“สลาย” มีความหมายว่า “หมดไป” เวลาพลาสติกสลายตัวมีความแตกต่าง และความเหมือน เหมือนกันตรงที่เมื่อสลายแล้วเล็กลงๆ ต่างกันตรงการปล่อยสารออกจากตัวเมื่อขนาดเล็กลงๆ จึงน่าสนใจการสลายตัวของพลาสติกไว้ เพื่อใช้จัดการมันเมื่อกลายเป็นขยะ

เคยใช้กาละมังพลาสติกมั๊ยค่ะ พอมันแตกแล้วเราทิ้งไว้ นานๆเข้ามันก็เปราะ ไปจับต้องมันเข้าบางชิ้นก็บิแตกติดมือ เมื่อรู้ว่าสารเคมีผลิตพลาสติกย่อยสลายได้พบมากว่า ๑๐ ปีแล้ว ก็สนใจว่ากาละมังนั้นเป็นพลาสติกย่อยสลายหรือเปล่า

จะดูยังไงว่าพลาสติกนั้นเป็นพลาสติกย่อยสลายได้  ตอนนี้ก็มีแค่เรื่องอายุการสลาย และเข้าถึงข้อมูลวัตถุดิบในกระบวนการผลิตเท่านั้นเอง

พลาสติกที่ย่อยสลายได้จะย่อยตัวมันให้หมดไปภายใน ๑ ปี

เกินจากนี้ก็เป็นพลาสติกที่มีสารเคมีอันตรายแฝงอยู่ทั้งนั้น และใช้เวลานานมาก เช่น

โฟม ไม่ย่อยสลายเลย

ขวด ถุงพลาสติก ๔๕๐ ปี

รองเท้า ๒๕-๔๐ ปี

ถ้วยกระดาษเคลือบ ๕ ปี

จะเห็นว่ารู้อายุก็ไม่ช่วยให้คนมีโอกาสเลือกใช้พลาสติก เพราะจะรู้จักชนิด ต้องรอให้มันสลายตัว

ถ้ากลับไปที่เลือกด้วยตัวเลขกำกับที่เล่าไว้แล้ว ก็พบว่ายากตรงที่การกำกับมาตรฐานการผลิตของบ้านเรา และความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ผลิตไม่ดี บรรจุภัณฑ์พลาสติกหลายอย่างที่ออกมาในตลาดจึงไม่มีตัวเลขกำกับไว้

อย่างนี้จะใช้พลาสติกย่อยสลายได้ มีแต่ต้องเข้าถึงข้อมูลวัตถุดิบการผลิตจึงเลือกได้ก่อนใช้ หรือไม่ก็ต้องอาศัยความซื่อสัตย์ของผู้ผลิต ช่วยระบุว่าเป็นพลาสติกชนิดย่อยสลาย (จะเชื่อใน CSR ได้หรือ ????? ) เท่านั้นแหละ

สำหรับคนที่ไม่สนใจรี ไซเคิล มันยากตั้งแต่เริ่มต้นให้จำตัวเลข และประเภทแล้ว อย่างนี้น่าจะทำให้ง่าย แบบไม่ต้องจำ ระบุวันหมดอายุใช้งานของพลาสติกเหมือนตราอย.จะได้มั๊ยนี่

คนจะได้ไม่ต้องจำ และง่ายต่อการให้ความร่วมมือในการเลือกใช้พลาสติก ลดโลกร้อน

“สลาย” มีความหมายว่า “หมดไป”  เวลาพลาสติกสลายตัวมีความแตกต่าง และความเหมือน  เหมือนกันตรงที่เมื่อสลายแล้วเล็กลงๆ ต่างกันตรงการปล่อยสารออกจากตัวเมื่อขนาดเล็กลงๆ จึงน่าสนใจการสลายตัวของพลาสติกไว้ เพื่อใช้จัดการมันเมื่อกลายเป็นขยะ

การสลายตัวของพลาสติกมี ๕ รูปแบบ

๓ ใน ๕ เป็นการสลายตัวที่จุลินทรีย์เข้ามามีบทบาทในการทำให้หมดไป  ๒ ใน ๔ รูปแบบมีน้ำ หรือ แสงเข้ามาเกี่ยวข้อง  มาดูกันว่าเป็นยังไง

วิธีแรก   ใช้จุลินทรีย์ทำให้พลาสติกมีขนาดเล็กลงๆ ด้วยการไปเปลี่ยนโครงสร้างทางเคมีของพลาสติก ภายใต้เวลาหนึ่งที่กำหนด ให้กลายเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และน้ำ ( Biodegradable plastics)

วิธีที่ ๒   ใช้น้ำทำให้พลาสติกเปลี่ยนโครงสร้างทางเคมีก่อนแล้วต่อด้วยวิธีแรก ( Hydro-biodegradable plastics)

วิธีที่ ๓   ใช้แสงทำให้พลาสติกเปลี่ยนแปลงก่อนแล้วต่อด้วยวิธีแรก ( Photo-biodegradable plastics)

วิธีที่ ๔   ใช้น้ำทำให้พลาสติกเปลี่ยนโครงสร้างทางเคมีให้เปราะก่อน แล้วใช้ความร้อน (heat ageing ) หรือแสง (UV ageing) ทำให้แตกหัก (Bioerodable plastics)

วิธีที่ ๕    เปลี่ยนแปลงโครงสร้างพลาสติก ด้วยกระบวนการหมักร่วมไปกับขยะอินทรีย์ในสภาวะแวดล้อม ที่มีการใช้ออกซิเจนที่กำหนด ( Compostable plastics) ทำให้ภายใน ๑-๓ เดือน  พลาสติกกลายเป็นปุ๋ยผสม ใช้ปรับสภาพดินให้ร่วนซุยได้

ตัวอย่างขวดที่ย่อยสลายด้วยวิธีการที่ ๕