสำนึกใหม่และโครงสร้างต่างๆ ในสังคมที่ลดความเหลื่อมล้ำเท่านั้น ศีลธรรมหรือการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขจึงจะเป็นไปได้

      ฉะนั้นจึงอยากจะฝากกับทุกคนว่าถ้าศีลธรรมไม่กลับมา โลกาจะวินาศจึงน่าจะถึงเวลาแล้วที่เราท่านทั้งหลายจะพึงเห็นสำคำคัญของศีลธรรมเพื่อความสงบสุขของสังคมประเทศ

 

 

ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันที่ 27สิงหาคม 2554

โดย น.พ.ประเวศ วะสี