วันจันทร์ที่ ๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๔

กราบสวัสดีค่ะครู

เมื่อวันที่ ๕ ติ๋วได้ใคร่ครวญและตกลงกับตนเองเกี่ยวกับกิจวัตร (จดหมายถึงครู l กราบคารวะครูบาอาจารย์ และทบทวนกิจวัตร) เติมเต็มให้ตนเองด้วยการซ่อมนาฬิกาข้อมือมาเตือนตนเองค่ะครู ตลอดทั้งวันเหมือนข้างในมันดิ้นรนควบคุม และดิ้นรนหนีกิจวัตรในตนเอง พอทำเสร็จก่อน แล้วมีเวลามันก็จะต่อรองหาหนทาง ตื่นเช้าเมื่อวานทำวัตรเช้า ทั้ง ๆที่ปกติก็ทำอยู่แต่พอมีการจำกัดกับตนเองเรื่องเวลาใจมีเสียงโอดครวญค่ะครู เห็นข้อบกพร่องเรื่องวินัยแห่งตนเองชัดมาก ส่งผลให้ศีลข้อ ๔ ด่างพร้อย แล้วก็รู้สึกเศร้าหมองในตนเอง พอรู้สึกตัวก็เอาใหม่ ไปวิ่งออกกำลังกายตามกำหนดเวลา เป็นรุ่งเช้าที่แสงแรกของวันส่องสว่างอย่างงดงาม เจอพี่ ๆออกมาวิ่งออกกำลังกายตอนเช้า ๆ ทักทายกันพอเป็นพิธี เจอพี่อ้อ รีบเข้าไปแจ้งเรื่องที่ประสานงานคืบหน้า มารู้สึกตัวว่า “เอ...ทำไมหายใจเข้าออกเป็นงาน ทั้งที่ควรเป็นเวลาพัก” แต่ก็เหมือนนึกได้แล้วทำเลย เหมือนเรื่องดี ๆ อยากจะแบ่งปันในเช้านี้ค่ะครู เสร็จจากออกกำลังกายเดินดุ่ม ๆลงสวนสมุนไพรหลังบ้าน ความรู้สึกอุ่นใจปรากฏเหมือนถูกธรรมชาติโอบล้อม รดน้ำต้นไม้และทำแปลงผัก ทำไปใจก็ระลึกถึงแม่

ครูค่ะชีวิตวัยเด็ก พ่อไปทำงานที่ซาอุดิอาระเบีย แม่ปลูกผักขาย เงินที่พ่อส่งมาแทบไม่ได้ใช้เพราะแม่เป็นคนไม่เคยอยู่เฉย สิ่งที่ได้เรียนรู้กับการเป็นลูกแม่คือ ปลูกผัก ทำสวน แปลงผักที่ทำได้งดงาม เพราะแม่พาทำ ท่านสอนตั้งแต่ขุดดิน ตีดิน จนยกร่องทำแปลง จากวันนั้นจนถึงวันนี้คงเกือบ ๆจะยี่สิบกว่าปีได้ แต่ความงามนี้ก็ไม่ได้ลบเลือนไปจากใจ เพราะมีแม่ในวันนั้นถึงได้มีลูกดังเช่นวันนี้ ทำแปลงเสร็จก็เพาะชำรางจืด เอาไว้รวม ๆ กันกับ ขลู่ที่ชำไว้ก่อนแล้ว สักพักได้ยินเสียงน้ำซ่า ๆ น้าชื่นนั่งเองอยู่ข้างบ้านรดน้ำต้นไม้ สักพักได้ยินเสียงอีกด้าน พี่บรรจงออกมารดน้ำต้นไม้ พูดคุยกันอย่างเบิกบานกับพี่เตียงที่ออกมาล้างจานหลังบ้าน ใจระลึกกับตนเองว่า “เป็นวันหยุดที่พึ่งให้โอกาสตนเองหยุด จริง ๆ” ชีวิตในวันเสาร์อาทิตย์เป็นชีวิตที่ทุกคนพักผ่อนอยู่กับธรรมชาติค่ะครู

พอบ่าย ๆ เย็น ๆ แต่งตัวออกไปวิ่งแต่ด้วยทานอาหารและน้ำลงไปมาก ด้วยปัญญาไม่ทันกิเลสที่หลอกล่อ แต่ก็ออกมาวิ่งเบา ๆ อย่างที่ตั้งใจกับตนเอง แล้วก็เก็บสมุนไพรข้างทางไปเพาะขยายพันธุ์ ระหว่างที่เก็บต้นไม้ เสียงครูดังขึ้นมาว่า “ขอรึยัง” จึงเอ่ยขอเจ้าที่เจ้าทางว่า “ขอต้นไม้นะเจ้าค่ะ จะเอาไปเพาะขยายพันธุ์” รับทราบกับตนเองว่า กำลังหยิบของที่มีเจ้าของ หากไม่ขออนุญาต ศีลข้อ ๒ ในแง่ของการลักทรัพย์ได้

แล้วก็มาเพาะชำกล้าที่ได้หยิบมา รดน้ำต้นไม้แล้วเวลามีเหลือประมาณครึ่งชั่วโมงครูค่ะ รู้สึกหิวส้มตำ มันต่อรองว่า มีเวลาขอไปซื้อส้มตำก่อน พอได้มาเหลือเวลาแค่ห้านาที ขอนั่งทานก่อนทำวัตร ได้เรื่องเลยค่ะ ปวดท้อง ศีลข้อ ๔ ด่างพร้อยด้วยความไม่ตั้งมั่น ศีลข้อ ๑ ด่างพร้อยเพราะเบียดเบียนตนเองด้วยการตามใจปาก ได้แต่ทน จดหมายที่ต้องเขียนเมื่อวานเลยได้นำมาเขียนในวันนี้ ดูเหมือนว่า โดนสอบตั้งแต่เช้าไฟก็ดับ เรื่องราวที่บันทึกในตอนเช้าจึงถูกเขียนในสมุด จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้นำมาเขียนลง web รับรู้กับตนเองว่า “หงายหลังแบบราบคาบ กิเลสตอกหน้า” แต่ก็รับรู้กับตนเองว่า “เมื่อมีความตั้งใจก็ต้องโดนสอบแบบนี้แหละ”

                                           กราบขอบพระคุณครูค่ะจะพยายามต่อไป

                                                                                                                                                ด้วยความเคารพ