อำเภอกันทรารมณ์ จังหวัดศรีสะเกษ ไม่มีแหล่งท่องเที่ยว แต่ในเดือนๆ หนึ่งมีคณะบุคคลเดินทางมาอำเภอกันทรารมณ์เพื่อศึกษาดูงานจำนวนมาก มีข้อมูลรายงานว่าระหว่างเดือนพฤษภาคม ๒๕๔๘ ถึง มีนาคม ๒๕๔๙ มีคณะบุคคลมาศึกษาดูงานถึง ๓๓๑ คณะ (๑๖,๖๕๔ คน) กลุ่มคนเหล่านี้เดินทางมาสู่อำเภอกันทรารมณ์เพื่อมาศึกษาดูงานโรงเรียนกันทรารมณ์ ๑ อำเภอ ๑ โรงเรียนในฝัน นั่นเอง

            ได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนโรงเรียนกันทรารมณ์ ซึ่งจัดเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ ตั้งอยู่ในพื้นที่ ๓๕ ไร่เศษ มีจุดเน้นว่า ดนตรี กีฬา วิชาการ ศิษย์ ก.ร. ต้องเก่งเรียน ไม่เกเร และรักการกีฬา   มีนักเรียนชั้น ม. ๑-๖ จำนวน ๓,๔๑๔ คน ภายใต้การดูแลของครู-อาจารย์ ๑๒๑ คน โดยมีอาจารย์ฤทธา นันทพันธ์  ผู้บริหาร ระดับ ๙  เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน

            จากจุดเน้นของโรงเรียน ภายใต้การบริหารจัดการของผู้อำนวยการฤทธา นันทพันธ์ ทำให้โรงเรียนกันทรารมณ์ กลายเป็นโรงเรียนต้นแบบในฝัน ที่มีคณะบุคคลเดินทางมาศึกษาดูงานจำนวนมาก ขอยกจุดเน้นจุดเด่นของโรงเรียนกันทรารมณ์เอามาเพียง ๑ จุด มาเล่าสู่กันฟัง คือ ศิษย์ ก.ร. ไม่เกเร โรงเรียนนี้เขามีวิธีการอย่างไร  ?

            โดยทั่วๆ ไปโรงเรียนมัธยมในต่างอำเภอจะพบเห็นเด็กนักเรียนสูบบุหรี่ กินเหล้า ติดยา ซึ่งนักเรียนโรงเรียนกันทรารมณ์ก็เช่นเดียวกัน แต่ปัจจุบันนักเรียนโรงเรียนกันทรารมณ์ไม่ได้เป็นไปอย่างเช่นในอดีต ผู้อำนวยการฤทธา นันทพันธ์ เล่าให้ฟังว่า การจัดกิจกรรมการขัดเกลานิสัยใจคอของนักเรียน การดูแลอย่างใกล้ชิด และมีกิจกรรมที่หลากหลายให้นักเรียนเลือกทำกิจกรรมที่ชอบ จะทำให้นักเรียนหันมาสนใจการเรียนรู้ ละทิ้งอบายมุขได้อย่างสิ้นเชิง โดยเริ่มต้นจากในพื้นที่โรงเรียนก่อน  การติดตามพฤติกรรมนักเรียนก็มิได้ละเลยมีสารวัตรนักเรียนในทุกชุมชน รายงานผลมาให้โรงเรียนทราบทุกวันถ้ามีเหตุการณ์ไม่มีดีไม่งามเกิดขึ้น ผู้อำนวยการฤทธา นันทพันธ์ เน้นว่าทั้งนี้ครู-อาจารย์ในโรงเรียนจะต้องเป็นแม่แบบที่ดีงาม "ตัวอย่างที่ดีมีค่ามากกว่าคำสอน" จึงจะทำให้จุดเน้นข้อนี้ของโรงเรียนเกิดสัมฤทธิผล   

            ภายหลังนักเรียนได้ร้องเพลงเคารพธงชาติแล้ว จะมีกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภาษาอังกฤษ โดยมีอาจารย์ชาวต่างชาติมาพูดคุย ทำให้นักเรียนมีความกล้า มีความเชื่อมั่นที่จะพูดคัยกับชาวต่างชาติ จากนั้นนักเรียนจะแยกย้ายเป็นชั้นเรียนเข้าพบครูประจำชั้น ตามมุมสนามพื้นที่ของโรงเรียน ได้พบปะพูดคุย ไถ่ถามเรื่องราวต่างๆ นักเรียนจะสลับกันนำเสนอเรื่องที่น่าสนใจแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนๆ ในชั้นเรียน ภายใต้การชี้แนะของครูประจำชั้น จากนั้นจึงจะแยกย้ายกันเข้าห้องเรียนตามตารางเรียน  กิจกรรมนี้ดำเนินไปทุกวัน            

           ได้มีโอกาสเข้านมัสการพระปลัดบุญชู ธีระปัญโญ วัดกันทรารมณ์ ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของโรงเรียนกันทรารมณ์รูปหนึ่ง ท่านได้เล่าให้ฟังว่า โรงเรียนกันทรารมณ์ เอาจริงเอาจังกับเรื่องคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียน มีกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมอย่างต่อเนื่อง โรงเรียนจัดพื้นที่ทำห้องจริยธรรมไว้ ๒ ห้อง  ๆ ละ ๑ อาคาร  อาคารหนึ่งสำหรับนักเรียนมัธยมต้น ม. ๑-๓ ส่วนอีกอาคารหนึ่งสำหรับนักเรียนมัธยมปลาย ม. ๔-๖  ภายในห้องจริยธรรมมีพื้นที่กว้างขวาง มีพระพุทธรูปเป็นองค์พระประธาน นักเรียนทุกชั้นปี จะต้องหมุนเวียนกันเข้าห้องจริยธรรม เพื่อสวดมนต์ กล่าวคำอาราธนาต่างๆ และจบลงด้วยการนั่งสมาธิ ทุกครั้งนักเรียนจะต้องหมุนเวียนเป็นผู้นำกล่าวสวดมนต์  จากการสังเกตนักเรียนชั้นมัธยมต้นจะต้องเปิดหนังสือสวดมนต์  แต่นักเรียนมัธยมปลายสามารถประกอบกิจกรรมโดยไม่ต้องใช้หนังสือสวดมนต์  ทั้งนี้เพราะเป็นกิจกรรมที่ต่อเนื่อง และซึมซาบกิจกรรมนี้อย่างไม่รู้ตัว นอกจากนี้โรงเรียนยังจัดกิจกรรมเข้าวัดทุกสัปดาห์ เพื่อให้นักเรียนเข้าวัด เข้าหาพระสงฆ์ ฟังธรรม เพื่อขัดเกลาจิตใจนักเรียนให้อ่อนโยน ละเลิกอบายมุขได้อย่างจริงจัง

            กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม มิใช่กิจกรรมที่ทำเป็นครั้งคราว เช่น เข้าค่ายธรรมะ เข้าวัดฟังธรรม เป็นต้น ระยะเวลาเพียงชั่วครั้งชั่วคราวมิอาจขัดเกลาจิตใจ หรือบ่มนิสัยที่ดีงามแก่เด็กๆ ได้ จะต้องจัดกิจกรรมจนเป็นวัฒนธรรม  โรงเรียนกันทรารมณ์เป็นโรงเรียนต้นแบบในฝัน ที่มีนักเรียนมีคุณสมบัติตามที่ต้องการ เพราะดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การเอาใจใส่ดูแลของครู-อาจารย์ อย่างใกล้ชิด ทุกๆ เช้าหลังเคารพธงชาติ นักเรียนทุกชั้นจะต้องเข้าหาครูประจำชั้นของตน จะใช้เวลาประมาณ ๒๐ นาที โดยใช้พื้นที่สนาม ใต้ร่มไม้  ใต้อาคารเรียน เพื่อให้ครูและนักเรียนได้พูดคุยกัน นักเรียนทุกคนจะต้องหมุนเวียนกันออกมายืนข้างหน้าเพื่อนๆ เพื่อนำเรื่องที่น่าสนใจมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟัง  กิจกรรมนี้จะไร้ประโยชน์ถ้าครูประจำชั้นมาทำงานสาย  เมื่อครูประจำชั้นและนักเรียนลูกศิษย์พบกันทุกวันเช่นนี้ ทำให้เกิดความผูกพัน และความเป็นกันเอง ทำให้ครูประจำชั้นทราบเรื่องราวต่างๆ ของนักเรียนที่ตนดูแล นำไปสู่ระบบช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียน  ส่งผลให้แก้ไขปัญหาของนักเรียนได้ทันเวลา นับว่าเป็นกิจกรรมที่ดีมากอีกกิจกรรมหนึ่ง

            โรงเรียนกันทรารมณ์ ยังมีจุดเด่นอีกมากมาย ทั้งนี้เกิดจากการมีวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร การร่วมมือของครู-อาจารย์  และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ผู้อำนวยการฤทธา นันทพันธ์  เล่าว่า โรงเรียนใช้หลักการทำงานแบบมีส่วนร่วม  บุคคลที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียน อาทิ คณะกรรมการสถานศึกษา กรรมการผู้ปกครองเครือข่ายประจำชั้นเรียน มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาโรงเรียน  บุคคลหล่านี้จะมาประชุมร่วมกันที่โรงเรียนทุกภาคการเรียน และร่วมกันวิเคราะห์สถานภาพของโรงเรียน กำหนดทิศทางพัฒนาให้แก่โรงเรียน ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนด้านต่างๆ โดยที่โรงเรียนมิได้ร้องขอ ด้วยความร่วมมืออย่างแนบแน่นระหว่าง บ้าน (ชุมชน) วัด และโรงเรียน ทำให้อำเภอกันทรารมณ์มีโรงเรียนต้นแบบในฝัน ที่เป็นที่ชื่นชมแก่บุคคลที่ได้มาพบเห็น

        ถ้าสถานศึกษาในประเทศไทยใช้หลักการนี้ นำไปใช้กับนักเรียนนักศึกษาของตน  เชื่อเหลือเกินว่าเด็กไทยรุ่นใหม่ จะมีคุณภาพมากกว่าผู้ใหญ่ไทยในปัจจุบัน (บางคน)