ตัณหา

สวัสดีปีใหม่  2554  ปีเถาะ ขอให้มีความสุข สุขภาพกาย สุขภาพจิต แข็งแรงและแจ่มใสตลอดไปค่ะ

             ดิฉันอ่านหนังสือของพระอาจารย์ชาวญี่ปุ่นที่ท่านอุปสมบทและศึกษาพระธรรมของศาสนาพุทธมานาน เป็นหนังสือที่ท่านตั้งใจสอนคนขี้บ่น  ดิฉันขอยกตัวอย่างเรื่อง ตัณหา ดังนี้ค่ะ

     ความรู้สึก ทำให้เกิดตัณหา

     เมื่อเราสัมผัสทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

     รับอารมณ์ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์

     เขามาทางอายตนะ 6

     เกิดความรู้สึก ถูกใจ ไม่ถูกใจ ชอบ ไม่ชอบ

     สุขเวทนา ทุกขเวทนา มันก็เกิดตัณหา

     ตัณหานี่แหละ พระพุทธเจ้าก็ให้ระวัง  เพราะตัณหาเป็นเหตุให้เกิดทุกข์

     ให้ละอันนี้ ละเหตุ ละตัณหา

     เพราะฉะนั้นในการปฏิบัติธรรม ต้องติดตามความรู้สึกตลอด

     แล้วก็ไม่ให้ยึดมั่น ถือมั่น

     ความรู้สึกเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป

     เอาสติสัมปชัญญะมาระวัง

    ถ้าไม่ยึด...ก็จะ ดับ ๆ ๆ ๆ ๆ ไม่มีโอกาสที่กิเลสจะตั้งอยู่ได้

     หรือว่า เมื่อเกิดความรู้สึกรุนแรงแล้ว

     เราก็ต้องมีความพอใจที่จะต่อสู้ความรู้สึกอันนี้

              ความรู้สึกไปทางราคะก็มี

              ความรู้สึกไปทางโทสะก็มี

              ความรู้สึกไปทางโมหะก็มี

     เราก็ใช้ปัญญามาพิจารณาดู

     การปฏิบัติธรรมก็เพื่อต่อสู้ความรู้สึกอันนี้ เพื่อระงับอันนี้

               ดิฉันสรุปว่า ถ้าไม่มีตัณหา กิเลสไม่เกิด ทุกข์ไม่เกิด ท่านผู้อ่านว่าจริงไหมค่ะ ช่วยตอบและช่วยเสนอแนะด้วยค่ะ 

                                  สวัสดีค่ะ