โครงการจัดทำแหล่งเรียนรู้ภาษาไทยโดยครูภาทิพ ศรีสุทธิ์
โรงเรียนสุราษฎร์ธานี
ห้องเรียนสีชมพู สมุดเยี่ยม

ภาพเงาะป่าจาก
http://www.jitdrathanee.com/
ประวัติที่มาของเรื่อง
สังข์ทองเป็นเรื่องที่ได้มาจากสุวัณสังขชาดก
ซึ่งเป็นนิทาน เรื่องหนึ่งในปัญญาสชาดก
ของท้องถิ่น ในภาคเหนือและภาคใต้มีสถานที่ที่กล่าวถึงเนื้อเรื่องในสังข์ทองกล่าวคือเล่ากันว่า
เมืองทุ่งยั้ง เป็นเมืองท้าวสามนต์
ใกล้วัดมหาธาตุมีลานหินเป็นสนามตีคลีของพระสังข์ ส่วนในภาคใต้
เชื่อว่าเมืองตะกั่วป่าเป็นเมืองท้าวสามนต์ และเรียกภูเขาลูกหนึ่งว่า
"เขาขมังม้า" เนื่องจากเมื่อ
พระสังข์ตีคลีชนะได้ขี่ม้าข้ามภูเขานั้นไป
บทละครพระราชนิพนธ์เรื่อง สังข์ทอง มี ๙ ตอน คือ
๑ . กำเนิดพระสังข์
๒. ถ่วงพระสังข์
๓. นางพันธุรัตน์เลี้ยงพระสังข์
๔. พระสังข์หนีนางพันธุรัต
๕. ท้าวสามนต์ให้นางทั้งเจ็ดเลือกคู่
๖. พระสังข์ได้นางรจนา
๗. ท้าวสามนต์ให้ลูกเขยหาปลาหาเนื้อ
๘. พระสังข์ตีคลี
๙. ท้าวยศวิมลตามพระสังข์
ลักษณะคำประพันธ์
๑ เป็นกลอนบทละคร บทหนึ่งมี ๔
วรรค วรรคละ ๖ คำ หนึ่งบทมี ๒ บาท เรียกว่าบาทเอก
และบาทโท ๑ บาท เท่ากับ ๑ คำกลอน
มีลักษณะการสัมผัสดังนี้

สัมผัสระหว่างวรรคไม่บังคับตายตัว ให้สังเกตจากแผนผัง วรรคที่
๑อาจจะสัมผัสกับตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง
ตามเส้นสัมผัสในวรรคที่ ๒
๒.
คำขึ้นต้นบท กลอนบทละครมีคำขึ้นต้นหลายแบบ
และคำขึ้นต้นนั้นไม่จำเป็นต้องมีจำนวน
เท่ากับวรรคสดับ อาจจะมีเพียง ๒ คำก็ได้
คำขึ้นต้นมีดังนี้
๒.๑
มาจะกล่าวบทไป มักใช้เมื่อขึ้นต้นเรื่อง
หรือกล่าวถึงเรื่องแทรกเข้ามา
๒.๒
เมื่อนั้น ใช้สำหรับผู้มียศสูง
หรือผู้เป็นใหญ่ในที่นั้นตามเนื้อเรื่อง เช่นกษัตริย์ ราชวงศ์
๒.๓
บัดนั้น ใช้ขึ้นต้นสำหรับผู้น้อยลงมา เช่น เสนา
ไพร่พล
| แสนเอยแสนแขนง | น้อยหรือแกล้งตัดพ้อเล่นต่อหน้า |
| ติเล็กติน้อยคอยนินทา | ค่อนว่าพิไรไค้แคะ |
| พี่ก็ไม่หลีกเลี่ยงเถียงสักสิ่ง | มันก็จริงกระนั้นนั่นแหละ |
| เจ้าเย้ยเยาะว่าเงาะไม่งามแงะ | แฮะแฮะว่าเล่นหรือว่าจริง |
| อย่าประมาทรูปพี่เห็นขี้เหร่ | ไม่ว่าเล่นเป็นเสน่ห์ชอบใจหญิง |
| ชาวรั้วชาววังไม่ชังชิง | อุตส่าห์ทิ้งมาลัยมาให้เงาะ |
|
เจ้าเงาะพูดยั่วนาง
|