ระบำเทววารีศรีเมืองบางขลัง

ปรากฏการณ์เทววารีศรีเมืองบางขลัง

การสร้างเสริมเพิ่มค่าเอกลักษณ์ท้องถิ่น

         --------------------        

                           

การศึกษาเรียนรู้และความรู้นั้นต่างยอมรับกันว่ามีความสำคัญยิ่ง  มีกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปไม่จำกัดเฉพาะในห้องเรียน  ดังนั้นเราสามารถเรียนรู้ แสวงหาความรู้ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด  ขึ้นอยู่กับความสนใจใฝ่รู้ของแต่ละบุคคล  แต่ความรู้ต่างๆ ที่ได้รับนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำมาจัดระบบ จัดระเบียบ วิเคราะห์ จัดกระบวนความคิดโดยอาศัยแนวคิด ทฤษฎี ความเห็น แนวทางการแก้ไขปัญหาจากผู้ทรงคุณวุฒิ  ตลอดจนข้อมูลข่าวสารใหม่ๆ เพื่อนำมาพัฒนาวิธีคิด

          การเข้ารับการอบรมหลักสูตรการบริหารจัดการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของวิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า ภายใต้การนำของ รศ.วุฒิสาร  ตันไชย  รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า, ผศ.ดร.อรทัย  ก๊กผล และอาจารย์ ดร.อรัญ  โสตถิพันธุ์  ทำให้ได้รับความรู้เพิ่มเติมเป็นอันมาก  ได้ชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของวิชาการต่างๆ การค้นหาศักยภาพหรือแววของท้องถิ่นของตน  การพัฒนาแววด้วยทฤษฎีสามัญประจำองค์กร SWOT  การสร้างเอกลักษณ์ของตนเอง  โดยนำความรู้ในหลากหลายวิชาตลอดจนการสั่งสม สร้างสรรค์ คิดค้น แสวงหาแนวทาง บูรณาการ นำพาไปสู่ท้องถิ่นแห่งอุดมคติที่ได้วาดหวังไว้

ท้องถิ่นในอุดมคติคือ สภาพชีวิตความเป็นอยู่ของท้องถิ่นตนเอง  ที่คนในท้องถิ่นอยากจะเห็น อยากจะเป็นในอนาคต โดยมุ่งเน้นไปที่ เอกลักษณ์ท้องถิ่นซึ่งเอกลักษณ์นี้มีที่มาจากภูมิหลังในอดีตที่สั่งสม สืบเนื่องมาจากอดีตจนถึงปัจจุบันดังนั้น การค้นหาลักษณะเด่นของท้องถิ่น จึงต้องกระทำบนพื้นฐานเชิงประวัติศาสตร์และสภาพความเป็นจริงในปัจจุบัน

          การสร้าง เอกลักษณ์ของท้องถิ่นเป็นการสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขัน ที่คำนึงถึงสภาพความเป็นอยู่  มีอยู่ของท้องถิ่น ที่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างที่เหนือกว่าท้องถิ่นอื่น  ต้องค้นหาจุดแข็ง จุดเด่น ตัวเอกลักษณ์เองนั้นจะช่วยสร้างพลังยึดเหนี่ยวทางสังคม  ที่เรียกว่า สายโซ่แห่งคุณค่าและความผูกพันคือ ทำให้คนรู้สึกหวงแหน รู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน คิดอนุรักษ์และส่งเสริม  ปรับปรุงเพิ่มรายได้ตลอดจนสร้างความโดดเด่นให้เป็นที่ยอมรับ  เพื่อให้บรรลุสู่ท้องถิ่นในอุดมคติ โดยอาศัยการบูรณาการ  ทุนท้องถิ่น(คือสิ่งที่ท้องถิ่นมีอยู่แล้วสามารถทำให้งอกเงย ต่อยอดขึ้น)  ซึ่งมี ๔ ประเภท ได้แก่

          ๑. ทุนที่ดิน  หมายถึง ลักษณะที่ตั้งภูมิศาสตร์ สัดส่วนของที่ดิน แร่ธาตุ

          ๒. ทุนโครงสร้างพื้นฐาน  หมายถึง สาธารณูปโภค  เช่น ถนน  ไฟฟ้า  ประปา

          ๓. ทุนความหลากหลายทางชีวภาพ  หมายถึง สิ่งที่มีอยู่ในท้องถิ่นแล้วและเกิดขึ้นตามธรรมชาติ  หรือปลูกสร้างขึ้นตามความเหมาะสม

          ๔. ทุนวัฒนธรรม  หมายถึง  องค์ความรู้ที่จะช่วยสร้างเอกลักษณ์  คุณค่าและมูลค่าเพิ่มให้กับท้องถิ่น และยังแสดงถึงจุดยึดเหนี่ยวที่สามารถแปรเป็นพลังขับเคลื่อนร่วมกัน  สามารถสร้างเรื่องที่ใช้เชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวได้โดยใช้ทุนท้องถิ่นประเภทใดประเภทหนึ่งเป็นแกนหลักและทุนอีกสามประเภทที่เหลือเป็นทุนหนุนเสริม

 

การค้นหาศักยภาพของท้องถิ่น

          เมื่อเพ่งมองอย่างพินิจ  พร้อมการวิเคราะห์ ค้นหา มองแววหรือจุดเด่นอันจักนำมาส่งเสริม พัฒนา ทำให้พบว่าเมืองบางขลังแห่งจังหวัดสุโขทัยมีทุนทางวัฒนธรรม ด้านประวัติศาสตร์ที่สำคัญได้แก่

- เกิดร่วมสมัยกับเมืองเก่าสุโขทัยและเมืองเก่าศรีสัชนาลัย(เป็นเมืองในประวัติศาสตร์)

          - มีแหล่งโบราณสถาน    กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นโบราณสถานของชาติ  ๒ แห่ง  ได้แก่ โบราณสถานวัดโบสถ์  ต.เมืองบางขลัง โบราณสถานวัดใหญ่ชัยมงคล (วัดบางขลัง) ต.บ้านใหม่ชัยมงคล  อ.ทุ่งเสลี่ยม (เดิมวัดใหญ่ชัยมงคลเป็นส่วนหนึ่งของเมืองบางขลัง แต่ปัจจุบันถูกแบ่งแยกตามเขตการปกครองท้องที่)

-  มีแหล่งตัวศิลาแลงที่สามารถเห็นได้ชัดเจน ๒ แห่ง 

          -  มีโบราณวัตถุ  ที่สำคัญและสวยงาม เช่น พระพุทธรูปสามพี่น้อง   พระเครื่อง  ถ้วยชาม  ไหฯลฯ

          -  เป็นเมืองเก่าที่อยู่กึ่งกลางระหว่างเมืองเก่าสุโขทัย  เมืองเก่าศรีสัชนาลัย และอยู่ใกล้สนามบินสุโขทัย

-  มีการนำพระธาตุใต้กอดอกเข็มเมืองบางขลังไปบรรจุยังวัดสวนดอก และพระธาตุดอยสุเทพ  จังหวัดเชียงใหม่

          -  มีเชื้อพระวงศ์เสด็จพระราชดำเนิน ๓ พระองค์

                    ก.๑ กุมภาพันธ์ ๒๔๕๐ รัชการที่ ๖  ได้เสด็จประพาสเมืองบางขลังตามเส้นทางถนนพระร่วง   มีรายละเอียดปรากฏอยู่ในหนังสือที่ทรงพระราชนิพนธ์  เที่ยวเมืองพระร่วง ซึ่งถือว่าเป็นวรรณกรรมของการท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบเล่มแรกของชาวไทย

                    ข.  ๑๓ กุมภาพันธ์  ๒๕๔๐  สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ

                    ค.  ๒๙  มิถุนายน  ๒๕๕๐  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

          -  มีบุคคลสำคัญ  ผู้ใหญ่ใจดีที่มีชื่อเสียง  มีความรู้ ความสามารถให้ความเมตตา ช่วยเหลือ

 

การสถาปนา เอกลักษณ์ของท้องถิ่น

                การสถาปนา เอกลักษณ์ของเมืองบางขลัง  ที่มุ่งเน้นเป็นเมืองในประวัติศาสตร์  โดยปลูกจิตสำนึกให้คนในท้องถิ่นตระหนักในความสำคัญของบ้านเมืองของตน ร่วมแสดงความคิดเห็น มีความฝันร่วมกัน มีความอยากร่วมกันคือ    อยากให้ตำบลเป็นอย่างไรในอนาคต  ต้องทำให้ คนไทยทั่วประเทศรู้จักเมืองบางขลัง  เด็กทั่วราชอาณาจักรไทยต้องเรียนประวัติศาสตร์เมืองบางขลัง เพราะเมืองบางขลังเป็นจุดกำเนิดประเทศไทย  คนเก่งต้องยืดอกพกประวัติศาสตร์

นายสุวิทย์  ทองสงค์ นายก อบต.เมืองบางขลัง  ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างเอกลักษณ์แห่งท้องถิ่นจึงมอบหมายให้ผู้เขียน ดำเนินการสร้างเอกลักษณ์ของเมืองบางขลัง

 

การก่อเกิด เทววารีศรีเมืองบางขลัง

          ภายหลังจากการหารือ คุณสมชาย  เดือนเพ็ญ นักประวัติศาสตร์แห่งเทศบาลตำบลศรีสัชนาลัย (ในขณะนั้น)  จึงได้ข้อยุติที่การจัดทำระบำ  ดังที่จังหวัดสุโขทัยมีระบำสุโขทัย  ศรีสัชนาลัยมีระบำเทวีศรีสัชนาลัย  ชุมชนโบราณลุ่มลำน้ำฝากระดานนามเมืองบางขลังจึงขอมีระบำเป็นของตนเองบ้าง  จึงได้ประสานงานไปยัง อ.มงคล  อินมา ศิลปินพื้นบ้านดีเด่นด้านนาฏศิลป์ของจังหวัดสุโขทัย  ผู้จัดทำระบำค้างคาวนบพระศิลาให้แก่ อ.สรายุทธ  เกษรพรหม  ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านธารชะอม  จนเป็นระบำประจำ อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย เป็นผู้ดำเนินการ

 

ปรากฏการณ์เทววารีศรีเมืองบางขลัง

         ระบำเทววารีศรีเมืองบางขลังถือกำเนิดขึ้นภายใต้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ โดยการประดิษฐ์ท่ารำของ  อ.มงคล อินมา  ประดิษฐ์ทำนองเพลงโดย อ.บัณฑิต  ศรีบัว  แห่งวิทยาลัยนาฏศิลป์สุโขทัย  อำนวยการผลิตโดย  อบต.เมืองบางขลัง 

         ลักษณะท่ารำ อ.มงคล  อินมา  ได้จินตนาการมาจากเหล่าเทวดานางฟ้าทั้ง ๗ วัน ที่อิงแอบกับความสำคัญของลำน้ำฝากระดาน(แม่น้ำแม่มอกในปัจจุบัน) เสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงผู้คนในชุมชน    ที่มาคอยปกปักรักษาโบราณสถานเอาไว้จนกว่าจะมีผู้มีบุญมาพบ ถ่ายทอดความรู้สึกสู่จินตนาการจากภูมิสถานและประวัติความเป็นมาของโบราณคดี

          แนวคิดของท่ารำเน้นถึงสิ่งศักดิ์สิทธ์ที่มีบทบาทต่อความรู้สึกนึกคิดในโลกของความจริง  ที่ต้องการให้เทวดานางฟ้ามาปกป้องคุ้มครองสิ่งอันเป็นที่บูชา

          ท่ารำต่างๆ ได้แก่ ท่าซุ้มประตู, ท่าพุทธบูชา, ท่าลุกและนั่ง, ท่าชุมนุมเทวดา, ท่าพระพุทธคุณ พระสงฆ์คุณ,       ท่าล้างบาป (พระปริการ), ท่าฟ้าปราณี ทวยเทพฯ ยินดี มิตรสหายปรีดา, ท่ากุศลจิต ศีล สมาธิ, ท่าปัญญาธิคุณ     (วิปัสสนาญาณ), ท่าทุพพิลา (หลุดพ้นจากเครื่องผูกมัด),ท่าพระอาทิตย์ประชุมกัน ๗ ดวง, ท่าปางห้ามญาติ, ท่าปั้นหม้อ หรือปางสมาธิ, ท่าดอกเข็ม, ท่ากำแพงแก้ว, ท่าซุ้มและกำแพงแก้ว, ท่าสวัสดิ์มงคล, ท่าหน้าบัวบันไดนาค, ท่าบันไดนาค, ท่านาคาถวายดอกบัว, ท่าบังชูฝัก, ท่าช้างส่งด้วยท่านอน, ปางไสยาสน์, ท่าช้างประสานงา, ท่ากลับ, ท่าลา

          เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรก  (ตัวแทนพนักงาน อบต. ๒ คน) โดยนายวีระชัย  ภู่เพียงใจ นายอำเภอสวรรคโลก  นำไปร่วมขบวนแห่งานประเพณีลอยกระทง  เผาเทียนเล่นไฟจังหวัดสุโขทัย  วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๐

          ระบำเต็มชุดครั้งแรกโดยข้าราชการ พนักงาน อบต.เมืองบางขลัง   ต้อนรับคุณธีรภาพ  โลหิตกุล  นักเขียนสารคดีชั้นนำของเมืองไทย พร้อมคณะอมรินทร์ทัวร์  วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๐

          ครั้งที่สอง  ต้อนรับ รศ.ดร.จิราภรณ์  สถาปนะวรรธนะ และนิสิตสาขาประวัติศาสตร์ ม.นเรศวร วันที่  ๙ ธันวาคม ๒๕๕๐

                ครั้งที่สาม  ต้อนรับคณะฐิติกรจำกัด (มหาชน) วันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๑

          ครั้งที่สี่  จำรำถวายในงานทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่รัชกาลที่ ๖ (เสด็จฯ เมืองบางขลัง ครบ ๑๐๑ ปี), สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ (เสด็จฯ เมืองบางขลัง ครบ ๑๑ ปี)และบรรพชน วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

          ปัจจุบันมีทั้งหมด ๔ ชุด  ได้แก่  ชุดใหญ่  ข้าราชการ พนักงาน อบต.  ชุดกลาง  นักเรียนโรงเรียนขยายโอกาส  ชุดเล็ก  นักเรียน ป.๔-ป.๖  ชุดจิ๋ว  นักเรียน อนุบาล- ป.๓  ขณะนี้อยู่ระหว่างถ่ายทอดเพิ่มอีก ๒ ชุด ได้แก่ ชุดสาวงาม  ชุดแม่บ้าน  

ระบำเทววารีศรีเมืองบางขลังเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงแสง สี เสียง เมืองบางขลัง ปฐมบทแห่งชาติไทย ในวันอนุรักษ์มรดกไทย และวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ วันที่ ๒ เมษายน เป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ ครั้งที่ ๑ ปี ๒๕๕๑ เป็นต้นมา

         

สรุป

          ทุกท้องถิ่นย่อมมีศักยภาพ มีแววหรือจุดเด่นของท้องถิ่นแตกต่างกัน บางท้องถิ่นมีศักยภาพหลายประการ ขณะเดียวกันไม่มีท้องถิ่นใดที่ไม่มีแววในการพัฒนาด้านใดเลย แต่เราต้องค้นหา  วิเคราะห์ให้ได้ว่าสิ่งใดเด่นที่สุด  ที่สามารถพัฒนาต่อยอดและนำพาท้องถิ่นไปสู่ความอยู่ดีมีสุขได้

การค้นหา ท้องถิ่นในอุดมคตินั้น  เป็นสิ่งสำคัญและเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกท้องถิ่นจะต้องดำเนินการค้นหาร่วมกันเพราะจะทำให้ท้องถิ่นมีเป้าหมายที่ชัดเจน  บูรณาการทุกความคิด ทุกองค์ความรู้ ทุกฝ่าย ทุกหน้าที่ ทุกด้านไปสู่ท้องถิ่นในอุดมคติ  เอกลักษณ์ของท้องถิ่นคือความแตกต่างที่โดดเด่น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องค้นหาให้พบ เพราะเป็นทุนท้องถิ่นที่มีอยู่แล้ว  ต้องสร้าง  ต่อเติม  เสริมค่า

ท้องถิ่นจะเป็นอย่างไรในอนาคตนั้น  ย่อมขึ้นอยู่กับการ “เอาใจใส่” และการ “ใส่ใจ” ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง  การขับเคลื่อน การระดมทรัพยากรเพื่อมุ่งเป้าไปสู่สิ่งที่ยังมองไม่เห็น เป็นเพียงแค่ความหวังนั้นย่อมมีปัญหาและอุปสรรค  ให้ถือว่า “มาร (ปัญหา) ไม่มี บารมีไม่เกิด” และให้ถือว่าการ “ค้นหาท้องถิ่นในอุดมคติ” เป็นภาระหน้าที่ของเราที่จะได้ตอบแทนคุณแผ่นดิน  สนองคุณในหลวงของเราที่ทรงตรากตรำพระวรกายเพื่อความผาสุกของปวงชนชาวไทย  เมื่อใดที่ท้องถิ่นค้น