ความตายเป็นเรื่องที่น่ากลัว......แต่สำหรับคนบางคนการที่ต้องมีชีวิตอยู่กลับเป็นเรื่องที่น่ากลัว.....

+++วลีเด็ดจากความตาย ประโยชน์คำพูดที่สะท้อนพฤติกรรมการเสียชีวิตของเด็กๆที่พ่อแม่ควรรู้+++

               เป็นเรื่องสำหรับคุณพ่อคุณแม่โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นเรื่องที่สมควรควรต้องรับทราบข้อมูลต่อไปนี้อย่างมาก เพราะถ้าในอนาคตไม่อยากเสียใจ เศร้าใจ มีภาพความทรงจำที่ไม่อยากจดจำ ที่เจ็บปวดไปตลอดชีวิต จากการสูญเสียชีวิตของลูกๆ

            คุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองที่มีลูกตัวน้อยๆ มีเด็กๆที่น่ารักและได้เลี้ยงดูเอาใจใส่อย่างดีจนลูกเติบโตขึ้นเป็นหนุ่มใหญ่นั้น พ่อแม่ทุกคนยอมมีความรักความผูกพัน เฝ้าสังเกตอยากเห็นพัฒนาการต่างๆ ของลูกเจริญเติมโตไปในทางที่ดีขึ้น รวมถึงลูกๆนั้น ยังเป็นสายใยรักของพ่อแม่เป็นพยานรักในการครองคู่ชีวิตกันอย่างมีความสุขของครอบครัว แต่หลักทางศาสนาได้บอกอยู่ว่า ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน

            ในชีวิตของมนุษย์นั้น คงกล่าวได้ว่าไม่มีความเสียใจ เจ็บปวดใจ เศร้าใจ ทุกข์ใจไดๆ จะเท่าความเสียใจจากการเสียชีวิต การสูญเสียชีวิตของคนที่รัก ของญาติพี่น้อง มิตรสนิท มิตรสหายที่รักใครกัน แต่ที่ทำให้เสียใจสุดๆเจ็บปวดใจสุดๆของความทุกข์ใจ อย่างหนึ่งนั้น คงบอกได้ว่า คือการเสียชีวิต ของลูกชายลูกสาว การสูญเสียชีวิตของลูกๆของคุณพ่อคุณแม่ที่ค่อยเฝ่าเลี้ยงดู

           จากการมีประสบการณ์ การเสียชีวิตของเด็กๆจากสาเหตุภายนอก ที่ไม่ได้เสียชีวิตด้วยโรค จำนวนมากพอสมควร มากพอที่จะสะท้อนการเสียชีวิตของเด็กๆออกมาเป็น วลีเด็ดๆ ประโยชน์คำพูดเด็ดๆ ที่นำไปถึงพฤติกรรมสาเหตุที่มาที่ไปแห่งความตายของการเสียชีวิต ของลูกๆที่รักของคุณพ่อแม่นั้น มีอยู่ 10 วลี 10 ประโยชน์คำพูดที่สำคัญ ที่อยากนำเสนอ ให้ที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้ เพื่อนำไปป้องกัน นำใช้เพื่อความระมัดระวังในการเลี้ยงดูลูกๆ ไม่ให้เสียชีวิต แต่ละวลี แต่ละประโยชน์คำพูด จะขอขยายความเพิ่มเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจในระดับหนึ่ง

1.       ความคุนเคย เคยชิน

         ความคุนเคย เคยชิน ที่เกิดได้จากพฤติกรรมของเด็กๆ หรือจากผู้ปกครอง เป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้เด็กๆต้องเสียชีวิต ในกรณีของความคุนเคย เคยชินที่เกิดจากผู้ปกครอง  การที่ผู้ปกครองได้เคยพาเด็กๆลูกๆ ไปทำกิจกรรมเสี่ยงๆในการเสียชีวิต เช่น ชอบพาเด็กไปให้อาหารปลา ในบ่อปลาอ่างปลา ไปอาบน้ำ ไปเล่นน้ำในกระมัง ในแม่น้ำลำคลอง บ่อน้ำที่อยู่บริเวณบ้าน หรือ ไปจับปลาไปตกปลา ในแหล่งน้ำต่างๆ บริเวณรอบๆบ้าน พาไปซื้อขนมที่ท่าน้ำของบ้านพัก จากพ่อค้าที่มาขายขนมตามคลอง หรือ ชอบพาเด็กไปในเล่นบนรถมอเตอร์ไซค์แล้วมอเตอร์ไซค์ล้มทับ  พาไปนั้งเล่นเดินเล่นในสถานที่มีสภาพแวดล้อมที่อันตราย 

       สรุปคือเมื่อเด็กๆลูกๆ มีความคุนเคย เคยชิน จึงมีพฤติกรรมที่จะไปเล่นไปทำกิจกรรมนั้นเอง ซึ่งถ้าผู้ปกครองมองไม่เห็นเด็กๆช่วงเวลาที่ไปในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยง อาจทำให้เด็กประสบเหตุเสียชีวิตได้จาก

      

       ส่วนในกรณี ความคุนเคย เคยชิน ที่เกิดจากพฤติกรรมของเด็กๆเอง คือ ชอบไปเล่นในสถานที่เสี่ยงในการเสียเชีวิต เช่นมีสถานที่เล่นอยู่ใกล้ๆแหล่งน้ำ ชอบชวนกันไปเล่นน้ำกับเพื่อนๆ ชวนกันไปขับขี่จักรยานไกลบ้านไปขับขี้รถมอเตอร์ไซค์ไกลบ้านทำให้ถูกรถชนทับเสียชีวิต

          ดังนั้นเมื่อเด็กมีความคุนเคย เคยชิน ในการไปเล่นในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงด้วยตัวเอง โดยที่ผู้ปกครองไม่ทราบหรือทราบแล้วไม่ได้ตักเตือน ให้เด็กๆ เลิกมีพฤติกรรมที่เสี่ยงนั้น จึงเป็นสาเหตุที่สำคัญที่ทำให้เด็กเสียชีวิต ซึ่งกรณีการเสียชีวิตของเด็กที่เกิดจากความคุนเคย เคยชินในการเลี้ยงดูของผู้ปกครอง ในกรณีการเสียชีวิตของเด็กๆกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่ยังเป็นเด็กเล็กๆอยู่ อายุ ไม่ถึง 6 ขวบ

2.       ความเพ้อเรอ

        ลักษณะพฤติกรรมของการเพ้อเรอ คงต้องบอกว่าเกิดขึ้นจากพ่อแม่ผู้ปกครอง มีความเพ้อเรอ ในเลี้ยงดูเด็กๆการเสียชีวิตเกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นเด็กที่อายุน้อยๆ อยู่ ประมาณไม่เกิน 6 ขวบ ลักษณะพฤติกรรมการเพ้อเรอของผู้ปกครองเด็กๆที่ทำให้เด็กเสียชีวิต  มีลักษณะเป็นพฤติกรรมต่อเนื่องมาจาก ความ คุนเคย เคยชิน ของผู้ปกครองและตัวเด็กเอง เช่น  ช่วงเวลาที่ผู้ปกครองนอนหลับ แต่ลูกเด็กๆได้ตื่นนอนก่อน และได้ เดินออกไปในสถานที่คุนเคยเคยชิน ซึ่งเป็นสถาพแวดล้อมที่เสี่ยงและทำให้เด็กๆสามารถเสียชีวิตได้ เช่นแหล่งน้ำต่างๆ

         หรือการที่ผู้ปกครองทำกิจกรรมอะไรอยู่นั้น และได้ปล่อย ให้เด็กอยู่ตามลำพัง โดยคิดว่าเด็กคงปลอดภัย แต่ช่วงเวลาที่ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดเด็กๆนั้น อาจเป็นเวลาเพียงไม่ถึง 5 นาที หรือแค่ 5 นาทีนั้นสามารถทำให้เด็กเสียชีวิตได้ เช่น เด็กเดินเล่นไปตกน้ำเสียงชีวิต จากแหล่งน้ำในบ้านพักหรือรอบที่พัก ถ้าเป็นอ่อนเด็กสามารถที่จะเสียชีวิตได้บนที่นอนจากการนอนคว้ำหน้าแล้วให้หายใจไม่ออก หรือ ผู้ปกครองที่อยู่ ตึกอยู่คอนโด ลงมาซื้อของข้างล้างแล้วปล่อยให้เด็กอยู่คนเดียว เด็กอาจมาที่ระเบียงแล้วปีนตกลงไปข้างล้างทำให้เสียชีวิตได้  หรือ ปล่อยเด็กตามอยู่ลำพังบริเวณหน้าบ้าน จุดที่เป็นถนนแล้วมีรถมาชนรถทับเด็กเสียชีวิต

3.       เติบโตตามธรรมชาติตายตามธรรมชาติ

        เด็กที่เสียชีวิต จำนวนมากๆที่พบ เป็นลักษณะเด็กๆที่มีวิถีชีวิตมีการดำรงชีวิต ตามธรรมชาติ เติบโตตามธรรมชาติ มากๆเกินไป หมายถึง ไม่ได้ถูกควบคุมจากผู้ปกครองมากนัก เด็กสามารถไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระเสรีพอสมควร เช่น ในวันธรรมดา หลังเลิกเรียนแล้ว เด็กๆกลับถึงบ้านวางกระเป๋านักเรียนแล้วออกไปเล่น กับเพื่อนๆในชุมชนในระแวกบ้านพักเลย กลับบ้านอีกครั้งมากินข้าวช่วงก่อนค่ำ บ้างคนอาจออกไปเล่นต่อหลังจากกินข้าวที่บ้านเพื่อนอีก หรือหลังจากเลิกเรียนแล้วสามารถกลับบ้านเย็นๆค่ำๆได้          

       และถ้าเป็นวันเสาร์อาทิตย์ช่วงปิดเทอม หรือวันหยุด ต่างๆ ลักษณะคือ เด็กตื่นนอนแล้ว ดูการ์ตูน กินข้าวเสร็จ ออกไปเล่นนอกบ้านกับเพื่อน ออกไปเล่นในชุมชนระแวกชุมชนกลับบ้านมากินข้าวเที่ยงหรือกลับบ้านอีกครั้งช่วงเย็นๆเลย มีลักษณะ ยิ่งโตยิ่งไปไกลบ้านมากขึ้นไปนานมากขึ้น และชอบไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายที่สุดของชุมชนของสังคมที่มีปัจจัยเสียงในการเสียชีวิตสูงขึ้น

           สรุป คือลักษณะการดำรงวิถีชีวิตของเด็ก มีการเจริญเติมโตตามธรรมชาติ ตามสภาพแวดล้อม ของชุมชนของสังคมของกลุ่มเพื่อนมากไป ผู้ปกครองมีลักษณะการเลี้ยงดูที่ควบคุมตรวจสอบติดตามเด็ก ไม่ได้ทุกช่วงเวลาและทุกพฤติกรรมของการดำรงชีวิตของเด็ก ทำให้เด็กๆ ได้เข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นจุดเสี่ยง ที่เป็นสถานที่อันตรายของชุมชนของสังคม และมีกิจกรรม การเล่นที่เสี่ยงในการเสียชีวิต เช่น แหล่งน้ำ ต่างๆที่ชวนกันไปเล่น ถนนหนทางที่ไปขับรถเล่น ตึกที่ก่อสร้าง หรือไปทะเลาะวิวาทกับกลุ่มเด็กกลุ่มอื่นๆ ทำให้เสียชีวิตอีก

4.       น้ำต่างระดับ

          การเสียชีวิตของเด็กจากสาเหตุภายนอกนั้น คงต้องบอกว่า การจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่สำคัญที่พ่อแม่ควรต้องระวังสูงสุด โดยเพราะเด็กเล็ก ๆ ลักษณะความหมายของน้ำต่างระดับ ที่ทำให้เด็กๆเสียชีวิตนั้น เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเด็กโตหน่อย 7-8 ขวบขึ้นไป คือเมื่อเด็กโตขึ้นมีเพื่อนมีกลุ่มเพื่อน สิ่งหนึ่งของพฤติกรรมเด็กๆ คือชอบชวนกันไปเล่นน้ำ เด็กบ้างคนอาจว่ายน้ำเป็นหรือไม่เป็น คนที่ว่ายไม่เป็นอาจถูกเพื่อนล้อเรียน คนที่ว่ายเป็นอาจชอบคุย ว่าตัวเองว่ายน้ำเป็นแล้ว ทำให้เกิดการชวนกันไปเล่นน้ำในแม่น้ำลำคลอง หนองบึงต่างๆ  โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อน ซึ่งเป็นช่วงปิดเทอมของเด็กๆ

         เมื่อชวนกันไปเล่นน้ำ และได้ประสบเหตุทำให้เสียชีวิตจากการจมน้ำนั้น น้ำต่างระดับ เป็นสาเหตุที่สำคัญมากๆที่ทำให้เสียชีวิต อาจเกิดขึ้นมากกว่าการที่เด็กจมน้ำเสียชีวิตจากการเป็นตะคิวอีก ลักษณะของน้ำต่างระดับนั้น คือ อาจเป็นเด็กคนหนึ่งคนได้ ที่เล่นน้ำไม่เป็น แต่ได้เล่น น้ำอยู่ขอบๆแหล้งน้ำ ที่ตัวเองสามารถเหยียบถึงพื้นดินได้ เช่นขอบตลิ่ง บันได ท่าน้ำ ระเบียงชานน้ำ และอื่นๆ แต่ระหว่างที่เล่นน้ำอยู่นั้น ได้พลัดออกไปบริเวณน้ำมีระดับที่ลึกจนตัวเองเหยียบไม่ถึงพื้นดิน และไม่สามารถช่วยตัวเองกลับเข้าฝั่งได้ จึงทำให้เสียชีวิต การพลัดออกไปจากจุดที่น้ำตืนๆไปสู้น้ำลึกนั้น อาจเป็นการพลัดออกไปด้วยตัวเองหรือหยอกเย้ากับเพื่อนๆ หรือจากคลื่นของเรือที่สัญจรไปมา ทำให้หลุดออกไปในน้ำระดับที่ลึก และทำให้เสียชีวิต

           หรือเป็นลักษณะที่เป็นลำคลองเล็กตัดกับครองใหญ่ เด็กๆอาจเล่นน้ำกันในคลองเล็กๆ ว่ายเล่นไปมา สามารถเหยียบขาถึงดิน แต่จุดที่ไปเล่นเป็นบริเวณปากคลอง ที่ติดกับคลองขนาดใหญ่ซึ่งน้ำมีระดับความลึกมาก เมื่อเด็กไปเล่นน้ำเดินไปเดินมาในคลองเล็ก ซึ่งคงไม่สามารถมองเห็นใต้น้ำได้อยู่แล้วว่าพืนดินใต้น้ำสินสุดของคลองเล็กอยู่ตรงไหน ทำให้เมื่อพลัดตกลงไปในคลองใหญ่ที่มีน้ำลึกแล้วไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ แม้จะเป็นเด็กที่ว่ายน้ำเป็นแล้ว เพราะช่วงคลองเล็กตัดกับคลองใหญ่ ที่ตัดกันใต้น้ำจะมีกระแสน้ำที่รุนแรง จึงทำให้เสียชีวิต

         หรืออาจเป็นคลองส่งน้ำ เป็นคลองหลังเขื่อนกั้นน้ำ ที่มีระดับน้ำตื้นไปตลอดคลอง แต่พอเด็กๆเดินเล่นน้ำมาจนถึงประตูเขื่อนประตูระบายน้ำ ซึ่งบริเวณก่อนถึงประตูกันน้ำบริเวณประตูเขื่อนที่ส่วนใหญ่จะมีน้ำลึก เมื่อเด็กที่ไปเล่นน้ำเดิมมาถึงมาใกล้ๆแต่ไม่รู้ว่าน้ำมีระดับความลึกกว่าน้ำช่วงที่เดินเล่นมาเมื่อพลัดตกลงไปแล้วช่วยเหลือตัวเองไม่ได้จึงทำให้เสียชีวิต

          อีกลักษณะหนึ่งคือ จุดที่เด็กๆชวนกันไปเล่นน้ำนั้น เป็นแหล่งน้ำตื้นๆ แค่ระดับเขา ระดับเอวหรือแค่อก แต่ระหว่างที่เด็กๆเดินเล่นในน้ำอยู่ ในไปตกหลุ่มน้ำที่อยู่ใต้น้ำที่มีระดับความลึกของน้ำมิดหัวเด็กๆจึงทำให้เด็กเสียชีวิต หลุ่มใต้น้ำนั้นอาจเกิดจากมีรถแม็กโครมาตักดิน หรือเป็นหลุ่มที่มีคนมาดูดทรายไปขาย หรือเป็น หลุ่มน้ำ ใต้ท้องเรือ คือเคยมีเรือจอดอยู่ตรงนั้น แต่ในวันที่เกิดเหตุไม่มีเรือจอดอยู่  ลักษณะหลุ่มน้ำต่างระดับนั้น มันอยู่ที่ใต้น้ำ ทำให้เด็กๆที่ไปเล่นน้ำไม่รู้ เมื่อตกลงไปทำให้เสียชีวิต

5.       บ่อขุดมรณะ

            บ่อขุดที่มีน้ำขัง ไม่ว่าจะบ่อเล็กๆหรือบ่อใหญ่ๆ  บ่อขุดเสาเข็ม บ่อปลา บ่อขุดเก็บน้ำ บ่อขุดเอาหน้าดิน บ่อขุดในสถานที่ก่อสร้าง บ่อขุดสาธารณะ บ่อขุดลักษณะต่างๆอื่นๆ ที่อยู่ในชุมชนหมู่บ้าน เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่เด็กๆชอบไปเสียชีวิต ไม่ว่าจะเกิดจากเด็กๆชวนกันไปจับปลา ไปจับลูกอ๊อดกบ ช่วนกันไปเล่นน้ำ ลักษณะที่สำคัญของบ่อขุดที่ทำให้เด็กเสียชีวิตคือ น้ำมีระดับความลึกมาก หรือ ไม่รู้ลักษณะความลึกของน้ำ เพราะบ้างช่วงอาจตื้นบ้างช่วงก็ลึก บ้างช่วงที่เคยมีน้ำตื้น แต่ไปอีกวันหนึ่งลึกขึ้น เพราะมีรถมาตักดินไปแล้ว เด็กๆอาจไม่ทราบ หรือ บ่อขุดที่ลึกๆน้ำจะมีความเย็นมากๆ ทำให้เด็กที่ไปเล่นน้ำเป็นตะคริวได้ง่าย ลักษณะบ่อขุดที่น้ำขังเป็นอีกสภาพแวดล้อมหนึ่งที่มีเด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำจำนวนมาก

6.       ตายตั้งแต่ในบ้านไม่ต้องไปไหนไกล

           การเสียชีวิตของเด็กๆ นั้น อาจเป็นอะไรที่คาดไม่ถึง พ่อแม่อาจคิดไม่ถึงว่าเด็กจำนวนมากเสียชีวิตภายในบ้านพัก บริเวณในรั่วบ้านนี้ละ ไม่ต้องไปไหนไกล อาจเสียชีวิตขณะที่พ่อแม่อยู่ในบ้านด้วย และอาจเกิดจากการเพ้อเรอ ของพ่อแม่ ความคุนเคย ความเคยชิน ของเด็ก

          ลักษณะการเสียชีวิตของเด็กตั้งแต่ในบ้าน  เริ่มตั้งแต่ภาชนะใส่น้ำภายในบ้านพักรอบบ้านพักในห้องน้ำ เช่น ถังสี ถังน้ำในห้องน้ำ ตุ้มน้ำทั้งใบเล็กใบใหญ่ กะละมังใส่น้ำ ภาชนะในน้ำต่าง ๆ แม้มีน้ำเพียงเล็กน้อย ภาชนะใส่น้ำที่อยู่ภายในบ้านพักรอบๆบ้านพัก เป็นปัจจัยที่นำมาซึ่งการเสียชีวิตจากการจมน้ำ ของเด็กๆเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะ เด็กเล็กๆ ช่วงอายุที่ควรระวังมากๆ คือ 1-3 ปี

          นอกจากภาชนะใส่น้ำต่างๆที่ทำให้เด็กเสียชีวิตแล้ว แหล่งน้ำรอบๆบ้าน ไม่ว่าจะเป็นบ่อปลา อ่างปลา แหล่งน้ำขังใต้ถุนบ้านรอบๆบ้าน บ่อขุด คลองน้ำ ร่องน้ำ ร่องสวน แหล่งน้ำต่างๆที่อยู่รอบๆบ้าน เป็นอีกสภาพแวดล้อมหนึ่ง ที่ทำให้เด็กเสียชีวิตได้ เมื่อผู้ปกครองเพ้อเรอไม่ดูแลปล่อยให้เด็กอยู่ตามลำพัง

           และมีเหตุลักษณะของการเด็กที่เสียชีวิตจากของตกจากที่สูงตกใส่ทำให้เสียชีวิต คือ โทรทัศน์ตกทับใส่ศรีษะ ของชินใหญ่ๆที่วางไว้บนหลังตู ตกทับใส่เด็ก ตูล้มทับใส่เด็ก ชั้นวางของ ตูใส่ของต่างๆที่วางได้ไม่มั่นคง เมื่อเด็กไปเล่นไปจับไปปีน ทำให้อาจล้มทับเด็กเสียชีวิตได้

           ยังมีเหตุนำการเสียชีวิตของเด็กจากภายในบ้านพักรอบๆบ้านพักในลักษณะต่างๆอีกหลายอย่าง เช่น เป็นเรื่องของสารเคมีต่างๆ ยาฆ่าแมลงต่างๆ สารล้างเงินล้างทองน้ำยาชุบเงินชุบทอง น้ำยาต่างๆ หรือ จะเป็นเรื่องของการถูกสัตว์มีพิษกันต่อย ถูกไฟฟ้าช็อตตาย  ไฟไหม้บ้าน

          อีกลักษณะที่สำคัญเกิดขึ้นบ่อยๆเป็นเหตุนำที่ทำให้เด็กเสียชีวิต คือการตกจากที่สูง ไม่ว่าจะเป็นบ้านสองชั้น ตึกแถวสามสี่ชั้น หรือเป็นอาคารสูงเป็นคอนโด ที่สูงตั้งแต่ 4-5 ชั้นไปจนถึงหลายสิบชั้น ลักษณะการเสียชีวิตของเด็กจากที่สูงคือ บริเวณหน้าต่างหรือระเบียง มีสิ่งของที่ว่างอยู่ใกล้ๆที่เด็กสามารถปีนไต่ได้ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ เครื่องแอร์ เมื่อไม่มีใครอยู่บ้าน เด็กไปปีนไต่มองออกไปข้างนอกด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ มันสามารถทำให้เด็กพลัดตกลงมาเสียชีวิตได้ หรือ อาจเป็นที่ราวระเบียงมีช่องว่างขนาดใหญ่มาก จนเด็กจนเด็กสามารถรอดตกลงไปได้ หรือ จะเป็นชานระเบียงที่เด็กปีนออกไปเดินเล่นไปยืนเล่นบริเวณชานระเบียงที่อยู่บริเวณชั้นสองชั้นสามของบ้าน แล้วระหว่างทางที่เล่นนั้นได้พลัดตกลงไปเสียชีวิต

7.       หลับสบายตายเหมือนฝัน

        พ่อแม่ทุกคนคงรู้สึกสบายได้พักผ่อนพักเหนื่อยเมื่อเห็นลูกน้อยนอนหลับแล้ว แต่รู้หรือเปล่าเมื่อตื้นขึ้นมาอาจพบว่าลูกที่รักได้เสียชีวิตตายไปแล้ว ซึ่งไม่ใช่ความฝัน แต่เป็นการตายจริงๆของลูก วลี ประโยชน์คำพูดนี้ ลักษณะการเสียชีวิตของเด็ก เป็นการเสียชีวิตในบ้านเหมือนกับข้อที่ 6 แต่เรื่อง หลับสบายตายเหมือนฝัน เป็นเรื่องให้ที่อยากขยายความเพราะส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเด็กอ่อนเด็กแบเบาะ

ลักษณะการเสียชีวิตของเด็กขณะเด็กนอนหลับ พ่อแม่นอนหลับ มีหลายลักษณะอยู่เหมือนกัน เช่น เด็กเสียชีวิตจากการถูกทับโดยหมอนต่างๆบริเวณหน้าทำให้ขาดอากาศหายใจ หรืออาจเกิดจากการนอนทับของพ่อแม่พี่ๆได้อีกด้วย

          หรือ เป็นในกรณีที่เด็กอ่อนพลิกตัวไปนอนคว่ำหน้าไปกับหมอนที่นอนหนุนอยู่ซึ่งเป็นหมอนที่นิ่มทำให้เด็กไม่สามารถเงือยหน้าตั้งคอได้ ทำให้เด็กหน้าคว่ำอยู่ติดหมอนทำให้เด็กเสียชีวิตได้

          หรือในกรณีที่ผู้ปกครองมีลักษณะที่นอนที่วางกับพื้น ซึ่งที่นอนมีความหน้า 6-9 นิ้ว หรือมากกว่านั้น และได้ว่าที่นอน ไม่ชิตสนิทขอบพนังข้างขอบฝาบ้าน ทำให้มีช่องว่างระหว่าง ที่นอนกับพนังฝาบ้าน ทำให้ระหว่างนอนหลับ เด็กสามารถคลานตกไปในช่องระหว่างที่นอนกับฝาบ้านแล้วทำให้ขาดอากาศหายใจเสียชีวิต

          หรือในกรณีที่เด็กนอนบนเตียงที่สูงจากพืนบ้าน แล้วที่พืนบ้านมีกระติ๊กน้ำ ถังน้ำ ภาชนะใส่น้ำต่างๆ ที่ศรีษะเด็กตกลงไปได้ เพราะขณะที่พ่อแม่เด็กนอนอยู่นั้นเด็กอาจตื้นนอนก่อน แล้วคลานตกจากเตียงศรีษะลงไปในภาชนะใส่น้ำที่ว่างบนพืนบ้านบริเวณข้างๆเตียงพอดี จึงทำให้เด็กเสียชีวิตได้

8.       พ่อแม่ยังรักตัวเองแต่ทำไมไม่รักหนู  

         กรณีนี้พบได้ทั้วไป ทั้งในกรุงเทพและในต่างจังหวัด ในเมืองเล็กเมืองใหญ่ คือ กรณีของผู้ปกครองของลูกๆทั้งพ่อและแม่ ที่ใช้รถมอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะในการเดินทางไปมาในที่ต่างๆ ซึ่งบ้างครั้งต้องพาลูกน้อยนั่งซ้อนรถมอเตอร์ไซค์เดินทางไปมาด้วย อาจเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่นำลูกน้อยนั่งซ้อนรถมอเตอร์ไซค์ออกจากโรงพยาบาลเพื่อเดินทางกลับบ้านพัก ไปจนถึงรับส่งลูกไปโรงเรียนจนมัธยมปลาย

          โดยเฉพาะการไปรับส่งลูกๆของผู้ปกครองในการเดินทางไปโรงเรียน สามารถพบเห็นได้ว่ามีเป็นจำนวนมากที่ผู้ปกครองใช้รถมอเตอร์ไซค์ในการเดินทางรับส่งลูกๆ และมีมากที่สุดในกลุ่มเด็กเล็กๆ ช่วงก่อนวัยเรียน ที่โรงเรียนในศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนอนุบาล หรือ ช่วงประถม จะพบน้อยลง เมื่อเด็กอายุมากขึ้น เพราะเด็กสามารถเดินทางไปโรงเรียนเองได้แล้ว                                                                               

          ประเด็นอันตรายที่เป็นที่มาของคำพูดพ่อแม่ยังรักตัวเองแต่ทำไมไม่รักหนู คือ ผู้ปกครองที่ไปรับส่งลูกๆ ที่โรงเรียน และที่อื่นๆ ด้วยการให้ลูก นั่งซ้อนรถมอเตอร์ไซค์  จะเห็นได้ เวลาที่ผู้ปกครอง พ่อแม่ ขับขี้รถมอเตอร์ไซค์ และมีลูกๆนั่งซ้อนอยู่นั้น ตัวผู้ปกครอง พ่อแม่เอง ได้สวมใส่หมวกกันน็อค ในการป้องกันการบาดเจ็บ แต่ที่น่าแปลกใจมากๆ  เพราะมันเป็นส่วนใหญ่จริงๆของสังคม ของวิถีชีวิตวัฒนธรรมของประเทศเรา ที่ผู้ปกครองพ่อแม่ไม่ได้สวมใส่หมวกกันน็อค ให้กับลูกๆเวลาที่พานั่งซ้อนรถมอเตอร์ไซค์

          ถ้าไม่เชื่อท่านลองไปสังเกตุได้ที่ศูนย์เด็กเล็กหรือที่โรงเรียนประถม ว่าผู้ปกครองที่ใช้พาหนะในการเดินทางด้วยรถมอเตอร์ไซค์ เวลามารับส่งลูกที่โรงเรียน ได้สวมใส่หมวกกันน็อคให้ลูกหรือเปล่ามีที่ใส่กับไม่ใส่อันไหนมากกว่ากัน

           เพราะมีเด็กจำนวนมากที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุขณะนั่งซ้อนรถมอเตอร์ไซค์ที่ผู้ปกครองพ่อแม่เป็นคนขับขี่ โดยที่เด็กๆไม่ได้สวมใส่หมวกกันน็อค ทำให้เวลาเกิดอุบัติเหตุ ศรีษะเด็กตกไปกระแทกพื้นและทำให้เสียชีวิตได้ง่าย โดยเฉพาะเด็กเล็กๆยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ดี ในการทรงตัว ในการป้องกันตัวเบื่องต้นขณะเกิดอุบัติเหตุได้เหมือนผู้ใหญ่

          มันถึงทำให้รู้สึกแปลกใจว่าผู้ปกครองพ่อแม่ ยังรักตัวเองป้องกันตัวเอง ด้วยการสวมใส่หมวกกันน็อคขณะขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ แต่ทำไมไม่ปกป้องลูกอย่างถูกต้องเหมาะสม ทั้งๆที่เป็นสิ่งผิดกฎหมาย มีกฎหมายบังคับอยู่แล้ว ในกรณีที่คนนั่งซ้อนรถมอเตอร์ไซค์ ไม่สวมใส่หมวกกันน็อค แต่อาจเพราะ คุณตำรวจเห็นว่าเป็นเด็ก เลยไม่จับปรับลงโทษผู้ปกครองพ่อแม่เด็ก จึงอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ปกครองพ่อแม่ไม่สวมใส่หมวกกันน็อคให้ลูกๆเมื่อพาลูกๆนั่งซ้อนรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งมันน่าแปลกใจขึ้นไปอีก เพราะในกรณีของผู้ปกครองพ่อแม่ที่พาลูกๆนั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์โดยไม่สวมใส่หมวกกันน็อคให้ลูกๆ นั้นคุณตำรวจควรต้องตรวจจับปรับลงโทษ เพิ่มเป็น 2 เท่า เพราะมีความอันตรายสูงต่อเด็กเล็กๆ

9.       รักลูกอย่ากอด

         ในส่วนของผู้ปกครองพ่อแม่ที่ใช้รถยนต์เป็นพาหนะในการเดินทาง และมีลูกเล็กๆ เมื่อพอถึงเวลาเดินทางด้วยรถยนต์ ชอบให้ลูกนั่งเบาะหน้ารถยนต์ โดยที่ตัวผู้ปกครองพ่อแม่อุ้มลูก หรือ กอดลูกๆไว้ ซึ่งเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้องเหมาะสมดีที่สุด ในการพาลูกๆเดินทางด้วยรถยนต์ของพ่อแม่เลย เพราะเมื่อเวลาเกิดอุบัติเหตุ ผู้ปกครอง พ่อแม่ที่อุ้ม หรือ กอดลูกๆอยู่นั้น ไม่สามารถมีส่วนช่วยเหลือ ไม่สามารถปกป้องลูกได้  การที่พาเด็กมานั่งเบาะหน้ารถยนต์ กลับเป็นการเพิ่มปัจจัยเสียง มีความเสียงสูง ในการเสียชีวิตของลูกๆ เมื่อเกิดอุบัติเหตุ เพราะ ศรีษะของเด็กๆ จะไปกระแทกกับโครงสร้างช่วงหน้าภายในรถ หรือ ไปกระแทกกับกระจกด้านหน้ารถยนต์ กระจกด้านข้างรถยนต์ และทำให้หลุดออกไปนอกรถ ทำให้กระแทกพื้นหรือถูกรถชนทับซ้ำ ทำให้เสียชิวิต

         เมื่อผู้ปกครองพ่อแม่เมื่อเดินทางด้วยรถยนต์และต้องพาลูกๆไปด้วย ไม่ควรให้ลูกนั่งที่เบาะหน้ารถยนต์ แต่ที่หนังที่เหมาะสม คือ เบาะด้านหลัง และควรมีเครื่องช่วยป้องกันความปลอดภัย เช่น คาร์ซีท , บูสเตอร์ซีท ซึ่งสามารถช่วยป้องกันอุบัติเหตุจากการพาลูกๆนั่งรถยนต์ ได้ในระดับหนึ่ง

10.   เครียดมากน้อยใจตายดีกว่า

          ช่วงหลังในการเก็บข้อมูลการเสียชีวิตของเด็ก รวมถึงติดตามข่าวจากสื่อต่างๆ พบว่า มีเด็กๆที่ฆ่าตัวตายสูงขึ้น พบได้บ่อยได้ง่ายขึ้น ที่เคยพบอายุต่ำสุด พบว่ามีเด็กฆ่าตัวตายตั้งแต่ อายุแค่ 13 ปี 14 ปี 15 ปี 16 ปี 17 ปี 18 ปี ที่ผ่านตาตัวเอง ปีหนึ่งๆ เกิด 10 ราย และที่น่าสนใจ คือ เด็กๆที่ฆ่าตัวตาย เลือกวิธีผูกคอตาย มันทำให้มีความรู้สึกที่ต้องยอมรับว่า กล้ามาก ใจถึงมาก ที่ใช้วิธีผูกคอตาย เพราะแค่การคิดฆ่าตัวตาย ชีวิตของเด็กคนนั้นคงมีเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจมาก และยังเลือกวิธีผูกคอตายอีก ทำให้คิดว่าชีวิตช่วงก่อนตายคงเลวร้ายมากจริงๆ

         จากการลงไปเก็บข้อมูลจาการติดตามจากข่าวสารจากสื่อต่างๆพบว่า แรงจูงใจในการฆ่าตัวตายของเด็กๆที่สำคัญเลย คือ ความเครียด ที่ได้รับความกดดันจากครอบครับ รองลงมาคือจากแฟนและกลุ่มเพื่อนๆ ไปถึงสภาพแวดล้อมที่เด็กพักอาศัยอยู่ รวมถึงความน้อยอกน้อยใจผู้ปกครองหรือเพื่อนและแฟน ซึ่งคิดว่าในอนาคต มีแนวโน้ม ของการฆ่าตัวตายในเด็กเพิ่มมากขึ้น  มีการฆ่าตัวตายในเด็กอายุน้อยลงเลื่อยๆ และเพื่อมสูงขึ้นเมื่ออายุมากขึ้นไป

         ยังมีอีกหลายวลีหลายคำพูดที่อยากเติมใส่ลงไปในบทความนี้ แต่ว่ามันยาวมากไปละ ต้องขอจบไว้ที่ 10 วลี ก่อน คิดว่าถ้าผู้ปกครองที่สนใจเข้ามาอ่านจนจบ คงได้เข้าใจลักษณะการเสียชีวิตของเด็ก ไปบ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งหวังว่าจะช่วยให้ท่านได้นำไปใช้ป้องกันการเสียชีวิตของเด็กๆได้มากขึ้น โดยเริ่มจากคนใกล้ตัว เริ่มจากลูกๆหลานๆของท่านเอง

            มีหลักการในการเลี้ยงดูเด็กที่สำคัญเลยคือ ในส่วนของเด็กเล็กๆ อายุไม่เกิน 5 ปี ผู้ปกครองควรอยู่ใกล้ชิตเด็ก เด็กควรอยู่ใกล้ๆมือของผู้ปกครองอยู่ตลอดเวลา เด็กช่วงอายุ 5-10 ควรอยู่ในสายตาของผู้ปกครอง พร้อมที่จะเข้าถึงตัวเด็กเมื่อเห็นว่ากำลังมีอันตรายหรือเกิดอันตรายแล้ว เด็กอายุตั้งแต่ 10 ขึ้นไป ผู้ปกครองต้องรู้ว่าเด็กๆเล่นอยู่ที่ไหนเล่นอยู่กับใครมีปัจจัยเสี่ยงมีเรื่องอันตรายอะไรที่ควรระวังบ้าง

 

วาทะสอนชีวิต ความตายเป็นเรื่องที่น่ากลัว......แต่สำหรับคนบางคนการที่ต้องมีชีวิตอยู่กลับเป็นเรื่องที่น่ากลัว.....ยิ่งกว่า โดย ดาราภรณ์  

 กลาง ธรรมชาติ

  14 ก.ค. 2554