เช้ารุ่งถึงที่ทำงานแต่เช้า...ถึงที่ทำงานมีโอกาสได้สนทนากับแม่กอบ (หัวหน้ากลุ่มงาน-คุณอุไร วิรุฬบุตร) ท่านทักว่าทำไมวันนี้แต่งชุดดำ...จึงเรียนไปให้ท่านทราบว่าจะไปงานศพ พี่โหยก...เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลที่เสียชีวิตด้วยการป่วยเป็นโรคเบาหวานเรื้อรัง...ประเด็นที่เราสนทนาต่อเนื่องจากการ small talk กลายมาเป็นแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่อง...การดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวาน

บทสนทนา..
       ทำให้ดิฉันต้องนิ่งคิด...นี่แหละคือ ข้อมูลเชิงประจักษ์..จากการศึกษาดูแลตนเอง...ของผู้ป่วยเบาหวานคนหนึ่ง
แม่กอบเล่าให้ฟัง...ได้ทำการศึกษาพฤติกรรมและการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานสองราย
รายแรก...ค่อนข้างดื้อ ไม่ยอมปฏิบัติตน ตามการรักษา อาหารที่ต้องห้ามทุกอย่าง คุณพี่รายนี้ก็จะรับประทานหมด ไม่ว่าจะเป็นข้าวเหนียว ขนม น้ำหวาน ทุเรียน ... แม้แต่ความเครียด ก็เก็บสะสมพอกพูนยิ่งๆ ขึ้น ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ เพิ่มขึ้น-ลง ไม่คงที่

สำหรับอีกราย...ที่ศึกษา น่ารักทำตัวเคร่งครัดทุกอย่างตามแผนการรักษา จำกัดอาหารที่แสลงต่อโรค (บ้านเราเรียกว่าขะลำ) ออกกำลังกาย และระวังการเกิดแผล ทั้งสองรายนี้ได้มีการติดตาม case มาตลอดเป็นระยะเวลานานเกือบหนึ่งปี

....

       ในรายแรกนั้น เกิดแผลลุกลามและเรื้อรัง จนได้ตัดขาไปข้างหนึ่ง แต่พฤติกรรมการดูแลตนเองก็ไม่เปลี่ยนแปลง ยังคงทำตัวเช่นเดิมอาหารทุกอย่างที่เป็นที่ต้องห้ามเธอก็จะรับประทานหมด จนเมื่อไม่กี้เดือนที่ผ่านมานี้เธอก็กับมาเข้าโรงพยาบาลอีกครั้ง พร้อมกับแผลรุนแรงที่ขาข้างที่เหลือ และหมอก็ได้ตัดขาข้างนี้ออก

ส่วนรายที่สองที่เป็น case ศึกษาเปรียบเทียบนี้ก็ยังคงมีชีวิตอยู่กับโรคเบาหวานที่สามารถควบคุม และอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข

สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ในการศึกษาผู้ป่วยสองรายนี้ของแม่กอบ...ผ่านบทสนทนาที่เรามีขึ้นในเช้านี้ เป็นกรณีศึกษาที่ดีมาก และเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์เป็นอุทาหรณ์แก่ผู้ป่วยเบาหวานรายอื่น...

สำหรับพี่โหยก...คนเก่าแก่ของโรงพยาบาล...
ขอให้ไปสู่สุขคติ...และอโหสิกรรมทุกอย่างที่ได้ล่วงเกินไปทั้งกาย วาจา ใจ...
ทั้งที่ตั้งใจ...หรือไม่ตั้งใจ...