เห็นคุณครูทุกโรงเรียนหน้าดำหน้าแดงกับการติวเข้มนักเรียนกันในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนการสอบ O – Net  เห็นแล้วน่าอนาถใจกับเด็กไทยจริง ๆ   อนาคตเด็กไทยจะเป็นอย่างไร…

                นโยบายการสร้างมาตรฐานการศึกษาให้กับสถานศึกษาในประเทศไทยให้อยู่ในระดับเดียวกันด้วยวิธีการสอบโดยใช้ข้อสอบเดียวกัน  ผู้เขียนเห็นด้วยกับแนวคิดที่ดีที่คิดจะพัฒนาการศึกษาไทยให้มีคุณภาพอย่างทัดเทียมกันทั้งประเทศ   แต่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางการปฏิบัติของผู้ที่นำนโยบายนี้มาใช้ในการตัดสินอะไรบางอย่างบางครั้งนำไปใช้ในทางที่ผิดเพื่อเอื้อประโยชน์สำหรับพวกพ้องหรืออะไรก็ตามแต่ แล้วผู้เขียนจะอธิบายให้ทราบในตอนท้ายนี้

                การนำนโยบายยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาโดยการติวเข้มก่อนการสอบนั้น ส่วนหนึ่งก็เป็นสิ่งดี เพราะนักเรียนได้ผ่านหูผ่านตาข้อสอบที่ไม่เคยพบเห็น  ได้รู้ในสิ่งที่ครูไม่เคยสอน  ครูสอนไม่ทัน    นักเรียนเข้าสอบก็จะทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง  แต่อย่างน้อยก็เบาใจสำหรับครูผู้สอนไปบ้างละ  ต้องทำได้นิดหน่อย  ผู้บริหารโรงเรียนก็สบายใจขึ้นว่าครูสนใจเอาใจใส่เด็ก  ผลสัมฤทธิ์คงจะดีขึ้นแน่นอน

             มีสิ่งที่นำมาใช้อย่างผิด ๆ ก็คือผู้บริหารใช้วิธีการบังคับครูโดยกำหนดให้ผลสัมฤทธิ์จากการสอบนั้นเป็นตัวกำหนดในการพิจารณาความดีความชอบ ให้ ๒ ขั้น ให้ ขั้นครึ่งบ้าง   ถ้ามองแง่ดีก็ดี  แต่มองในแง่ร้ายก็ร้ายเหมือนกัน  เพราะเด็กแต่ละรุ่น แต่ละคนมันเหมือนกันไหมละ  ผู้เขียนคนหนึ่งละที่พบเห็นความแตกต่าง ๆ ของเด็กในแต่ละรุ่น แต่ละปี  บางปีสอนนิดเดียวเขาก็รู้ทะลุปรุโปร่ง  บางปีสอนแทบตาย ใช้หลายวิธีนักเรียนก็ไม่รู้เรื่อง   ดังนั้นใครที่คิดจะหวังขั้นพิเศษ เกิดได้สอนเด็กเรียนช้าเป็นพิเศษในปีนั้นรับรองอดขั้นพิเศษแน่นอนหากนำเกณฑ์นี้มาพิจารณาด้วย                

ก็ขอฝากผู้บริหารประเภทนี้(คงมีไม่มาก)คิดลึก ๆ หน่อย

                แล้วเราจะทำอย่างไรให้เด็กเรามีคุณภาพโดยไม่ต้องมาติวเข้มพิเศษกันเป็นช่วง ๆ  หรือว่าเราเลิกสอนเนื้อหากันแล้วใช้วิธีการติวดีกว่าไหม  เพราะทุกโรงเรียนเป็นแบบนี้กันหมดแล้ว

ผู้เขียนคิดว่าปัญหาต่าง ๆ มาจากครูที่ขาดคุณภาพ ขาดความรับผิดชอบ ขาดความสำนึกในหน้าที่

ขาดคุณภาพอย่างไร ก็ตรงที่เมื่อเป็นครูแล้ว ความคิดอย่างหนึ่งคือสอนก็ได้เงิน ไม่สอนก็ได้เงิน ดังนั้นการจะมุ่งมั่นคอยพัฒนาตนอยู่เสมอนั้นมีน้อยเต็มที ครูก็เลยไม่ค่อยเติมความรู้ให้กับตนเอง

จึงไม่รู้จะสอนอะไร   และที่ขาดความรับผิดชอบและสำนึกในหน้าที่นั้น ก็ดูจากการปฏิบัติตนของครูเองนั่นแหละ  บางคนขายของ  บางคนมีงานนอกมากมาย  บางคนก็ไม่มาสอน และที่เห็นกันมากคือมัวแต่ทำผลงานเสนอเป็นชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ เชี่ยวชาญพิเศษ  พวกนี้แหละไม่มีเวลามาสอนหรอก  แค่เครียดกับงานตัวเองก็หนักหนาแล้ว แล้วจะหวังอะไรกับงานสอน  (ไม่ใช่ทุกคน

คนที่ดีมีคุณภาพก็เยอะ)    หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ลองมองย้อนกลับกันบ้างนะอย่าโยนบาปไปให้เด็กด้านเดียว....