ต้องการพัฒนาทีมทำงานที่เป็นเด็กรุ่นใหม่เพื่อเป็นแกนนำในการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรที่ใช้ KM เป็นเครื่องมือ

เรื่องเล่า "น้ำส้มควันไม้ ที่ ต.ภาชี อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา

      วันที่ 1 สิงหาคม 2549 เดินทางออกจากกรมฯพร้อมด้วยคุณอรวรรณ(น้องออ) เพื่อไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยาโดยนัดกับคุณจำลอง พุฒซ้อน ไว้ที่สำนักเกษตรจังหวัด เมื่อถึงสำนักงานก็ได้เจอกับท่านเกษตรจังหวัดพอดี ก็เล่าให้ท่านฟังนิดหน่อยถึงวัตถุประสงค์ในการเดินทางมาครั้งนี้  แล้วจึงเดินทางต่อไปถึงศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลภาชี  พบกับแกนนำกลุ่มนำส้มควันไม้และปุ๋ยหมักชีวภาพที่ได้มาคอยอยู่ก่อนแล้ว 4 คน คือ

      ผู้ใหญ่  สำอางค์  หวลอาวรณ์

      ลุงเสวก  มณีเจียร

      ลุงเสวย  สาตร์หิรัญ

      ลุงสมนึก  ศรีนวล

และไม่นานก็มีน้อง ๆ เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรของอำเภอเมือง อ.มหาราช อ.บางปะอินและ อ.อุทัย มาสมทบอีก 4 คน ลุงจำลอง(เรียกเหมือนที่ลูกผมเรียก)เล่าให้ฟังว่าต้องการพัฒนาทีมทำงานที่เป็นเด็กรุ่นใหม่เพื่อเป็นแกนนำในการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรที่ใช้ KM เป็นเครื่องมือ ต้องการให้น้อง ๆ ได้เรียนรู้การสกัดความรู้ การใช้เครื่องมือในการสกัดความรู้  จึงนัดหมายมาวันนี้ด้วย น้องออแอบกระซิบกับกับผมว่า รู้แล้วทำไมลุงจำลอง จึงหนีจากกองวิจัยฯกลับมาอยุธยา "เพราะทำงานกับน้อง ดีกว่าทำงานกับผู้สูงอายุที่กองวิจัยฯ (เจ้าหน้าที่กองวิจัยฯส่วนใหญ่ 40 UP ) ตั้งเยอะ " และหลังจากนั้นเราก็เริ่มพูดคุยกับแกนนำกลุ่มทั้ง 4 ท่าน โดยมีลุงจำลองทำหน้าที่คุณอำนวยและน้อง ๆ ทั้ง 4 คน ช่วยเป็นคุณลิขิต(ทราบว่าวันนี้ แกนนำกลุ่มส่วนใหญ่อยู่ที่วัดในตำบลภาชี เพราะมีการอบรมการเกษตรอินทรีย์ที่เป็นการดำเนินงานร่วมกันของ ธกส. กศน. สำนักงานเกษตรอำเภอ สถานีพัฒนาที่ดินและแกนนำกลุ่ม โดยแกนนำกลุ่มส่วนหนึ่งต้องทำหน้าที่ในการเป็นวิทยากรอยู่ที่วัด) พูดคุยกันในเรื่องน้ำส้มควันไม้ของกลุ่มเป็นหลัก โดยมีประเด็น คือ ความเป็นมา วิธีการในการผลิต วิธีใช้ ประโยชน์ ผลกระทบที่เกิดขึ้นในด้านต่างๆ เราพูดคุยกันอยูที่ศูนย์บริการฯจนถึงเที่ยง

Ayut3

 ลุงเสวก กำลังเล่าเรื่อง

Ayut4

 วงแลกเปลี่ยนเรียนรู้

         ลุงสมนึกก็ชวนคณะไปดูแปลงปลูกชะอมอินทรีย์ที่บ้านของคุณลุง ซึ่งลุงปลูกชะอมอยู่ 4 ไร่ ใช้การผลิตแบบอินทรีย์ทั้งหมด ลุงบอกว่ามี รายได้ต่อวันอยู่ที่ 250 - 400 บาททุกวัน โดยจะนำชะอมไปขายในตลาดภาชีลุงเป็นคนเก็บ ป้า(ภรรยาของลุงสมนึก)เป็นคนมัด ทำกัน 2คน จากเดิมที่ลุงมีอาชีพในการให้เช่าเครื่องเสียง เครื่องไฟในชุมชนมีรายได้เป็นช่วง ๆ พอหันมาผลิตชะอมอินทรีย์เลยเลิกอาชีพเช่าเครื่องเสียงเครื่องไฟไปเลย หลังจากนั้นก็เดินทางต่อไปดูการอบรมเกษตรอินทรีย์ที่วัดกันต่อ และก็โชคดีที่ได้พลอยอาศัยอาหารเที่ยงกับผู้อบรมที่วัด

 Ayut1

ลุงสมนึกกับแปลงชะอมอินทรีย์

 Ayut2

แปลงชะอมอินทรีย์ 4 ไร่

      สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับนำส้มควันไม้จะเล่าต่อในคราวหน้านะครับ