คุณคิดว่าเบี้ยประกันเป็นภาระมั๊ยคะ....ต้องเป็นอยู่แล้วใช่ไหมคะ เพราะเราต้องส่งเบี้ย เราต้องออมเงินอย่างน้อยก็ 5 ปี 10 ปี 20 ปี แต่คุณทราบมั๊ยคะ ว่าภาระเบี้ยประกันนั้น มันเป็นภาระเพื่อใครคะ...
คำตอบก็คือ...
- เป็นภาระเพื่อครอบครัว เพื่อความมั่นใจว่าครอบครัวจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างไม่เดือดร้อน
- เป็นภาระเพื่ออนาคตของลูก เพื่อความมั่นใจว่าลูกจะมีโอกาสได้เรียนจนจบขั้นสูงสุดและมีเงินทุนตั้งตัว
- เป็นภาระเพื่อตัวเอง เพื่อความมั่นใจว่าเราสามารถเลี้ยงดูตัวเองได้โดยไม่เดือดร้อนใคร
และเป็นภาระในช่วงเวลาใดดีล่ะ ?...
- เป็นภาระในช่วงเวลาที่เรายังมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และยังทำงานหาเงินได้อยู่
"ดังนั้น ระหว่างเราเป็นผู้แบกรับภาระไว้เองกับปล่อยให้ครอบครัวเป็นผู้รับแบกภาระ คุณคิดว่าใครน่าจะรับผิดชอบแบกภาระได้ง่ายกว่ากันคะ"
แล้วประกันชีวิต เป็นรายรับหรือรายจ่ายล่ะ ?...
ครอบครัวส่วนใหญ่มีรายได้เพียงทางเดียว ส่วนน้อยที่จะมีรายได้หลายทาง หรือ บางครอบครัวมีรายได้มาจากคนเพียงคนเดียว แต่บางครอบครัวก็อาจจะมีรายได้มาจากหลายคน...
เรามาดูกันว่า...หากครอบครัวหนึ่งมีรายรับ 100% เข้ามาต้องหักค่าใช้จ่ายซึ่งมีอะไรบ้าง?
- ค่าเล่าเรียนลูก
- ค่าผ่อนบ้าน
- ค่ารักษาพยาบาล
- ค่าอาหาร
- ค่าเสื้อผ้า
- ค่าน้ำ ไฟฟ้า โทรศัพท์
- ค่าผ่อนรถ
- ค่าผ่อนเครื่องใช้ไฟฟ้า
- ค่าพักผ่อน เที่ยว
- ค่าช่วยงานสังคม
- ค่าเบี้ยประกัน ***
"หากหัวหน้าครอบครัวประสบภัยชีวิต รายได้ลดลงหรือรายได้หมดไปล่ะ...แต่รายจ่ายยังคงมีอยู่...ใครจะรับผิดชอบ ?"
โดยสรุปคอนเซ็ปต์ของการประกันชีวิตก็คือ...
- การที่เรายอมสละเงินส่วนน้อยเพื่อรักษาเงินก้อนใหญ่ในอนาคต
- เบี้ยประกันที่เราจ่ายไปมันจะย้อนกลับคืนมาให้เรา ณ วันที่เราแก่ชรา วันที่เกษียณ
- เบี้ยประกันที่เราจ่ายไปมันจะย้อนกลับคืนมาให้ครอบครัวเรา ณ วันที่เราต้องจากครอบครัวก่อนวัยอันควร
- เบี้ยประกันที่เราจ่ายไปมันจะย้อนกลับคืนมาให้ลูกเรา ณ วันที่เขาเรียนหนังสือจบ
สรุป แท้จริงแล้วประกันชีวิตเป็นบัญชีรายรับที่แฝงอยู่ในรูปของบัญชีรายจ่าย และที่สำคัญที่สุด คือ มันจะทำงาน ณ วันที่เราและครอบครัวเรามีความจำเป็นที่สุดค่ะ