“... งานช่วยผู้พิการนี้มีความสำคัญยิ่ง เพราะว่าผู้พิการไม่ได้เป็นผู้อยากจะพิการและอยากช่วยตนเอง ถ้าเราไม่ช่วยเขาให้สามารถที่จะปฏิบัติงานอะไรเพื่อชีวิตและมีเศรษฐกิจของครอบครัว จะทำให้เกิดสิ่งที่หนักในครอบครัว หนักแก่ส่วนรวม ฉะนั้นนโยบายที่จะทำก็คือ ช่วยเขาให้ช่วยตนเองได้ เพื่อจะให้เขาสามารถเป็นประโยชน์ต่อสังคม…” ... พระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ...
เกร็ดน่ารู้ในการช่วยเหลือคนตาบอด
คนจำนวนมากรู้สึกอึดอัดใจ บางครั้งก็เคอะเขินเมื่อได้พบปะติดต่อกับคนตาบอด และไม่ทราบว่าจะต้องปฏิบัติอย่างไร ข้อเสนอแนะต่อไปนี้คงจะเป็นประโยชน์บ้าง …
1. ขอให้ทราบว่าคนตาบอดเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดา ถึงแม้ว่าจะมองไม่เห็น แต่ก็อยากรู้ อยากได้ยิน อยากพูดถึงสิ่งต่างๆ เช่นเดียวกับท่าน
2. อย่าพูดกับคนตาบอดประหนึ่งว่าเขาหูหนวก การที่เขามองไม่เห็นนั้นไม่ได้แปลว่าหูของเขาจะตึงด้วย
3. ขอให้พูดโดยตรงกับคนตาบอด อย่าพูดผ่านคนอื่นทั้งๆที่เขาอยู่ที่นั้นด้วย
4. อย่าพูดในทางสมเพชเวทนาคนตาบอดให้เขาได้ยิน
5. ไม่ควรชมคนตาบอดอย่างเลอเลิศ เช่น เก่งจังเลย หรือมหัศจรรย์จริง เพียงแค่เขาสามารถรู้เวลา หรือหมุนโทรศัพท์ได้เอง
6. อย่าเข้าใจผิดว่าคนตาบอดทุกคนจะมีพรสวรรค์พิเศษ คนตาบอดบางคนมีความสามารถพิเศษ เพราะเขาได้ฝึกฝนสมรรถภาพที่ซ่อนเร้นอยู่ในมนุษย์ทุกคน และนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์
7. เวลาที่สนทนากับคนตาบอดทุกคนไม่จำเป็นต้องเลี่ยงใช้คำว่า “เห็น, มอง, ดู” หรือ “ตาบอด” พูดตามปกติ หากการสนทนาจะนำเข้ามาสู่เรื่องนั้น
8. หากท่านเข้าไปในห้องที่มีคนตาบอดอยู่ ขอให้พูดสักคำสองคำก็ยังดี เพื่อให้คนตาบอดทราบแล้วว่าท่านเข้ามาในห้อง
9. เวลาที่พบกับคนตาบอดหรืออำลา การจับมือจะแทนรอยยิ้มของท่าน
10. ท่านไม่ควรถามคนตาบอดว่า “จำฉันได้ไหม” ควรบอกเขาไปเลยว่าท่านคือใคร หากท่านไม่แน่ใจว่ารู้จักแล้วไม่จำเป็นต้องบอก พูดคุยตามปกติ หากอยู่ในสถานที่เสียงดัง เช่น เสียงดนตรี ควรบอกสักนิดว่าท่านคือใคร
11. กรุณาบอกเขาว่าท่านจะไปแล้ว มิฉะนั้นเขาจะนึกว่าท่านยังคงอยู่และพูดอยู่คนเดียว
12. ในงานต่างๆ กรุณาบอกคนตาบอดว่าเวทีอยู่ตรงไหน
13. ความเมตตาของท่านในรูปแบบการหยิบยื่นเงินทองหรือสิ่งของให้โดยตรงนั้น เป็นการสร้างให้คนตาบอดเป็นได้เพียงขอทาน แต่หากท่านให้การช่วยเหลือเขาผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเป็นการสร้างสรรค์ และพัฒนาให้คนตาบอดช่วยเหลือตนเองได้ในวันข้างหน้า
14. เมื่อท่านจะช่วยคนตาบอดขึ้นรถหรือขึ้นบันได ไม่จำเป็นต้องอุ้มเขาขึ้นไป เพียงแต่ท่านจับมือของเขาไปวางที่ขอบประตูรถหรือราวบันไดเท่านั้น ต่อจากนั้นเขาก็จะจัดการของเขาเอง
15. เมื่อพาคนตาบอดไปนั่ง เพียงท่านจับมือเขาไปวางบนพักเก้าอี้หรือที่วางแขน เขาจะนั่งเอง อย่าจับเขาหันไปหันมาแล้วดันเขานั่งลง
16. เมื่อจะพาคนตาบอดข้ามถนน พยายามเดินตรงไปข้างหน้า หากเดินเฉเมื่อถึงฝั่งตรงข้ามเขาจะสับสนไม่แน่ใจว่าอยู่ตรงไหน
17. เวลาจะจูงคนตาบอด อย่าดันเขาไปข้างหน้า วิธีที่ดีที่สุดคือ ให้คนตาบอดจับแขนเหนือข้อศอกนิดหน่อยของท่าน แล้วท่านก็เดินตามปกติ ท่านจะนำหน้าคนตาบอดครึ่งก้าว เขาจะสามารถเดินตามท่านได้ดี ตอนที่ผ่านทางแคบก็ขอให้เบี่ยงแขนไปด้านหลัง จนกว่าจะพ้นจึงเดินตามปกติ การขึ้นลง เขาจะรู้สึกได้จากการก้าวขึ้นลงของท่าน
18. ประตู หน้าต่างในบ้านหรือสำนักงาน อย่าเปิดค้างไว้ ให้ปิดหรือให้ส่วนของประตูหรือหน้าต่างชิดขอบไว้ เพราะจะทำคนตาบอดเดินชนได้
19. ถ้าท่านเห็นคนตาบอดกำลังข้ามถนนหรือรอรถประจำทางอยู่ กรุณาให้เข้าไปถามว่าให้ช่วยอะไรไหม อาจจะมีคนตาบอดบางคนมาต้องการความช่วยเหลือจากท่าน และคนตาบอดส่วนมากก็ต้องการ
20. เวลาที่ท่านรินน้ำหรือตักอาหารให้คนตาบอด อย่ารินหรือตักจนเต็มปรี่เพราะจะทำให้หกง่าย
21. การรับประทานอาหาร กรุณาบอกว่าช้อนส้อม ถ้วย แก้ว อยู่ตรงไหน ส่วนอาหารในจานบอกตำแหน่งโดยใช้ระบบนาฬิกา เช่น ทอดมันอยู่ 12 น. ผัดผักอยู่ 9 น. แกงเผ็ดอยู่ 6 น. แต่อย่าเฝ้าดูทุกอิริยาบถ เขาจะเขินมากหากท่านคอยบอกอยู่ตลอดเวลา ปล่อยให้เขาตักผิดบ้าง ในที่สุดเขาจะช่วยตัวเองได้
ทั้งหมดนี้เป็นการปฏิบัติตัวอย่างง่ายต่อคนตาบอด เพียงแค่เข้าใจในเขาเหล่านั้น ซึ่งเขาก็ไม่ได้ต่างจากคนปกติ เพียงแค่เขาเหล่านั้นต้องการความเข้าใจและการเอาใจใส่เท่านั้น