ตามไปดูครูพัฒนาตนเองที่โรงเรียนไผทอุดมศึกษา (2) การพัฒนาครู ด้วยการฝึกอบรมเป็นวิธีการที่หน่วยงาน โรงเรียนใช้มาช้านานแล้ว เพราะถือว่าเป็นวิธีการสื่อสารให้ผู้ปฏิบัติได้รับทราบ และ เรียนรู้เทคนิคการสอนที่สอดคล้องกับหลักสูตรและนโยบายของรัฐ ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงหลักสูตร กระทรวงศึกษาจะใช้การอบรมให้ครูมีความพร้อมเพื่อการใช้หลักสูตรอย่างเข้าใจ การอบรมในอดีต (ก่อนการปฏิรูปการศึกษา) รัฐเขียนโครงการจัดสรรงบประมาณให้ครูเดินทางเข้ามารับการอบรม บ่อยครั้งที่การอบรมจะจัดในวันเปิดภาคเรียนที่ครูต้องทำการสอน จำนวนวันที่ครูจะต้องทิ้งห้องมานั่งเรียนขึ้นอยู่กับเรื่อง ว่าเป็นเรื่องใหม่หรือเก่า เช่น อบรมการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตร 2521 มีสาระมาก ก็จะอบรมหลายวัน ครูเดินทางเข้ารับการอบรมจากโรงเรียนต่าง ๆ โรงเรียนละ 2 คน 3 คน กระจายเพื่อความทั่วถึง และตามข้อจำกัดของงบประมาณ การอบรมลักษณะนี้ พบว่า เมื่อครูกลับเข้าโรงเรียน มักขาดกำลังร่วมคิด บางคนก็เลิกทำ ครูที่มีความตั้งใจสูง แต่อยู่ในสังคมที่ไม่สนับสนุนกัน จะทำงานด้วยความรู้สึกที่ติดขัด การอบรมในสมัยนั้น จึงมีความสูญเปล่ามาก ในด้านหลักสูตรการอบรม วิทยากรมีหน้าที่บอกให้รู้ ส่วนความเข้าใจที่จะนำไปใช้ สุดแล้วแต่บุคคลเหตุการณ์จากอดีตได้คลี่คลายด้วยการเรียนรู้ของผู้สนใจ และความก้าวหน้าของวิทยาการจัดการสมัยใหม่ การอบรมจึงมีรูปแบบปรับเปลี่ยนไปที่เน้นประสิทธิภาพ หรือผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น โรงเรียนส่งครูเข้าอบรมเป็นทีม เพื่อให้เป็นกำลังเพียงพอที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโรงเรียน วิทยากรมีเทคนิคการอบรมที่เน้นครูผู้เรียนเป็นสำคัญ มีการจัดกิจกรรมตามความต้องการและลักษณะเฉพาะกลุ่มมากขึ้นเสมือนการออกแบบตัดเย็บเฉพาะตัว ไม่ใช่มีแบบเดียวใส่ทุกคนทั้งประเทศ ครูที่เคยเข้ารับการอบรมทุกเรื่อง เริ่มกังวลกับการถูกติดตามและประเมิน แต่อย่างไรก็ตาม การอบรมก็ยังเป็นหนทางการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนที่รัฐหรือหน่วยงานต้นสังกัดต้องจัดทำแผนรองรับในแต่ละปี โดยเฉพาะยุคปฏิรูปการศึกษาถือว่าการพัฒนาผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครู ผู้นำชุมชนและผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นยุทธศาสตร์หลักในการสร้างกลไกและเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญยิ่ง โรงเรียนไผทอุดมศึกษามีโครงการพัฒนาผู้บริหารและครูทุกปี กำหนดหัวเรื่องที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาโรงเรียน จัดทำแผนปฏิบัติการที่เสริมงานอย่างได้จังหวะ จัดอบรมในเวลาที่ไม่กระทบกับตารางเรียนของนักเรียน ส่วนมากจัดอบรมปฏิบัติการในช่วงปิดภาคเรียน ถ้าเป็นกิจกรรมเสริม หรือมีผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ มักจัดในวันเสาร์สิ้นเดือน ซึ่งเป็นวันที่มีการประชุมครูทั้งโรงเรียน สรุปลักษณะการจัดอบรม มี 3 ลักษณะ คือ การอบรมครูทั้งโรงเรียนมุ่งให้ครูสามารถทำงานในหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นครูมีฝีมือ มีการคัดสรรหัวข้อตามความจำเป็นและเร่งด่วนเช่น เมื่อ ปีการศึกษา 2544 จัดเป็นประชุมปฏิบัติการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ครูลงปฏิบัติการเรียนรู้กับของจริง ทำเสร็จได้ใช้จริง และนำไปปรับปรุงไปอย่างต่อเนื่อง ครูทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร ร่วมสร้างกิจกรรมบูรณาการ ครูใหม่เรียนรู้งานวิชาการยากๆ ไปกับการปฏิบัติเป็นทีม มีการตรวจทานแก้ไขอย่างจริงจัง ลักษณะที่สอง ส่งครูจำนวนหนึ่งเข้ารับการอบรมตามหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะจากสถาบันอุดมศึกษา ส่วนมากเป็นนวตกรรมทางการศึกษาที่ครูจะไปรับมาถ่ายทอดให้กับเพื่อนครู หรือนำมาสร้างงานให้เกิดในโรงเรียน เช่น การเข้าอบรมในโครงการเครือข่าย ICT เมื่อปีการศึกษา 2546 จากฐานเดิมที่ครูได้พัฒนาจากกลุ่มงานภายในโรงเรียนจนสามารถจัดการเรียนการสอนด้วย ICT อีกระดับหนึ่ง ครูกลุ่มนี้ได้เรียนรู้จนสร้างงานสอนที่เสริมสร้างศักยภาพผู้เรียนอย่างน่าภาคภูมิใจ ส่วนลักษณะที่สาม คือ โรงเรียนอนุญาตให้ครูลาศึกษาต่อนอกเวลา ครูมีความตั้งใจ ทำสำเร็จแล้วหลายคน จากบรรยากาศการทำงานไปเรียนรู้ไปของครู เป็นภาพที่สร้างความเข้มแข็งทางวิชาการให้กับผู้เรียน ครูเกือบทุกคนทำงานเต็มที่ตามหน้าที่เพื่อมุ่งให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับนักเรียนช่วงปิดภาคเรียนที่ผ่านมา ครูโรงเรียนไผทอุดมศึกษาก็ได้มาเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาตนตามนัดหมายอีกครั้งหนึ่ง การนัดหมายในช่วงปิดเทอมเป็นเรื่องธรรมดา แต่นัดหมายมากันวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ช่วงปิดเทอมนั้น น่าจะไม่ธรรมดา แต่เมื่อนัดก็ต้องมาตามการนัดหมาย หลังการอบรม เกือบทุกคนเขียนสะท้อนความรู้สึกไว้ในอนุทินของตนเองว่า เกิดความรู้และความรู้สึกจากการอบรมที่ไม่ธรรมดา เป็นสิ่งที่มีความวิเศษที่จะต้องนำไปปรับใช้ เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้อย่างที่เกิดกับครูเอง ผลลัพธ์ที่กล่าวถึง เป็นความจริงไม่ใช่ความบังเอิญ เป็นความตั้งใจของวิทยากรที่เตรียมการให้สิ่งเหล่านี้เกิดตามแผนกิจกรรมนั่นเอง จากการสัมภาษณ์ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. จิราพล สินธุนาวา อาจารย์มหาวิทยาลัยมหิดล นักสิ่งแวดล้อมที่ห่วงใยมนุษย์ วิทยากรผู้เป็นที่รักและศรัทธาของครู เล่าว่า การอบรมครั้งนี้ ใช้เทคนิคการพัฒนาองค์กรเพื่อการเรียนรู้ (Learning Organization Development) มุ่งให้คุณครูเข้าใจวิธีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มพูนผลผลิตและศักยภาพของการปฏิบัติงานครู โดยเฉพาะด้านการสอน กิจกรรมที่คัดมาต้องการสะท้อนให้ครูทราบว่าการปฏิบัติงานภายใต้แผนงานประจำแตกต่างกับการปฏิบัติงานด้วยจิตใต้สำนึกอย่างไร การปฏิบัติงานที่ต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยขาดการประเมินและขาดเป้าหมายที่ชัดเจน จะทำให้ผู้ปฏิบัติงานปรับตัวเพียงเพื่อให้อยู่รอดแทนที่จะสร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้า การคิดนอกกรอบเป็นแนวทางหนึ่งที่จะทำให้ผู้เข้ารับการอบรมได้เห็นแนวทางอื่นที่จะนำไปสู่เป้าหมายเดียวกัน บางสิ่งบางอย่างคนคนเดียวอาจทำได้ แต่ก็ตั้งใจเลือกกิจกรรมที่ให้ผู้เข้ารับการอบรมได้เรียนรู้ว่าถ้าทำด้วยกันหลายคนพร้อมๆกันจะทำได้ดีกว่า การแก้ปัญหาอาจทำได้หลายวิธี แต่การแก้ปัญหาโดยการมีส่วนร่วม จะช่วยให้มีการพิจารณาป้องกันปัญหาด้วยการสื่อสารภายในที่ชัดเจนและการสื่อสารภายนอกที่มีประสิทธิภาพเป็นอีกปัจจัยหนึ่งถูกนำมาใช้ในการออกแบบกิจกรรมการฝึกอบรม การสร้างความไว้วางใจและปัจจัยที่ทำให้ความไว้วางใจถูกทำลายไปมีอะไรบ้าง เป็นส่วนที่สำคัญของการอบรมวิทยากรชมครูโรงเรียนไผทฯ ว่ามีความตื่นตัวในการเรียนรู้สูง ซึ่งเป็นคุณลักษณะของครูยุคปฏิรูป ทำให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ และการดำรงชีพ จากประสบการณ์ที่ได้มีโอกาสร่วมปฏิบัติงานกับครูโรงเรียนไผทฯมาหลายปี พบว่าคณะครูมีศักยภาพ เรียนรู้ร่วมกันจนมีผลงานหลากหลายอย่างต่อเนื่อง จนเกิดการซึมซับในความสำเร็จของโรงเรียน ทั้งความสำเร็จของครู นักเรียนและโรงเรียน ล้วนเป็นดัชนีชี้วัดศักยภาพของโรงเรียนและองค์กรเป็นอย่างดี และการพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดนิ่งของโรงเรียน จะทำให้โรงเรียนมีฐานภูมิปัญญาและองค์ความรู้ใหม่ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ในยุคปฏิรูปที่สำคัญ คือ การขจัดความกลัว และการปลดปล่อยตนเองให้มีอิสรภาพทางความคิด เข้าสู่โลกแห่งการเรียนรู้ตลอดเวลาและในทุกสถานที่ ที่จะนำเอากระบวนการเรียนรู้นี้ทำให้เด็กก้าวพ้นพันธนาการการคิดที่สื่อต่างๆ หยิบยื่นให้ดร. จิราพล สินธุนาวา อยากให้ครู มีความตื่นตัวในการเรียนรู้ตลอดเวลาและในทุกเรื่องเพื่อเชื่อมโยงเรื่องราวต่างๆ กับบทเรียนและกิจกรรมการเรียนรู้ในชั้นเรียนได้อย่างน่าสนใจ ครูใช้เหตุการณ์ในชีวิตประจำวันเป็นโอกาสการเรียนรู้ที่น่าติดตามและให้แง่มุมต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอนในชั้นเรียน ครูควรเป็นนักคิด ไม่ใช่คิดตามผู้อื่นตลอดเวลา ถ้าอยากเป็นนักคิดและเป็นอิสระในการคิดต้องลดการเฝ้าดู ติดตามและหาความเพลิดเพลินกับสื่อที่ไม่มีสาระประโยชน์ ลดจำนวนชั่วโมงของการเสพ และเพิ่มจำนวนชั่งโมงของการคิดวินิจฉัยในแต่ละวันเพื่อเตรียมพร้อมต่อการปฏิบัติภายในชั้นเรียนที่น่าสนุกและท้าทาย ครูต้องบริหารเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งเพื่อคุณภาพชีวิตและสังคมที่ดีทั้งที่บ้านและที่ทำงานการพัฒนาครูที่โรงเรียนไผทอุดมศึกษา นับเป็นแบบอย่างของการพัฒนาอย่างมีระบบ มีการวางแผน มีหลักสูตรที่ครูมีส่วนร่วม และมีกระบวนถ่ายทอดอย่างมืออาชีพ มีลักษณะของการบูรณาการเพื่อพัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่มีความจริงจัง และต่อเนื่อง นับเป็นบทเรียนหนึ่งของ”ครูเรียนรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่องได้อย่างมีความสุขในองค์กรแห่งการเรียนรู้ที่ทุกคนมีส่วนร่วม”
ตามไปดูครูพัฒนาตนเองที่โรงเรียนไผทอุดมศึกษา
ครูเรียนรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่องได้อย่างมีความสุขในองค์กรแห่งการเรียนรู้ที่ทุกคนมีส่วนร่วม
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
chawat · 11 ส.ค. 2549
pong anupon naksut · 11 ส.ค. 2549
ชายชาญ วงศ์ชิดวรรณ · 11 ส.ค. 2549
kungnang · 11 ส.ค. 2549
คิตารัตน์ คำสีทา · 11 ส.ค. 2549
หนูก็เป็นนักเรียนคนหนึ่งในโรงเรียนไผทอุดมศึกษา
ผมเคยมีโอกาสเข้ารับฟังการถ่ายทอดประสบการณ๋ในการจัดการศึกษาจากโรงเรียนไผทอุดมศึกษา เมื่อ 5 - 6 ปีมาแล้ว
ต้องยอมรับจากใจจริงว่า เป็นของจริง" ครับ
ขอบคุณมากครับ
ขชดขบ