ประมาณโครงการด้วยวิธี Delphi

pengu
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
วิธี Delphi ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของ Expert แต่ละท่าน จะเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก รวดเร็วจึงเป็นที่นิยมมาก แต่ความแม่นยำจะขึ้นกับประสบการณ์ของ Expert ที่เป็นผู้ประมาณ

การประมาณโครงการ (Project Estimation) โดยวิธี Delphi

การประมาณโครงการซอฟต์แวร์มีหลายวิธี หนึ่งในวิธีที่นิยม คือวิธี Delphi ซึ่งเป็นการหาค่าเฉลี่ยจาก Estimator ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ (Expert) หลาย ๆ คน โดยทำหน้าที่ ร่วมศึกษาความต้องการ และซักถาม หลังจากนั้นทำการ estimate แล้วส่งผลให้ Coordinator ที่ทำหน้าที่ ศึกษา และสรุปความต้องการให้เข้าใจตรงกันระหว่าง Estimators ,สรุปผลการ estimate แล้วรายงานผล ซึ่งการตัดสินใจจาก coordinator ถือเป็นข้อสรุปสุดท้าย

การประมาณโดยวิธี Delphi นั้น ต้องให้ estimator แต่ละคนมีอิสระ เมื่อ coordinator ทำสรุปออกมาแล้ว จะนำผลสรุปมาปรึกษาหารือ แบ่งปันประสบการณ์ความคิด เหตุผลในการประมาณค่าเหล่านี้ ซึ่งจะมีการทำ re-estimate ประมาณ 2-3 รอบ จะช่วยให้ได้เกณฑ์ที่ไปในทางเดียวกัน

ปกติค่าที่ได้ในรอบที่ 2 จะมีค่าเฉลี่ยที่เพิ่ม และค่าเบี่ยงเบนเพิ่มขึ้นด้วย และตอนจะนำไปใช้จะประตัวเลขให้กลม

เพื่อให้เข้าใจยิ่งขึ้นจะมีตัวอย่าง กรณีศึกษามาให้แล้วจัดหน้าที่ที่คนเป็น coordinator และ estimators สมมิตให้มีการประมาณโครงการหนึ่ง

  1. กำหนดให้หน่วยของการ estimate เป็น MAN-day และให้ Estimate ในลักษณะเป็น Interval (Most likely, Upper bound และ Lower bound)
  2. ให้เปรียบเทียบระหว่างรอบที่ 1 และรอบที่ 2
  3. แล้วเลือกว่าจะเสนอโครงการให้ลูกค้าโดยใช้ฐาน Man-Day ที่เท่าไร

 

นิยาม Interval ค่า Man-day ในการประมาณโครงการ

Lower Bound หมายถึง ใช้ Man-Day ในการพัฒนาที่ต่ำที่สุดเป็นเท่าไร

Most likely หมายถึง Man-Day ที่เป็นไปได้ส่วนใหญ่ที่จะให้โครงการเสร็จ

Upper Bound หมายถึง Man-Day ที่มากที่สุดที่จะใช้จนโครงการเสร็จ

 

สมมุติว่ามี Expert 5 คน เป็น estimatorได้ผลการประมาณดังนี้

รอบที่ 1

Expert

Lower bound

Most likely

Upper Bound

Expert 1

20

50

60

Expert 2

25

40

70

Expert 3

10

55

75

Expert 4

30

60

70

Expert 5

15

35

85

Coordinator ทำการหาค่าเฉลี่ย ได้ผลตามตาราง

Expert

Lower bound

Most likely

Upper Bound

Individual Avg.

Variance

(L+4M+U)/6

(U-L)/6

Expert 1

20

50

60

46.7

6.7

Expert 2

25

40

70

42.5

7.5

Expert 3

10

55

75

50.8

10.8

Expert 4

30

60

70

56.7

6.7

Expert 5

15

35

85

40.0

11.7

     

Group Avg.

47.3

8.7

 

รอบที่ 2 estimator แต่ละคนทำการ re-estimate หลังจากได้ปรึกษา แลกเปลี่ยนกันแล้ว ผลเป็นดังนี้

Expert

Lower bound

Most likely

Upper Bound

 
 

Expert 1

30

50

60

 

Expert 2

30

45

65

 

Expert 3

20

50

70

 

Expert 4

30

55

70

 

Expert 5

25

40

75

 

 

Coordinator ทำการหาค่าเฉลี่ยในรอบที่ 2 ใหม่

Expert

Lower bound

Most likely

Upper Bound

Individual Avg.

Variance

(L+4M+U)/6

(U-L)/6

Expert 1

30

50

60

48.3

5.0

Expert 2

30

45

65

45.8

5.8

Expert 3

20

50

70

48.3

8.3

Expert 4

30

55

70

53.3

6.7

Expert 5

25

40

75

43.3

8.3

     

Group Avg.

47.8

6.8

จะสังเกตเห็นว่า ค่า variance จะมีค่าลดลง โดยเฉพาะ group variance ลดลง เนื่องจากได้ปรึกษา แลกเปลี่ยน ความแตกต่างก็จะลดลง หมายความว่าจะมีความใกล้เคียงกับความจริงมากขึ้น ในแต่ละรอบของการ estimate

ดูตารางข้างล่างเพื่อเปรียบเทียบ

Expert

รอบที่ 1

รอบที่2

Estimate

Variance

Estimate

Variance

Expert 1

46.7

6.7

48.3

5.0

Expert 2

42.5

7.5

45.8

5.8

Expert 3

50.8

10.8

48.3

8.3

Expert 4

56.7

6.7

53.3

6.7

Expert 5

40.0

11.7

43.3

8.3

Average

47.3

8.7

47.8

6.8

 

ขั้นตอนสุดท้าย Coordinator จะทำการสรุปว่าจะใช้ค่าประมาณตัวไหนเป็น Man-day ของโครงการ ในกรณีศึกษานี้สรุปว่าโครงการนี้จะใช้ค่าเฉลี่ยของกลุ่ม เป็นค่าประมาณและปัดเศษ คือ 48 Man-days (ตัวเลขกลมๆ) ซึ่งค่านี้นำไปใช้ในการวางแผนต่อ

 

การประมาณด้วยวิธี Delphi ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของ Expert แต่ละท่าน จะเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก รวดเร็วจึงเป็นที่นิยมมาก แต่ความแม่นยำจะขึ้นกับประสบการณ์ของ Expert ที่เป็นผู้ประมาณ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บริหารโครงการ



ความเห็น (0)