“มะม่วงทองดำ” มะม่วงชนิดนี้จะมีรสชาติอร่อยถูกปากถูกคอดีมาก โดยเฉพาะถ้าเป็น “มะม่วงทองดำ” ที่มีเนื้อในเป็นสีส้ม (มะม่วงพันธุ์นี้เนื้อในมี 2 สี คือ สีเหลืองกับสีส้ม) ปัจจุบัน พบว่ามีผู้นำเอาต้น “มะม่วงทองดำ” ชนิดที่มีเนื้อเป็นสีส้มมาวางขาย เป็นสายพันธุ์ที่หายากมาก จึงนำเรื่องเสนอ

มะม่วงทองดำ ชนิดที่มีเนื้อในเป็นสีส้ม อยู่ในวงศ์ ANACARDIACEAE เป็น ไม้ยืนต้น สูง 10-20 เมตร แตกกิ่งก้านสาขาเยอะ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเวียนสลับรอบกิ่งก้าน เป็นรูปใบหอก ปลายแหลม โคนใบมน เนื้อใบค่อนข้างหนา แข็ง ผิวใบเรียบ หน้าใบเป็นสีเขียวสด หลังใบเป็นสีเขียวหม่น เวลาใบดกให้ร่มเงาดีมาก
ดอก ออกเป็นช่อแบบแยกแขนงช่อที่ปลายกิ่ง แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก ดอกเป็นสีเหลืองอ่อน หรือสีขาวนวล มีกลิ่นหอมอ่อน ในช่วงที่มีดอกจะมีน้ำหวานเหนียวๆ จากดอกหยดหรือร่วงลงสู่พื้นใต้โคนต้นจำนวนมาก ซึ่งคนส่วนใหญ่เข้าใจผิดคิดว่าเป็นยางมะม่วง ถ้านำเอารถยนต์ หรือนำสิ่งของมีค่าไปจอด หรือวางใต้โคนต้นในช่วงดังกล่าว จะถูกน้ำหวานเหนียวๆจากดอกร่วงลงมาติด หากไม่รีบนำไปล้างออกจะทำให้สีรถยนต์ หรือของมีค่าเสียหายได้
ผล เป็นรูปทรงกลม ยาว ปลายผลแหลม หน้าอกผลจะมีร่องเป็นเอกลักษณ์ เห็นที่ไหนทุกคนจะตอบได้ว่าเป็นมะม่วงทองดำ ผลใหญ่อ้วน เมล็ดลีบ เนื้อเยอะ ผลดิบสีเขียวฉ่ำน้ำ นิยมสับเป็นฝอยๆ คั้นเอาเฉพาะน้ำใช้แทนน้ำมะนาวได้ เพราะมีรสเปรี้ยวจัด ส่วนกากที่เหลือทำเป็นยำมะม่วงอร่อยมาก ผลสุกเป็นสีเหลือง เนื้อในเป็นสีส้มชัดเจน (ดูภาพประกอบคอลัมน์) รสหวานปนเปรี้ยวนิดๆ ไม่หวานจัดจนเกินไป อยู่ในมาตรฐานสากล ผลเมื่อโตเต็มที่มีน้ำหนักเฉลี่ย 3 ผล ต่อ 1 กิโลกรัม ที่สำคัญ “มะม่วงทองดำ” เนื้อสีส้ม จะติดผลทะวาย หรือ ติดผลตลอดปี เวลาติด ผลจะเป็นพวง 3-5 ผล ต่อพวง ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตอนกิ่ง และทาบกิ่ง ปัจจุบัน มีต้นขาย ที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 19 แผง “นายดาบสมพร” ราคาสอบถามกันเอง
ปลูกได้ในดินทั่วไป เหมาะจะปลูกเก็บผลกินในครัวเรือน หรือปลูกเพื่ออนุรักษ์ก่อนที่ “มะม่วงทองดำ” ชนิดเนื้อสีส้มจะสูญพันธุ์ ใช้เวลาปลูก 5-6 ปี จะมีผลให้เก็บรับประทานคุ้มค่า
อ้างอิง
สวัสดีค่ะคุณ'สุมาลี'
สนใจติดตามอ่านเรื่องราว 'คนสวน' ค่ะ