เรื่องของโรคภัยเป็นอะไรที่น่ากลัวเสมอ ยิ่งลูกเรายังเล็กอยู่ ภูมิต้านทานที่ยังไม่มากพอ ก็ทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย แถมโลกเรายังมีการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะสิ่งแวดล้อม สภาพอากาศ ซึ่งก่อให้เกิดมลภาวะต่างๆ มากมาย รวมไปถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่ต่างไปจากเดิม ทำให้ความรุนแรงของบางโรคเพิ่มมากขึ้น หรือกลับมาระบาดอีกครั้ง
เหตุกระตุ้นโรคแพร่กระจาย
ต้นตอที่ทำให้โรคมีการพัฒนาตัวเอง จนดูเหมือนว่าจะมีความรุนแรงมากขึ้น ระบาดได้ง่ายขึ้น หรือเป็นโรคที่เคยระบาดเมื่อนานมาแล้วกลับมาเป็นปัญหาอีก ประกอบไปด้วยปัจจัยต่างๆ ดังนี้ค่ะ
สภาวะอากาศ เนื่องจากภาวะที่ภูมิอากาศของประเทศไทยและทั่วโลกมีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ฝนหรืออากาศหนาวมักมาผิดฤดูกาล ทำให้ทุกครั้งที่อากาศชื้นและเย็น ต้องระวังโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจเป็นพิเศษ
ดื้อยา เกิดจากการใช้ยาปฏิชีวนะกันมากขึ้น รวมถึงการกินยาไม่สม่ำเสมอและให้ยาไม่ถูกวิธี ปัญหาเชื้อดื้อยาจึงมากขึ้นเป็นเงาตามตัว อย่างโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคนิวโมคอกคัส ซึ่งเป็นเชื้อสำคัญที่ทำให้เกิดโรคไซนัสอักเสบและโรคหูอักเสบ ก็เริ่มดื้อยามากขึ้น เป็นต้น นอกจากนี้ การใช้ยาที่แรงขึ้น ก็ทำให้เกิดการดื้อยามากขึ้นเช่นเดียวกัน
มลภาวะ มลภาวะบ้านเรามีมากขึ้น ทำให้พบปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เด็กๆ จึงเป็นโรคที่เกี่ยวกับปอดมากขึ้น เช่น หอบหืด ภูมิแพ้ ฯลฯ เมื่อไหร่ที่อากาศชื้นแล้วเป็นหวัด ก็จะติดเชื้อและแพร่เชื้อง่าย
วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป การใช้ชีวิตของครอบครัวยุคใหม่เปลี่ยนไปจากเดิมมากทีเดียว จากที่เด็กมักจะมีปู่ย่าตายายคอยดูแล สมัยนี้พ่อแม่ยุคใหม่ก็พาลูกๆ ไปอยู่เดย์แคร์ตั้งแต่ยังเล็กกันมากขึ้น การที่เด็กอยู่รวมกันมากๆ ก็จะ แพร่เชื้อติดต่อกันได้ง่ายเช่นเดียวกัน
5 โรคที่ต้องเตรียมรับมือ
แม้ว่าโรคน่าจับตาต่อไปนี้จะไม่ใช่โรคใหม่ แต่การที่โรคมีความรุนแรงมากขึ้น ก็คงมีความสำคัญมากพอที่เราจะหันมาใส่ใจและเตรียมพร้อมรับมือ
1. โรคไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่อาจจะรุนแรงและมีการระบาดได้มากขึ้น แม้ว่าเด็กบางคนอาจจะเคยเป็นโรคนี้มาก่อนแล้ว ก็สามารถเป็นอีกได้ เพราะทุกๆ ปี ไข้หวัดใหญ่ทุกสายพันธุ์ที่เป็นชนิดเอ จะมีการพัฒนาตัวเอง ทำให้ระบบภูมิต้านทานในร่างกายของเราจำเจ้าเชื้อตัวนี้ไม่ได้ เมื่อได้รับเชื้อมาก็สามารถทำให้เราป่วยได้อีก
แม้ว่าโรคนี้จะไม่ใช่โรคที่รุนแรงมากนัก แต่เป็นโรคที่มีผลกระทบ เพราะทำให้ไม่สบายอยู่หลายวัน เด็กเล็กซึ่งมีภาวะเสี่ยง อาจจะติดเชื้อได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ เมื่อเป็นโรคนี้แล้วโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจอื่นๆ ก็จะตามมาอีก ต้องระวังการระบาด ซึ่งมีมากในช่วงหน้าหนาวและหน้าฝน และต้องระวังด้วยว่า เมื่อมีการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาที่มักเกิดจากกลุ่มโรคไวรัส ก็มีโอกาสที่จะติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เป็นปอดอักเสบด้วยสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาที่พบในไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
ไข้หวัดใหญ่มีการพัฒนาสายพันธุ์และรุนแรงขึ้นทุกปี เพราะโดยธรรมชาติของไข้หวัดใหญ่จะมีการเปลี่ยนแปลงตัวเองตลอดอยู่แล้ว อย่างที่พบในปีนี้ จากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ธรรมดา ก็กลายเป็นสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งรุนแรงมากขึ้นได้ และไม่เคยปรากฏมาก่อน

2. โรคมือเท้าปาก โรคนี้น่ากลัวมากขึ้น เพราะระยะหลังมักปรากฏการติดเชื้อเอนเทอโรไวรัส-71 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ก่อปัญหารุนแรง แม้ว่าไม่ได้พบบ่อย แต่ความรุนแรงของไวรัสสายพันธุ์นี้ก็อาจทำให้เด็กเสียชีวิตได้ และทำให้สังคมตื่นตกใจ แม้ว่าเราสามารถพบโรคนี้ได้ตลอดปี เพราะมีการระบาดหลายรอบ แต่จะพบมากขึ้นช่วงหน้าฝนและหน้าหนาว ระบาดมากขึ้น
3. ท้องเสีย ที่พบได้ทั่วไปในช่วงหน้าหนาวคือ ไวรัสโรต้า ไม่ว่าจากอาหารเป็นพิษหรือสาเหตุใด โรคท้องเสียก็ยังคงน่ากังวล ปัญหาอย่างหนึ่งคือ เวลาอากาศเย็นและชื้น ไวรัสจะตายช้า ทำให้เกิดการแพร่เชื้อออกไปได้ง่าย ช่วงหน้าหนาวก็จะมีปัญหาเรื่องของการติดต่อกันทางน้ำลาย ทางอุจจาระ ทางน้ำ และทางอาหาร เพราะฉะนั้นโรคอุจจาระร่วงก็ยังจะเป็นปัญหาสำคัญอยู่
4. โรคไข้เลือดออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีระบบการกำจัดลูกน้ำยุงลายไม่ดี ก็จะมีปัญหาการระบาดของโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการก่อสร้างตลอดเวลา และมีน้ำขังตามที่ต่างๆ
5. โรคชิคุนกุนยา เคยมีการระบาดในประเทศไทย และหายไปในภายหลัง เมื่อกลับมาระบาดใหม่ ก็พบว่าเป็นสายพันธุ์ที่ต่างไปจากเดิม แม้จะเป็นกันมากทางภาคใต้ เพราะมียุงลายและสวนมาก แต่อาจจะลามขึ้นมาถึงกรุงเทพฯ ได้เหมือนกัน
ปกป้องลูกให้ห่างไกลโรค
5 โรคที่ต้องรับมือและปกป้องลูกให้ห่างไกลนี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับแม่อย่างเรา แต่ก็ต้องตั้งรับให้ดีเพื่อลูกๆ ค่ะ มาดูวิธีปกป้องลูกให้ห่างไกลโรคด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้ค่ะ
เลี้ยงลูกด้วยนมแม่
การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สามารถป้องกันความเจ็บป่วยให้เด็กเล็กได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคของระบบทางเดินหายใจ โรคท้องเสีย โรคภูมิแพ้ โดยเฉพาะโรคภูมิแพ้ ที่หากเป็นมากก็อาจทำให้เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจอื่น เช่น ไซนัส หูอักเสบ หอบหืด ปอดบวม ฯลฯ เพิ่มขึ้น
ถ้าเราป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ โดยการให้ลูกกินนมแม่อย่างเดียวให้นานที่สุด หรือให้นมแม่อย่างน้อย 6 เดือนแรก นอกจากจะมีภูมิต้านทานที่ดีแล้ว ยังแข็งแรงและฉลาดด้วย เรื่องนี้คุณพ่อก็มีส่วนช่วย เพราะปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ประสบความสำเร็จคือ การสนับสนุนจากคุณพ่อนั่นเอง

ให้วัคซีนครบถ้วน
การให้วัคซีนพื้นฐานให้ครบตามอายุที่เหมาะสม เป็นเรื่องที่จำเป็น เพราะช่วยให้ลูกมีภูมิต้านทานที่ดี แต่หากสามารถวัคซีนเสริมได้ ก็จะช่วยให้ลูกมีภูมิต้านทานต่อโรคต่างๆ ที่ดียิ่งขึ้น
โภชนาการที่ดี
หากลูกกินอาหารที่ถูกสุขอนามัย จะช่วยลดการเจ็บป่วยในเด็กเล็กได้ทางหนึ่ง หลัง 6 เดือนไปแล้ว คุณควรให้อาหารเสริมที่เหมาะสมตามอายุและพัฒนาการของลูก หลักง่ายๆ คือการกินให้ครบ 5 หมู่เท่านั้นเองค่ะ

ออกกำลังกาย
การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทำให้พัฒนาการและร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย มีพลังในการเรียนรู้โลกกว้าง ทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้ลูกร่าเริงแจ่มใส มีสุขภาพจิตดี ที่สำคัญคือ คุณควรมีเวลาพาลูกไปสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ด้วยนะคะ