ผมจำอะไรไม่ค่อยได้นัก มาจำอะไรได้มากขึ้นตอนเรียนอนุบาล ผมเข้าเรียนตามหลังพี่ทั้งสองคนของผม ผมเกิดสิงหาคม ตามปกติใครที่เกิดครึ่งปีหลังมักต้องไปเรียนปีหน้า แต่ผมได้เรียนเพราะ อ้างว่า พี่ทั้งสองคนผมได้เรียน (ทั้งพี่สาวและพี่ชายผมเกิดครึ่งปีหลังหมด)

          ทุกวันหลังเลิกเรียนจะมานั่งทำการบ้านที่หน้าห้องครูใหญ่ เพื่อรอพ่อหรือแม่มารับ 

          โรงเรียนที่ผมเรียนเป็นโรงเรียนเอกชน มีชื่อในระดับประถมของจังหวัด ครูใหญ่จบปริญญาโท เก่งภาษาอังกฤษ และที่สำคัญดุมาก( เป็นผู้หญิง ) สิ่งที่โรงเรียนนี้ปลูกฝังให้เด็กๆ คือเรื่องการพูดจา กิริยามารยาท และก็ ภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะ ไวยกรณ์

          จำได้แม่น ว่าหลังเลิกเรียนวันหนึ่ง ผมทะเลาะกับพี่สาว ผมเลยด่าออกไป ครูใหญ่มาได้ยินพอดี....โดนเลยครับ ไม้บรรทัดไม้ ตีฝ่ามือ จำได้แม่นว่าเจ็บมาก เข็ดเลยครับ ไม่เคยพูด(ต่อหน้า..^_^)อีกเลยครับ เลยกลัวครูใหญ่ตั้งแต่นั้นมาเลย 

          โตขึ้นมานึดนึง เราสามคนพี่น้องก็เดินกลับบ้านเอง บ้านผมห่างจากโรงเรียนประมาณ 800 เมตรได้ วันหนึ่งขณะที่เดินกลับ ผมบอกกับพี่ๆว่า เมื่อยจัง นั่งสามล้อกลับเหอะ (ตอนนั้นอยากนั่งรถสามล้อมาก เป็นอะไรที่สนุกในวัยเด็ก) พี่ๆก็ตกลง เลยเรียก สามล้อมา และก็บอกว่าบ้านอยู่ไหน สนุกกันใหญ่ (ซึ่งจริงๆก็ไม่มีเงินหรอกนะครับ แต่คิดกันว่าเดี๋ยวไปถึงบ้านให้พ่อกับแม่จ่ายให้) แต่เรื่องระทึกใจก็เกิดครับ เพราะระหว่างนั่งไป  คนขี่รถสามล้อ กลับเลี้ยวรถเข้าซอยไปอีกทาง เราเริ่มมองตากัน พี่สาวผมบอกคนขี่ว่าไม่ใช่ทางนี้ แต่คนขี่ก็ไม่หยุด แล้วโชคก็เข้าข้างพ่อขี่รถมอเตอร์ไซด์มาพอดี มารู้ทีหลังว่าคนขี่เข้าใจผิด นึกว่าบ้านเราอยู่ในซอยนี้ (เพราะมีญาติอยู่) เราสามคนพี่น้องมาคุยกัน ว่านึกว่าจะเอาเราไปขายซะแล้ว เพราะตอนนั้นมักมีข่าวพูดกันต่อเนื่องกันมาว่ามีการลักพาเด็กไป หลังจากนั้นไม่เคยขึ้นรถสามล้อตอนกลับบ้านอีกเลย ถ้าไม่มีพ่อกับแม่มาด้วย ผมไม่เคยบ่นเมื่อยอีกเลย............