วรรณศิลป์ในคร่าวซอเจ้าสุวัตต์นางบัวคำ

คร่าวซอเรื่องเจ้าสุวัตต์นางบัวคำ กวีใช้คำไวพจน์และคำขยายที่มีความหมายเกี่ยวกับตัวละครในเรื่องเป็นจำนวนมาก ทำให้เรื่องมีความน่าสนใจ ฟังหรืออ่านแล้วไม่น่าเบื่อ เช่น คำไวพจน์ที่มีความหมายถึงเจ้าสุวัตต์ เช่น “เจ้ากลิ่นคู้สุวัตต์หน่อไธ” “พระองค์จอมเหง้า” คำไวพจน์ที่มีความหมายถึงนางบัวคำ เช่น “ยอดขวันตา” “จอมนารี” “เจ้านาฏน้องบัวฅำ” “บัวฅำน้องไธ้” “ยอดยิงงาม” “นายนาฏน้อย” “จอมนงวัยบัวฅำหนุ่มเหน้า” “นางจอมยิง” “แม่ยิงใจหาน” และ “จอมนงวัย”

นอกจากนี้ยังมีการเล่นคำ และเล่นกลุ่มคำจึงทำให้มีเสียงที่ไพเราะ เป็นจังหวะ และยังเป็นการเน้นย้ำความอีกด้วย ดังจะเห็นได้ในบทที่ว่า

         เขาเปนคู่แพง คาว่าเปนคู่ป้อง

คาว่าเปนพี่น้อง ใคร่ถามสักคำ

สังมาดูงาม ทังสองเผ่าผู้

คาว่าเปนชู้ ลักกันกันหนีมา

                หรือ

         ว่าจอมนารี เขาเปนคู่อ้อน

เขาเปนคู่ซ้อน สองฅนผัวเมีย

จักข้าผัวเสีย เอาเมียเปนคู่อ้อน

ไพเปนคู่ซ้อน อยู่บ้านเทียมคู

ส่วนในเรื่องโวหาร กวีใช้บรรยายโวหารในการดำเนินเรื่อง ดังตัวอย่าง

         ปู่พรานสบาย บ่คิดเหนือตาย

ค็ม่อยหลับไพ บ่รู้ตัวฅิง

ส่วนนางจอมยิง เปียได้พร้าโต้

อกพุทโธธัมมัง ตายเสียเทิอะปู่พราน

         แม่ยิงใจหาน ตัดฅอพรานสะบั้น

แล้วค็รีบดั้น เข้าป่าดงไพร

ส่วนจอมนงวัย บ่มีคู่อ้อน

เพื่อกัมม์ล้อนล้อน มันหากเปนไพ

ลักษณะเช่นนี้ทำให้เรื่องดำเนินไปอย่างรวดเร็ว และดำเนินไปอย่างเป็นลำดับ จึงทำให้ผู้ฟังหรือผู้อ่านจดจำเรื่องราวได้ง่าย และสามารถถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างถูกต้อง

นอกจากนี้ยังมีการใช้โวหารพรรณนาธรรมชาติ ซึ่งทำให้เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น โวหารดังกล่าวเป็นการพรรณนาชื่อพรรณไม้ติดต่อกัน ทำให้ผู้ฟังหรือผู้อ่านเห็นภาพได้อย่างชัดเจน ดังตัวอย่าง

         วันนึ่งหน่อไธ้ ทังสองคู่ส้าง

เข้าดงป่ากว้าง เซาะหาเผือกมัน

มีทังหมากทัน หมากเฟืองไฟฟ้า

หมากม่วงขี้ย้า หน่วยสุกงามดี

         ทังกล้วยเปนหวี สุกดีหอมอ้วน

มีบัวรมวณ ลูกไม้ของฉัน

มีทังหัวมัน หน่อคุกกล้วยอ้อย

อยาดอยายเปนถ้อย ตามที่ริมทาง

กวีใช้ภาพพจน์อุปลักษณ์ในความที่ว่า “ปู่พรานใจดี นึกว่านางสู้     มันยังบ่รู้ ว่าเปนแท่นไฟแดง”

ความข้างต้นมีความหมายว่า “พรานนึกว่านางบัวคำพอใจ ไม่รู้ว่าตนเล่นกับไฟ” ซึ่งเป็นการเปรียบนางบัวคำว่าเป็นไฟที่คอยจะทำลายพราน เป็นการเปรียบสิ่งหนึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่ง

                กวีสอดแทรกรสวรรณคดีไว้หลายรส แต่รสที่เด่นที่สุดในคร่าวซอเรื่องนี้ คือ วีรรส ซึ่งเป็นรสที่ได้จากความกล้าหาญของนางบัวคำ ดังตัวอย่าง

         โอยเจ้าพี่เหิย โอยเจ้าพี่เฮิย

เปนฉันใดเลิย มาท่าวทังอยืน

นางหันใส่ปืน ปักอกพี่เจ้า

บัวฅำร้องเหน้า ค็รู้ทันที

         ส่วนตัวนารี ชักปืนออกได้

บัวฅำน้องไธ้ หมายจักแทงตัวยิง

ปู่พรานเข้าชิง ลู่เอาไว้ได้

บัวฅำน้องไธ้ อกสั่นขวันวิน

         แขงใจนางยิง ร้องถามปู่เถ้า

ว่าลุงนี้เล่า เปนผู้มายิง

ผัวรักเทียมฅิง ของข้าเจ้าม้วยมิด

ลุงหมายจักฅิด เอาอะสังอันใด

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วรรณศิลป์ในคร่าวซอเจ้าสุวัตต์นางบัวคำ



ความเห็น (0)