การศึกษาในยุคโลกาภิวัฒน์
จากกระแสของโลกาภิวัฒน์ ที่พยายามที่จะเชื่อมโลกให้เป็นหนึ่งเดียว ทั้งทางด้านความคิด มุมมอง และการกระทำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ย่อมมีผลกระทบต่อการเมือง เศรษฐกิจ การศึกษา วัฒนธรรม และวิถีชีวิต
"โลกาภิวัตน์" จึงเป็นวาทกรรมการพัฒนา (Development Discourse) อันใหม่ล่าสุดต่อเนื่องมาจากคำว่า "การพัฒนา" "ความเจริญ" และ "การทำให้ทันสมัย" ที่ประเทศกลุ่มตะวันตกผู้นำระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม และวัฒนธรรมแบบบริโภคนิยม ได้สร้างทำขึ้นจนเป็นกระแส เพื่อที่จะส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศตน ซึ่งยังคงแฝงความหมายโดยนัยความหมายของการคุกคามประชาชนนอกกลุ่มประเทศเหล่านั้นโดยปริยาย (ส. ศิวลักษณ์. การศึกษาทางเลือก. http://www.sulak-sivaraksa.org/th/index.php?option=com_content&task=view&id=369&Itemid=3) จะเห็นได้ว่า กระแสโลกาภิวัฒน์ มีจุดเริ่มต้นมาจากชาติตะวันตก เราจึงเห็นได้ในปัจจุบันว่า โลกปัจจุบันถูกปรุงไปด้วยกระแสความคิด การเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และเทคโนโลยีของฝรั่งเป็นส่วนใหญ๋
ดังนั้น ในด้านการศึกษา ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างคนให้เป็นคนเก่ง คนดี และมีชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข จำเป็นต้องขบคิด และ หาแนวทางป้องกัน ปรับปรุงพัฒนา เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก
คำถามที่เกิดขึ้น คือ สิ่งที่ดีที่สุดคืออะไร? เราจะยอมตามกระแสของชาติตะวันตกหมดหรือ มันคือสิ่งที่ดีที่สุดหรือยัง......ทุกคนมีสิทธิที่จะคิด ..... ความคิดแต่ละคนไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน ....... ไม่มีอะไรถูกอะไรผิด ...... ความถูกหรือผิด.......ขึ้นอยู่กับพื้นฐานความรู้ ประสบการณ์ของแต่ละคนที่ได้รับมา
สำหรับผู้เขียนแล้ว "ธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสุดยอดที่สุดแล้ว" ดังน้น หลักการจัดการศึกษาจึงควรยึดหลัก "ไตรสิกขา" คือ ศีล สมาธิ ปัญญา นั่นเอง มาถึงการศึกษาในยุคโลกาภิวัฒน์ล่ะ ควรจะเป็นในแนวไหน ทิศทางใด .... มีคำกล่าวว่า "รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง" เช่นเดียวกัน ในโลกปัจจุบัน ส่วนหนึ่งที่ต้องยอมรับการคือ โลกของการแข่งขัน ผู้มีอำนาจทั้งทางวัตถุ ความรู้ ความดี ย่อมมีโอกาสที่จะชนะ และอยู่บนโลกใบนี้ได้ ดังนั้น เราในฐานะที่เป็นพลเมืองของชาติไทย จึงจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ทั้งศาสตร์ภายใน และภายนอก แล้วคัดเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตนเอง
สำหรับการศึกษาแล้ว .... เมื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารก้าวหน้าไปมาก จึงก่อให้เกิดโอกาสใหม่ๆ ทางการศึกษา การกระจายโอกาสทางความรู้สามารถที่กระจายไปถึงที่ห่างไกล การศึกษาจึงไม่จำเป็นต้องจำกัดแค่ในห้องเรียนแคบๆ การศึกษาสามารถมีได้ทั้ง ในระบบ นอกระบบ และ ตามอัธยาศรัย
การศึกษาในยุคโลกาภิวัฒน์ จึงเป็นการศึกษาที่เปิดกว้าง เป็นการศึกษาที่นำไปสู่การเรียนรู้ทุกหนทุกแห่ง (UBIQUITOUS LEARNING AND EDUCATION) โลกของเทคโนโลยีเครือข่าย www. เครือข่ายใยแมงมุมนี้ ยังเป็นจุดเชื่อมต่อของการศึกษาได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ที่นำมาใช้จะพัฒนาไปทั้ง แบบมีสาย หรือ แบบไร้สาย ก็ตาม ส่วนด้านซอฟต์แวร์นั้น ก็พัฒนาไปไม่หยุดยั้ง การเรียนรู้ในยุคใหม่จึงต้องเป็นการเรียนรู้ที่ตื่นตัวตลอดเวลา (Active Learning) และ เป็นการศึกษาที่ครอบคลุมทุกหนทุกแห่ง (U-Learning) และ เป็นการศึกษาตลอดชีวิต (Long lief Learning) ยิ่งในปัจจุบันการศึกษาจะต้องควบคู่ไปกับการทำงาน (Re-Learning)
จึงขอสรุปว่า การศึกษาในยุคโลกาภิวัฒน์ จึงจำเป็นที่จะต้องใช้ "ปัญญา" ในการคัดสรรสิ่งดีงามกับตนเอง สำหรับในประเทศไทยเรานี้ สิ่งดีๆ มีเยอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แนวพระราชดำริของพระเจ้าอยู่หัวที่ท่านทรงประทาน "เศรษฐิกิจพอเพียง" สามารถที่จะน้อมนำมาใช้ได้เป็นอย่างดี และอีกประการหนึ่ง เราจะเห็นว่า โลกปัจจุบันถึงแม้ว่าส่วนหนึ่งจะเป็นโลกแห่งการแข่งขัน แต่ก็ยังแฝงด้วยโลกของการแบ่งปัน เทคโนโลยีพยายามที่จะสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ให้เราได้ใช้งาน นั้นคือ การแบ่งปัน เว็บ gotoknow ที่เราสามารถใช้คิด เขียน แลกเปลี่ยนเรียนรู้นี้ก็คือการแบ่งปัน หรือ การมีเว็บพวก bittorrent ก็เป็นส่วนของการแบ่งปัน การใช้เว็บพวก Wiki ซึ่งก็คือส่วนของการแบ่งปัน เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม ในขอบเขตของการแบ่งปันนั้น จำเป็นที่เราจะต้องมีการเคารพสิทธิของความชอบธรรม ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์สิ่งของที่เขาไม่ปรารถนาจะให้ และ เราจะต้องรู้จะเลือกสรรสิ่งที่ดี ไม่รับสิ่งที่ไม่ดีงาม
ดังนั้น สิ่งที่อยากให้เกิดในสังคมคือ การแบ่งปัน คนที่มีโอกาสช่วยเหลือคนที่ด้อยโอกาส แต่ละคนอยู่ร่วมกันด้วยความเมตตา พร้อมยึดหลักการพึ่งตนเอง ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมกับจะต้องมีคุณธรรมจริยธรรม เคารพสิทธิของผู้อื่น พร้อมทั้งต้องมีภูมิคุ้มกันที่จะไม่เลือกรับสิ่งที่ไม่ดีงาม
ได้รับงานที่มอบหมายแล้วครับ...ขอบคุณครับ และให้สมาชิก gotoknow ทุกคนหาข้อมูลดีๆหรือประสบการณ์เด่นๆมาลงไว้ในบล็อก เพื่อเป็นการเผยแพร่ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันต่อไปให้เยอะๆน่ะครับ....ร่วมสนับสนุนนักวิชาการน้อยทุกคนครับ....ด้วย gotoknow