รางจืดเป็นไม้เถาขนาดกลาง

รางจืดเป็นไม้เถาขนาดกลาง ลำต้นจะเลื้อยพันกับต้นไม้อื่น โดยอาศัยลำต้นพันรัดไม่มีมือจับ

ใบ เป็นใบเดี่ยวแยกออกจากลำต้นเป็นคู่ตรงบริเวณข้อ มีสีเขียวเข้ม รูปยาวรี หรือรูปไข่ ขอบขนานกว้าง 4-5 เซนติเมตร ปลายเรียวแหลมโดยเว้าขอบเรียบหรือหยักตื้น

ดอก สีม่วงอมฟ้าออกเป็นช่อตามซอกใบ ห้อยลงมีใบประดับสีเขียวประ    กลีบของดอกมีลักษณะเป็นถ้วยรูปจาน กลีบดอกแผ่ออกเป็นรูปแตร ยาว 4-8 เซนติเมตร มีเกสรตัวผู้  4  อัน

ผล รูปทรงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางยาว 1 เซนติเมตร ส่วนปลายสอบแหลมเป็นจงอยยาว 2-3 เซนติเมตร เมื่อแก่แตกเป็น 2 ซีกจากส่วนบน

สรรพคุณ :

ตามตำรายาไทย ใช้น้ำคั้นใบสดแก้ไข้ถอนพิษของยาพิษ, พืชพิษ, เห็ดพิษ   พิษจากสัตว์และสิ่ง มึนเมาต่างๆ ใช้แก้อักเสบ,ตำพอกแก้ปวดลดบวม   รากใช้เข้ายารักษาโรคข้ออักเสบและปอดบวม

 

      สรรพคุณรางจืดตามตำรายาไทย กล่าวไว้ว่า "รางจืดรสเย็น ใช้ปรุงเป็นยาเขียวถอนพิษไข้ ถอนพิษผิดสำแดง และพิษอื่น ๆ ใช้แก้ร้อนในกระหายน้ำ รักษาโรคหอบหืดเรื้อรัง และแก้ผื่นคันจากอาการแพ้ต่าง ๆ ใช้แก้พิษเบื่อเมาเนื่องจากเห็ดพิษ สารหนู หรือแม้ยาเบื่อประเภทยาสั่ง ได้ผลชะงัดนักแล" สำหรับในหมู่นักเลงเหล้ารุ่นเก๋ากึ๊ก ย่อมรู้ดีว่ารางจืดช่วยถอนพิษสุราด้วย

      จากประสบการณ์ผู้ใช้ สิ่ที่ยอมรับคือ หากดื่มสุราจัดเกินขนาด แล้วเกิดอาการแฮงก์โอเวอร์ หรือเมาค้าง รางจืดถอนได้แน่ หรือตามประสบการณ์ในวงเหล้า หากเคี้ยว หรืออมเถารางจืดไว้ใต้ลิ้น ถึงดื่มเหล้ามาก แต่ก็จะเมาน้อย

      ยังมีรายงานการศึกษารางจืด พบว่า แก้โรคพิษสุราเรื้อรังได้ดี นอกจากนี้ผู้นิยมสมุนไพรยังแจ้งผลการใช้มาว่า แก้พิษได้อีกหลายอย่าง เช่น สุนัขแสนซื่อซึ่งเฝ้าบ้านเก่งโดนวางยาเบื่อ ก็รอดชีวิตมา เพราะเจ้าของคั้นน้ำรางจืดให้กิน หรือในอดีตใครที่ถูกวางยา ก็มักแก้ด้วยรางจืดเช่นกัน

      รางจืด (Thumbergia laurifolia Linn.) อยู่ในวงศ์ Acanthaceae เป็นไม้เถา ดอกสีม่วง ขึ้นตามป่าดิบ ป่าละเมาะหรือทุ่งหญ้า

 

      สรรพคุณที่เป็นรูปธรรมของรางจืดยังมีอีกมาก เช่น สามารถแก้อาการท้องร่วง อาการแพ้ ผื่นคัน เนื่องจากอาหารเป็นพิษ สำหรับรางจืดที่ใช้ในการขจัดสารพิษ และแก้เมาค้างนั้น คือ รางจืดเถา ชนิดดอกสีม่วง เพราะมีโอสถสารที่รากและใบแรงกว่ารางจืดชนิดอื่น

      แต่สรรพคุณที่ฮิตที่สุดของรางจืดในปัจจุบันที่รู้จักกันแพร่หลาย เห็นทีจะไม่พ้นการเมาค้าง หรือดื่มหนัก (ไม่ขับ) โดยมีวิธีกินว่ากันตามแบบฉบับคลาสสิค ก็ใช้ได้ทั้งการกินสด ๆ และแห้ง คือ เอาใบสด 4-5 ใบ ใส่ครกตำผสมน้ำ ถ้าได้น้ำซาวข้าวยิ่งดี แล้วคั้นเอาน้ำดื่ม หรือจะใช้ส่วนที่เป็นราก และเถารางจืดสดตำคั้นก็ได้ ส่วนวิธีแห้ง ซึ่งเป็นที่นิยมในเวลานี้คือ การนำใบแห้งมาตากทำเป็นชาชงกับน้ำดื่ม เหมือนชงชาจีน

ว่านรางจืดนี้มีด้วยกันหลายชนิด เช่นว่านรางจืดชนิดเถาดอกสีม่วง ๑, หิ่งหายใหญ่เรียกรางจืดต้น๑, รางจืดอีกชนิด เป็นพืชประเภทเหง้าสีขาว มีใบเหมือนขมิ้น ต้นใบกอดูภายนอกเหมือนขมิ้นขาวมาก๑, และต้นเขยตายแม่ยายชักปรกทางอีสานก็เรียกรางจืดเช่นกัน และนับถือว่าศักดิ์สิทธิ์มากในการรักษางูกัด แต่ที่จะกล่าวในที่นี้คือรางจืดเถาชนิดดอกสีม่วง

ว่านรางจืดชนิดนี้มีสรรพคุณดีที่สุดในบรรดารางจืดทั้งหมดในด้านการล้างพิษ และเป็นสมุนไพรล้างพิษที่ดีที่สุด ออกฤทธิ์เร็วที่สุด มีอยู่ครั้งหนึ่งสุนัขที่บ้านโดนวางยาเบื่อนอนชักน้ำลายฟูมปากอยู่หน้าประตู จึงเอารางจืดผสมน้ำกรอกเข้าปาก ภายใน 15 นาที สุนัขตัวนี้ลุกขึ้นวิ่งได้และหายเป็นปกติ เป็นเรื่องเหลือเชื่อมาก โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองสุพรรณบุรีได้ให้ข่าวแก่สื่อมวลชนว่าแต่ก่อนมีคนดื่มยาพิษ ญาติพามาให้หมอรักษา โอกาสรอดนั้นครึ่งต่อครึ่ง ถ้าล้างท้องทันก็ไม่ตาย แต่หลังจากใช้รางจืดดอกสีม่วงมาให้คนป่วยดื่มโอกาสรอดชีวิตมีสูงเกือบเต็มร้อย

มีหลายคนเล่ากันว่ากินรางจืดดื่มเหล้าไม่เมา ข้อนี้ผมทดลองมาแล้วไม่เป็นความจริงดังเขากล่าว แต่การกินรางจืดขณะกินเหล้าหรือหลังกินเหล้าจะให้ผล 2 ประการคือ ดื่มเหล้าเมาช้ากว่าคนไม่กิน และเมื่อสร่างเมาแล้วจะไม่มีอาการแฮ้งค์คือปวดหัวหรือปวดท้อง เคยทดลองแบ่งกลุ่มคนดื่มเหล้าออกเป็น 2 กลุ่ม ๆ ละ 3 คน กลุ่มหนึ่งไม่กินรางจืด อีกกลุ่มหนึ่งกินรางจืดก่อน เมื่อดื่มเหล้าเต็มที่แล้วกลุ่มที่กินรางจืดจะเมาไม่มากคือแทบไม่แสดงอาการเมา แต่กลุ่มที่ไม่กินรางจืดจะเมาคอพับไปก่อน เมื่อสร่างเมาแล้วคนที่ไม่กินรางจืดจะบ่นปวดหัวบ้างปวดท้องบ้าง แต่กลุ่มที่กินรางจืดมีอาการปกติ

รางจืดนี้ถ้าใช้รับประทานประจำทุกวันสามารถล้างพิษในโลหิตและพิษที่ตกค้างในร่างกายออกได้ เป็นการป้องกันการเกิดมะเร็งอันเนื่องมาจากสารพิษสะสมในร่างกายได้เป็นอย่างดี และผู้ป่วยมะเร็งถ้ารับประทานรางจืดประจำก็สามารถทำให้สุขภาพดีขึ้น และผมเข้าใจว่าสามารถล้างพิษจากการฉีดยาคีโมได้ ข้อนี้ผู้ป่วยต้องทดลองดู มีผู้ที่สั่งรางจืดจากผมครั้งละหลายร้อยกระปุกได้เล่าให้ฟังว่าแม้ผู้ป่วยโรคเบาหวานรับประทานรางจืดก็มีสุขภาพที่ดีขึ้นอย่างประหลาด น้ำตาลในเลือดไม่ขึ้น ผมไม่ยืนยันในข้อนี้เพราะยังไม่ได้ทดสอบ แต่มีคนเล่าให้ฟังอย่างน้อย 3 คน

 ตามตำราเภสัชแผนโบราณกล่าวถึงสรรพคุณของรางจืดไว้ว่ารางจืดมีรสจืดเย็น ใบ ราก เถา ตำคั้นหรือเอารากฝนกับน้ำ หรือต้มเอาน้ำดื่มถอนพิษ แก้ไข้ ถอนพิษยาเบื่อเมา แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้ประจำเดือนไม่ปกติ แก้ปวดหู ตำพอกแก้ปวดบวม ทั้งต้นปรุงยาแก้มะเร็ง

พ.ต.อ.ชลอ อุทธกภาสก์ ได้เล่าประสบการณ์เกี่ยวกับรางจืดไว้ในหนังสือ”คู่มือยาสมุนไพร และโรคประเทศเขตร้อน และวิธีบำบัดรักษา ว่าสามารถใช้รางจืดรักษาคนที่ถูกวางยาเบื่อ ยาสั่งมีพิษร้าย คนเมาสุราจนสิ้นสติ คนรับประทานเห็ดพิษ ใบไม้หรือผักมีพิษ สัตว์ที่มีพิษต่าง ๆ พิษจากสารเคมี หรือยาพิษจากสมุนไพรต่าง ๆ

โดยภาพรวมแล้วรางจืดเป็นยาประจำบ้าน เป็นหมอประจำบ้าน มีรางจืดอยู่กับบ้านสามารถช่วยชีวิตคนยามฉุกเฉินได้ดีที่สุด แทบจะไม่ต้องพึ่งโรงพยาบาลเลย

ทุกวันนี้มีบริษัทผลิตยาแผนโบราณบางบริษัทผลิตรางจืดแคปซูลออกวางตลาด แต่ใช้ใบรางจืดอบแห้งบดผงแล้วบรรจุแคปซูล ก็มีสรรพคุณที่ดีเหมือนกันแต่ยังไม่ดีที่สุด เพราะส่วนที่ดีที่สุดของรางจืดอยู่ที่ราก ข้อนี้ผมได้ทดสอบด้วยตัวเองก็ตรงกับตำรากล่าวไว้ ท่านว่า รากมีรสแรงกว่าแก่น ๆ มีรสแรงกว่าเปลือกต้น ๆ มีรสแรงกว่ากระพี้ ๆ มีรสแรงกว่าใบ ใบแก่มีรสแรงกว่าใบอ่อน ดอกแก่มีรสแรงกว่าดอกอ่อน ลูกแก่มีรสแรงกว่าลูกอ่อน ลูกแก่มีรสแรงเสมอเปลือกต้น ดอกอ่อนมีรสเสมอกับใบอ่อน ดังนั้นถ้าท่านจะใช้ส่วนใดของสมุนไพรก็พิจารณาไปตามหลักการนี้ ส่วนรางจืดในร้านสมุนไพรหมอเมืองใช้รากเพียงอย่างเดียวจึงรับรองคุณภาพได้

 

 

 

 

          ยาอายุวัฒนะขนานที่ 22 บำรุงร่างกาย

ยานี้ชื่อยาเปลี่ยนร่าง มีนิทานเล่าประกอบว่า นานมาแล้ว จะเป็นเมืองอะไรท่านไม่ได้บอกไว้ มีชายคนหนึ่งอายุมากแล้ว ไปทำงานเฝ้าสวนหลวง ซึ่งอยู่ไกลจากบ้านมาก แต่เมื่อไปหาได้เอาบุตรภรรยาไปด้วยไม่ เมื่อทำงานก็มักถูกผู้บังคับบัญชาดุด่าเสมอ เพราะเป็นคนสุขภาพไม่ดี เมื่อถูกดุด่าถูกทำโทษบ่อย ๆ ชายผู้นี้คืนหนึ่งนอนไม่หลับจึงเดินไปเรื่อย ๆ ไปพบต้นไม้ใหญ่จึงคิดว่าต้นไม้นี้ชะรอยจะมีเทวดาผู้มีศักดิ์สิงสถิตย์อยู่เป็นแน่ เขาจึงกราบที่โคนต้นไม้กล่าวขึ้นว่า ข้าพเจ้าเป็นคนสัตย์คนซื่อ แต่กำลังวังชาก็ลดน้อยถอยลงทุกที มีแต่ได้รับทุกข์โทษจากเจ้านายอยู่ทุกวัน ถ้าท่านเทพยดามีฤทธิ์พอจะช่วยกระทำให้ตัวข้าพเจ้านี้มีเรี่ยวแรงดุจคนหนุ่มแล้วไซร้โปรดช่วยข้าพเจ้าด้วยเถิด แล้วเขาก็นอนหลับไปที่ใต้ต้นไม้นั่นเอง เทวดาจึงมาเข้าฝันบอกว่า เจ้าจงไปหาต้นยาเหล่านี้มาทำยากินเถิด แล้วจะแข็งแรงดุจคนหนุ่ม แต่อย่าเอาไปทำขาย ควรบอกกล่าวแก่ผู้อื่นเป็นทานเพื่อจะได้มีผลานิสงส์ต่อตัวเองต่อไปในภพหน้า ตัวยามีทั้งหมด 9 ชนิดด้วยกันดังนี้

1. ลูกจันท์ 2. ดอกจันท์ 3.กระวาน 4.กานพลู

5.สมุลแว้ง 6. มหาหิงคุ์ 7.หัสคุณเทศ 8.ชะเอมเทศ

9.พริกไทยสุก

ยาทั้งหมดนี้เอาน้ำหนักเท่า ๆ กันทำเป็นยาผงผสมน้ำผึ้ง รับประทานก่อนเข้านอนขนาดปลายนิ้ว

ก้อย รับประทานได้ 1 เดือนโรคภัยไข้เจ็บจะหายสิ้น เจ้าจะกลับกลายเป็นคนหนุ่มอีก บอกแล้วเทวดาก็หายวับไป ชายผู้นั้นตื่นขึ้นจึงรู้ว่าฝันไป ตั้งแต่วันนั้นแกก็เที่ยวหาต้นสมุนไพรตามที่เทวดาบอกกล่าว นำมาทำยากินประจำ เวลาผ่านไปเพียงเดือนเศษร่างกายแกก็เปลี่ยนแปลง มีผิวพรรณวรรณะเปล่งปลั่ง ผมที่ร่วงก็กลับงอกงามดำขลับขึ้นมา กินอาหารก็อร่อยดี หลับสนิท อาการปวดเมื่อยอ่อนเพลียหายไปสิ้น รู้สึกตัวเองเหมือนคนหนุ่มที่กำลังคึกคักดังโคถึก แกเฝ้าสวนได้อีกไม่นานก็ลากลับไปอยู่บ้านกับลูกเมีย เมื่อกลับไปถึงบ้านภรรยาจำไม่ได้ ต้องเรียกญาติ ๆ มาดู สืบสวนกันอยู่นาน

 

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 50 ยาหลวงปู่อายุ 90ปี

ร.ต.อ.เปี่ยม บุณยะโชติเล่าว่าท่านไปพบหลวงปู่รูปหนึ่งอายุ 90 ปี อยู่วัดป่า เห็นท่านแข็งแรง เดินเหินคล่องแคล่ว นึกว่าอายุสัก 50-60 เมื่อถามอายุท่านบอกว่า 90 ปี จึงถามว่าท่านฉันยาอะไรจึงแข็งแรงเช่นนี้ หลวงปู่จึงให้สูตรยาที่ท่านฉันประจำดังต่อไปนี้

1. รากเจตมูลเพลิง 10 บาท 2. หัวแห้วหมู 20 บาท

3. หัวกระชาย 20 บาท 4. กระเทียม 20 บาท

5. ยางสลัดได 20 บาท 6. พริกไทยดำ 50 บาท