เด็กพิเศษที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหว สามารถพัฒนาด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคมได้ แต่ต้องอาศัยเวลา กำลังใจ และความมุ่งมั่นของผู้เกี่ยวข้อง เด็กหลายคนที่มาฝึกกายภาพบำบัดมาตั้งแต่ยังเป็นทารก จนโตเป็นหนุ่มเป็นสาว สิบๆปีนะ ฟังดูน่าตกใจ ทำกายภาพบำบัดยังไง ทำไมนานแบบนี้ เสียเงินกันไม่น้อย ทำไปทำไม มีอะไรดีขึ้น แถมซ้ำเด็กไม่ร่วมมือ นักกายภาพบำบัดก็งานยุ่ง ท่าทางจะสิ้นหวังกัน
จริงๆแล้วทุกอย่างมีคำตอบที่ดี ครอบครัวที่พบปัญหาด้านพัฒนาการของลูกหลานตั้งแต่ต้น นับมาโชคดี เด็กยิ่งมารักษาเร็วเท่าใดก็ยิ่งดี ยอมรับว่าเด็กหลายคนไม่มีวันเป็นปกติเหมือนเด็กทั่วไป แต่เด็กที่ได้รับการฝึกอย่างสม่ำเสมอจะมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นทุกคน การฝึกทำให้บางคนสามารถ เดินได้ ช่วยเหลือตนเองได้ การฝึกทำให้การดูแลของครอบครัวดีขึ้น เด็กพิเศษมีพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกับเด็กทั่วไป แต่เด็กเหล่านี้ต้องผ่านกระบวนการเรียนรู้เกี่ยวกับพัฒนาการด้านต่างๆโดยอาศัยนักวิชาชีพ เป็นผู้แนะนำ ขอย้ำว่านักวิชาชีพอย่างนักกกายภาพบำบัดทำหน้าที่เป็นผู้แนะนำ เด็กมาฝึกกายภาพบำบัดครั้งละ 1 ชั่งโมง สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง แล้ววันหนึ่งมีกี่ชั่วโมง ถ้านักกายภาพบำบัดไม่ถ่ายทอดสิ่งที่ควรทำต่อพ่อแม่เด็ก การฝึกจะไม่มีประโยชน์ต่อเด็กอย่างเต็มที่
ครอบครัวจะทำได้ดีเท่านักกายภาพบำบัดหรือ? พ่อแม่ทำก็กลัวทำไม่ดี ทำไม่ถูก กลัวเป็นอันตรายต่อเด็ก พ่อแม่หลายคนมักคิดเช่นนั้น จากประสบการณ์ที่ผ่านมา พบว่าพ่อแม่ที่กระตืนรือร้นในการฝึกลูกที่บ้าน เด็กจะมีพัฒนาการที่ดีกว่าพ่อแม่ที่ไม่ฝึกที่บ้านอย่างชัดเจน ครอบครัวควรเรียนรู้วิธีการต่างๆที่จะดูแล กระตุ้นพัฒนาการอย่างเหมาะสม จะช่วยเด็กพิเศษได้อย่างมหัศจรรย์เลย
นักกายภาพบำบัดต้องตะหนักถึงความจำเป็นในการถ่ายทอดการฝึกกายภาพบำบัดที่บ้านให้แก่ผู้ปกครอง ซึ่งจะนำประโยชน์สูงสุดให้เด็ก นักกายภาพบำบัดส่วนใหญ่มักส่งต่อเด็กพิเศษให้นักวิชาชีพอื่น เช่นพยาบาล หรือนักกิจกรรมบำบัดเป็นต้น ซึ่งเป็นการแก้ไขที่ไม่ค่อยดีนัก บางครั้งมีผลเสียในระยะยาว ศาสตร์ในการรักษาเด็กพิเศษในแต่ละวิชาชีพมีความแตกต่างกัน จะให้วิชาชีพหนึ่งมาทำแทนอีกวิชาชีพไม่ได้ การแก้ไขเบื้องต้น โดยเฉพาะ นักกายภาพบำบัดที่มีคนไข้มาก คือ ไม่ต้องใช้เวลาในการฝึก แต่ใช้เวลาในการสอนผู้ปกครองอย่างเหมาะสม เด็กส่วนใหญ่ไม่ร่วมมือ เมื่อเจอคนแปลกหน้า และแปลกที่ การฝึกที่บ้านจะดีที่สุดและถ้าเป็นไปได้ แผนกกายภาพบำบัดแต่ละที่ต้องมีห้องที่จัดแบบเป็นมิตรต่อเด็ก แยกจากส่วนของผู้ใหญ่ เพื่อใช้ฝึกเด็ก และสอนผู้ปกครองจะดีมาก เด็กจะคลายเครียดในบรรยายกาศที่เหมาะกับเขา