กรณีศึกษาสมองติดเชื้อจนเดินเซ อายุ 9 ปี นักกายภาพบำบัดส่งปรึกษา ดร.ป๊อป ด้วยปัญหาอารมณ์ฉุนเฉียว ไม่ให้ความร่วมมือในการฝึกเดิน

ดร.ป๊อป ตรวจประเมินความสามารถในการแสดงออกทางจิตสังคมขณะทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับนักกายภาพบำบัดด้านเด็ก พบว่า

  • Changed moods quickly, had too much energy, had attentions difficulties, and got anxious when separated from mom or worked with clinicians
  • Social skills training is needed to reduce conduct problems (e.g. tantrums) and to improve flexibility, problem-solving, and self-regulation. 
  • Physical exertion and social participation (cooperative play - group/pairs) is suggested.

นอกจากนั้นในบันทึกกิจกรรมบำบัด ระบุว่า:

เด็กรับรู้ความหมายและเป้าหมายของการทำกิจกรรมการฝึกกับนักกายภาพบำบัด แต่ต้องสื่อสารระหว่างกันให้ชัดเจนและสร้างสัมพันธภาพแบบ Passive friendliness โดยเน้นการสอนเชิงบังคับและแสดงอารมณ์บวก 50% กันเน้นการพักและผ่อนคลายด้วยการเล่นอิสระ 50%

ทดลองใช้กลุ่มการเล่นที่เพิ่มการออกแรงทางร่างกายตามด้วยการผ่อนคลายอย่างต่อเนื่อง เช่น โยนบอลไปมาระหว่างบุคคลมากกว่า 2 คน ในทิศทางวนขวาสลับวนซ้าย ช้าไปเร็วไปช้า มีการสื่อสารแนะนำชื่อแบบผู้เล่นที่เป็นเพื่อนรุ่นพี่รุ่นน้อง เน้นภาษากายที่สงบ สีหน้ายิ้มแย้ม เพิกเฉยต่อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเด็ก และเน้นภาษาพูดที่ใจเย็น เสียงอ่อนโยนเมื่อเด็กสนใจทำกิจกรรม และเสียงดังดึงความสนใจ (ไม่เสียงดุ) พร้อมชมเชยเมื่อเด็กทำกิจกรรมได้สำเร็จ

มีการชี้นำกิจกรรมการฝึกทางกายภาพบำบัดบ้างระหว่างการทำกิจกรรมเพิ่มทักษะทางจิตสังคม เช่น การเล่นแบบร่วมแรงร่วมใจกันกับนักกิจกรรมบำบัด พร้อมมีนักกายภาพบำบัดกับผู้ปกครองจัดท่าทรงตัว ลุกยืนสลับนั่งบนบอล เป็นต้น มีการเลือกกิจกรรมการเล่นที่ไม่ซับซ้อนและเด็กสามารถภูมิใจกับความสำเร็จและความสามารถในการทรงท่าทางของร่างกายได้ดีขึ้นในระยะเวลาฝึกไม่เกิน 5 นาที มีการสลับกิจกรรมและบุคคลที่ทำให้เกิดสิ่งแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ที่ไม่น่าเบื่อ และมีการเปิดเสียงดนตรีให้เด็กรู้สึกผ่อนคลายกรณีได้รับคำสั่งและชี้นำในการจัดท่าจากนักกายภาพบำบัด เพราะบางครั้งการจัดท่าและฝึกออกกำลังกายที่ซ้ำๆ อาจกระตุ้นการแสดงอารมณ์ที่ไวและหงุดหงิดง่ายได้เสมอ

งานนี้ถือเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างนักกายภาพบำบัดทางเด็กและนักกิจกรรมบำบัดจิตสังคม