บุญบั้งไฟศรีบุญเรือง

 สืบสานประเพณีบุญบั้งไฟกือศรีบุญเรือง

คำว่า บุญบั้งไฟกือ หมายถึง บุญบั้งไฟสิบล้าน โดยอำเภอศรีบุญเรืองจะจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟกือขึ้นในทุกวันเสาร์ที่สองของเดือนมิถุนายน ในปี 2554 นี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 11 เดือน มิถุนายน 2554   ซึ่งเป็นบุญประเพณีใหญ่ประจำปี ผมเอง ในฐานะของเจ้าถิ่น ของพาทุกท่านเที่ยวชม อ. ศรีบุญเรือง ในมุมอีกมุมที่น่าสนใจ 

"ศรีบุญเรือง เมืองคนดี ...ประเพณีบุญบั้งไฟ...กล่องข้าวใหญ่ไทอิสาน...เด่นตระการถ้ำผาสวรรค์...อัศจรรย์ผาสามยอด...อ้อมกอดลำน้ำพอง..สีทองข้าวหอมมะลิ"

มารู้จักกับบุญบั้งไฟกันก่อนเลยครับ

  บุญบั้งไฟ นิยมทำกันในเดือนหก ถือเป็นประเพณีสำคัญที่จะขาดไม่ได้ เพราะตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน ชาวอีสานมีความเชื่อว่า ถ้าปีใดไม่จัดงานบุญบั้งไฟ ฟ้าฝนก็จะไม่ตกต้องตามฤดูกาล เกิดความแห้งแล้ง ไม่มีน้ำทำนา แต่ถ้าปีใดจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ ฟ้าฝนก็จะตกต้องตามฤดูกาล เกิดความอุดมสมบูรณ์ ปราศจากโรคภัย งานบุญบั้งไฟจึงถือเป็นงานประเพณี ประจำปีที่สำคัญของชาวอีสาน พอใกล้ถึงวันงานชาวอีสานไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็จะกลับบ้านไปร่วมงานบุญบั้งไฟ ซึ่งเป็นงานที่สร้างความรักความสามัคคีของคนท้องถิ่นเป็นอย่างดี


ตำนาน

 ประเพณีบุญบั้งไฟตามตำนานเล่าว่า เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าถือชาติกำเนิดเป็นพญาคางคก ได้อาศัยอยู่ใต้ร่มโพธิ์ใหญ่ในเมืองพันทุมวดี ด้วยเหตุใดไม่แจ้ง พญาแถนเทพเจ้าแห่งฝนโกรธเคืองโลกมนุษย์มาก จึงแกล้งไม่ให้ฝนตกนานถึง 7 เดือน ทำให้เกิดความลำบากยากแค้นอย่างแสนสาหัสแก่มวลมนุษย์ สัตว์และพืช จนกระทั่งพากันล้มตายเป็นจำนวนมาก พวกที่แข็งแรงก็รอดตายและได้พากันมารวมกลุ่มใต้ต้นโพธิ์ใหญ่กับพญาคางคก สรรพสัตว์ทั้งหลายจึงได้หารือกันเพื่อจะหาวิธีการปราบพญาแถน ที่ประชุมได้ตกลงกันให้พญานาคียกทัพไปรบกับพญาแถน แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ จากนั้นจึงให้พญาต่อแตนยกทัพไปปราบแต่ก็ต้องพ่ายแพ้อีกเช่นกัน ทำให้พวกสรรพสัตว์ทั้งหลายเกิดความท้อถอย หมดกำลังใจและสิ้นหวัง ได้แต่รอวันตาย

พระยาแถน

   ในที่สุด พญาคางคกจึงขออาสาที่จะไปรบกับพญาแถน จึงได้วางแผนในการรบโดยปลวกทั้งหลายก่อจอมปลวกขึ้นไปจนถึงเมืองพญาแถน เพื่อเป็นเส้นทางให้บรรดาสรรพสัตว์ทั้งหลายได้เดินทางไปสู่เมืองพญาแถน ซึ่งมีมอด แมลงป่อง ตะขาบ สำหรับมอดได้รับหน้าที่ให้ทำการกัดเจาะด้ามอาวุธที่ทำด้วยไม้ทุกชนิด ส่วนแมลงป่องและตะขาบให้ซ่อนตัวอยู่ตามกองฟืนที่ใช้หุงต้มอาหาร และอยู่ตามเสื้อผ้าของไพร่พลพญาแถนทำหน้าที่กัดต่อย หลังจากวางแผนเรียบร้อย กองทัพพญาคางคกก็เดินทางเพื่อปฏิบัติหน้าที่การรบ มอดทำหน้าที่กัดเจาะด้ามอาวุธ แมลงป่องและตะขาบกัดต่อยไพร่พลของพญาแถนจนเจ็บปวด ร้องระงมจนกองทัพระส่ำระสาย ในที่สุดพญาแถนจึงได้ยอมแพ้และตกลงทำสัญญาสงบศึกกับพญาคางคก ดังนี้

         1. ถ้ามวลมนุษย์จุดบั้งไฟขึ้นสู่ท้องฟ้าเมื่อใด ให้พญาแถนสั่งให้ฝนตกในโลกมนุษย์

         2. ถ้าได้ยินเสียงกบ เขียดร้อง ให้รับรู้ว่าฝนได้ตกลงมาแล้ว

         3. ถ้าได้ยินเสียงสนู (เสียงธนูหวายของว่าว) หรือเสียงโหวด ให้ฝนหยุดตกเพราะจะเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวข้าว หลังจากที่ได้สัญญากันแล้ว พญาแถนจึงได้ถูกปล่อยตัวไปและได้ปฏิบัติตามสัญญามาจนบัดนี้



าแดง-นางไอ่ คู่รักที่ทำให้ก่อเกิดตำนานบุญบั้งไฟขึ้น แต่ละชุมชนก้อจะส่งเข้าประกวดกันครับ...

ของอีกชุมชนครับ...


การเซิ้งบั้งไฟ

ของแต่ละชุมชนก้อจะร่วมมือกันในการรำในขบวนทั้งหมดร่วม 7 ขบวน ใช้ผู้รำหลายร้อยคนครับ

ขบวนฟ้อนของชุมชนสันติสุขครับ



เป็นการรำอิสานทั้งสามเผ่า ทั้งอิสานเหนือ อิสานกลาง และอิสานไต้ครับ(สวยดีครับ)

 

อีกขบวนเป็นของชุมชนเมืองใหม่ครับ


 

การเอ้บั้งไฟ

 เมื่อเอารูเสร็จแล้วก็ใส่หาง ใส่โหวดรอบตัวบั้งไฟ ตัดกระดาษปิดเป็นสีเป็นรูปต่างๆ ประดับให้สวยงาม การประดับบั้งไฟเขาเรียกว่า"เอ้บั้งไฟ"

         การประดับมีการประกวดความสวยงามด้วย ถ้าบั้งไฟเล็กก็แบกหางไป ถ้าบั้งไฟใหญ็ใส่ล้อเกวียนหรือเกวียนที่ประดับไว้สวยงาม ปัจจุบันใช้รถแทนเกวียน

แต่ละชุมชนก็จะมีการเอ้บั้งไฟส่งเข้าประกวดเหมือนกันครับ

ของอีกชุมชนครับ...

 

สีสันต์ของงาน

สีสีนของงานคือบรรดาชาวบ้านที่พากันแต่งตัวแบบหลุดโลก  เพื่อความสนุกสนาน ครื้นเครงในงานครับ

 

และสุดท้ายเก็บตกสาวสวยผู้ถือป้ายและนางรำของแต่ละชุมชนครับ..


(ภาพทั้งหมดเป็นถาพจริงจากงานประเพณีในวันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน 2554)

ทิ้งท้ายด้วยภาพวีดีโอวันงานประเพณีครับ...

 

ลิงค์: http://www.youtube.com/watch?v=ChNqprspKC0&feature=related

 

ขอขอบคุณเจ้าของภาพ/วีดีโออย่างสูงครับ


ในวันเสาร์ที่สองของเดือนมิถุนายนปี 2555 ชาวศรีบุญเรืองยินดีต้อนรับทุกท่านเที่ยวชมงานบุญประเพณีบุญบั้งไฟกือของเราด้วยความยินดียิ่งครับ

(หากข้อมูลผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ. ที่นี้ครับ)