จากการที่ดิฉันได้ไปชมนิทรรศการงานนเรศวรวิจัย เมื่อวันเสาร์ที่ 29 กรกฎาคม 2549 ที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร  มีวิจัย  1  เรื่องที่ดิฉันสนใจอยากจะนำมาเผยแพร่ให้  เป็นประโยชน์ และได้สรุปมาย่อ ๆ พอสังเขป ดังนี้

เรื่อง การพัฒนาชุดฝึกทักษะการอ่านภาษาไทย  สำหรับเด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ ด้านการอ่าน ระดับช่วงชั้นที่ 2

ผู้ทำวิจัย : อัจฉรา  สุดสังข์, เทียมจันทร์  พานิชย์ผลินไชย, รัตนะ  บัวสนธ์                    สาขาวิจัยและพัฒนาการศึกษา คณะศึกษาศาตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ปริญญาโท จุดมุ่งหมาย                 เพื่อพัฒนาชุดฝึกทักษะการอ่านภาษาไทย สำหรับเด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ระดับช่วงชั้นที่ 2 วิธีการดำเนินการวิจัย                 ขั้นตอนที่ 1  การสำรวจปัญหาและความต้องการเกี่ยวกับกับองค์ประกอบทางการอ่านภาษาไทยของครูการศึกษาพิเศษพบว่า องค์ประกอบด้านการอ่านทุกประเภท ภาพรวมมีปัญหาในระดับมาก ถึงมากที่สุด ส่วนรูปแบบการนำเสนอของบทอ่าน ภาพรวมมีความต้องการอยู่ในระดับมาก                 ขั้นตอนที่ 2  การสร้างและหาประสิทธิภาพชุดฝึกทักษะการอ่านภาษาไทย นั้นมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด และมีค่าประสิทธิภาพ 83.11/80.22                ขั้นตอนที่ 3  การทดลองใช้ชุดฝึกทักษะการอ่าน พบว่า นักเรียนที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ที่ใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านแล้ว มีความสามารถในการอ่านหลังใช้ชุดฝึกสูงกว่าก่อนใช้ชุดฝึก   อย่างมี นัยความสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .05  และมีความสามารถในการอ่านสูงกว่านักเรียนที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ที่ไม่ได้ใช้ชุดฝึกทักษะการอ่าน อย่างมีนัยความสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .05  นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมการอ่านที่ดี  ส่วนใหญ่ไม่มีอาการเครียดหรือเกร็ง  ไม่พบอาการไม่แน่ใจ  ไม่มั่นคงทางอารมณ์มีบ้างเป็นส่วนน้อยที่หลงตัวอักษร  ส่ายหน้า  หรือสั่นศีรษะ และจับหนังสืออ่านชิดหน้าจนเกินไป                  ขั้นตอนที่  4  การประเมินผลการใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านภาษาไทยนั้นครูผู้สอนการศึกษาพิเศษประเมินผลการใช้ชุดฝึกทักษะ  ด้านปัจจัยนำเข้าและด้านผลผลิต  ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด  ส่วนด้านกระบวนการภาพรวมอยู่ในระดับมาก  ส่วนนักเรียนที่ใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านแล้ว  ประเมินผลภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด สรุปผลการวิจัย                 นักเรียนที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ที่ใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านแล้ว มีความสามารถในการอ่านหลังใช้ชุดฝึกสูงกว่าก่อนใช้ชุดฝึก   อย่างมีนัยความสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .05  และมีความสามารถในการอ่านสูงกว่านักเรียนที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ที่ไม่ได้ใช้ชุดฝึกทักษะการอ่าน อย่างมีนัยความสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .05