ไม่รู้ว่าจะมีประโยชน์มากน้อยแค่ไหนนะ
แต่อยากให้ลองอ่านกันเผื่อจะเป็นประโยชน์บ้าง
หากมีข้อแนะนำก็ช่วยกันหน่อยนะคะ
บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ปัญหาการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษไม่ ถูกต้องระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดทางขึ้น แหล่งข้อมูลของการทำวิจัยแก้ ปัญหาเป็นนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่3 โรงเรียนวัดทางขึ้น จำนวน 25 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ แบบฝึกทักษะการอ่านคำศัพท์และแบบทดสอบการเเขียนคำศัพท์ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลคือ การหาค่าเฉลี่ยและร้อยละ กลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดทางขึ้น ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553จำนวน 25 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าได้แก่แบบฝึกทักษะการอ่านคำศัพท์ จำนวน 8 ชุด และแบบทดสอบการเขียนคำศัพท์ ผลการศึกษาพบว่า นักเรียนที่ได้รับการฝึกด้วยชุดแบบฝึกทักษะการอ่านคำศัพท์มีพัฒนาการความสามารถด้านอ่านคำศัพท์เพิ่มมากขึ้นจากเดิมซึ่งจะเห็นได้จากการให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนฝึกและหลังฝึกนักเรียนจะมีพัฒนาการด้านคะแนนดีขึ้นตามลำดับซึ่งหากได้รับการฝึกฝนจนชำนาญนักเรียนก็จะสามารถนำความรู้ที่ได้จากการฝึกไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ความเป็นมาของปัญหา การศึกษาเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ เพราะเป็นกระบวนการที่ทำให้มนุษย์สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของตน สามารถดำเนินชีวิตในสังคมได้อย่างสันติสุขและสามารถเกื้อหนุนการพัฒนาประเทศได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงในทุกๆด้าน ประเทศใดก็ตามที่ประชาชนมีการศึกษา ประเทศนั้นย่อมมีการพัฒนาก้าวไกลกว่าประเทศอื่น (กรมวิชาการ. 2538: 1) การจัดการศึกษาในปัจจุบัน จะพบว่าได้มีการบรรจุวิชาภาษาอังกฤษไว้ในหลักสูตร การสอนภาษาอังกฤษมีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาความสามารถในการสื่อสาร สามารถนำภาษาอังกฤษไปใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ต่างๆ และในการดำรงชีวิตให้มีคุณภาพ จึงต้องปลูกฝังให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะ ดังนี้
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยในครั้งนี้เป็นการเปรียบเทียบความสามารถในการแก้โจทย์การลบแบบมีการกระจาย จำนวนไม่เกิน 1,000 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 ก่อนและหลังการใช้แบบฝึกทักษะการลบ ซึ่งผู้วิจัยนำเสนอการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้
อภิปรายผล ผลการวิจัยครั้งนี้พบว่า คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในเรื่องการลบแบบมีการกระจาย จำนวนไม่เกิน 1,000 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 หลังการใช้แบบฝึกทักษะการลบสูงกว่าก่อนการใช้แบบฝึกทักษะการลบ กล่าวได้ว่า แบบฝึกที่สร้างขึ้นมีผลต่อการพัฒนาความสามารถในการลบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานของการวิจัย ซึ่งจากการวิจัยดังกล่าวได้สอดคล้องกับงานวิจัยของ สันติ ภูสงัด. (2541) เรื่อง การสร้างแบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกและการลบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่กล่าวไว้ว่า “แบบฝึกทักษะถือเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้และจะส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน อาจารย์สุนทรี ทองชิตร์ เรื่อง แบบฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ข้อเสนอแนะ
บรรณานุกรม จิรพงษ์ ข่ายเพชร. (2544). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์และเจตคติต่อการเรียนของเด็กที่มีความสามารถพิเศษทางคณิตศาสตร์.ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต (การศึกษาพิเศษ) .กรุงเทพ ฯ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร กระทรวงศึกษาธิการ .(2547) .คู่มือครูสาระการเรียนรู้พื้นฐานคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2. โรงพิมพ์คุรุสภาลากพร้าว . กรุงเทพฯ . สันติ ภูสงัด. (2541) .การสร้างแบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกและการลบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2.กรุงเทพ ฯ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร อาจารย์สุนทรี ทองชิตร์ (2544 : 5 – 201).แบบฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 .กรุงเทพ ฯ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร
บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ปัญหาการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษไม่ ถูกต้องระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดทางขึ้น แหล่งข้อมูลของการทำวิจัยแก้ ปัญหาเป็นนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่3 โรงเรียนวัดทางขึ้น จำนวน 25 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ แบบฝึกทักษะการอ่านคำศัพท์และแบบทดสอบการเเขียนคำศัพท์ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลคือ การหาค่าเฉลี่ยและร้อยละ กลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดทางขึ้น ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553จำนวน 25 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าได้แก่แบบฝึกทักษะการอ่านคำศัพท์ จำนวน 8 ชุด และแบบทดสอบการเขียนคำศัพท์ ผลการศึกษาพบว่า นักเรียนที่ได้รับการฝึกด้วยชุดแบบฝึกทักษะการอ่านคำศัพท์มีพัฒนาการความสามารถด้านอ่านคำศัพท์เพิ่มมากขึ้นจากเดิมซึ่งจะเห็นได้จากการให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนฝึกและหลังฝึกนักเรียนจะมีพัฒนาการด้านคะแนนดีขึ้นตามลำดับซึ่งหากได้รับการฝึกฝนจนชำนาญนักเรียนก็จะสามารถนำความรู้ที่ได้จากการฝึกไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ความเป็นมาของปัญหา การศึกษาเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ เพราะเป็นกระบวนการที่ทำให้มนุษย์สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของตน สามารถดำเนินชีวิตในสังคมได้อย่างสันติสุขและสามารถเกื้อหนุนการพัฒนาประเทศได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงในทุกๆด้าน ประเทศใดก็ตามที่ประชาชนมีการศึกษา ประเทศนั้นย่อมมีการพัฒนาก้าวไกลกว่าประเทศอื่น (กรมวิชาการ. 2538: 1) การจัดการศึกษาในปัจจุบัน จะพบว่าได้มีการบรรจุวิชาภาษาอังกฤษไว้ในหลักสูตร การสอนภาษาอังกฤษมีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาความสามารถในการสื่อสาร สามารถนำภาษาอังกฤษไปใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ต่างๆ และในการดำรงชีวิตให้มีคุณภาพ จึงต้องปลูกฝังให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะ ดังนี้
- มีความรู้ ความเข้าใจในภาษาอังกฤษพื้นฐานและมีทักษะในการสื่อสาร
- รู้จักคิดอย่างมีเหตุผล และแสดงความคิดออกมาอย่างมีระเบียบ ชัดเจน รัดกุม
- รู้คุณค่าของภาษาอังกฤษและมีเจตคติที่ดีต่อภาษาอังกฤษ
- สามารถนำประสบการณ์ทางด้านความรู้ ความคิดและทักษะที่ได้จากการเรียนภาษาอังกฤษไปใช้
- แบบฝึกทักษะการอ่านคำศัพท์จำนวน 8 ชุด
- แบบทดสอบวัดทักษะความสามารถการเขียนคำศัพท์
- แบบทดสอบวัดทักษะความสามารถในการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ
- ประชุมชี้แจงนักเรียนกลุ่มเป้าหมายที่จะศึกษาเพื่อให้วัตถุประสงค์ และประโยชน์ของการสอบและขอความร่วมมือในการสอบ
- ให้นักเรียนทำแบบฝึกทักษะการอ่านคำศัพท์จำนวน 8 ชุดโดยครูคอยอธิบาย ทำการฝึกโดยการใช้แบบฝึกทั้ง 8 ชุด ชุดละ 1 วัน วันละ 1 ชั่วโมง รวมเวลา 8 ชั่วโมง ในการทำแบบฝึกทักษะการลบ
-
ให้นักเรียนทำแบบทดสอบการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ จำนวน
20 ข้อ โดยกำหนดเวลาให้ 40 นาที
และครูอธิบายคำสั่งอย่างละเอียดก่อนที่จะให้นักเรียนทำแบบทดสอบ
- ตรวจแบบทดสอบและบันทึกข้อมูล (คะแนนจากการตรวจแบบทดสอบทั้ง 2 ชุด)
- วิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยในครั้งนี้เป็นการเปรียบเทียบความสามารถในการแก้โจทย์การลบแบบมีการกระจาย จำนวนไม่เกิน 1,000 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 ก่อนและหลังการใช้แบบฝึกทักษะการลบ ซึ่งผู้วิจัยนำเสนอการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้
อภิปรายผล ผลการวิจัยครั้งนี้พบว่า คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในเรื่องการลบแบบมีการกระจาย จำนวนไม่เกิน 1,000 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 หลังการใช้แบบฝึกทักษะการลบสูงกว่าก่อนการใช้แบบฝึกทักษะการลบ กล่าวได้ว่า แบบฝึกที่สร้างขึ้นมีผลต่อการพัฒนาความสามารถในการลบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานของการวิจัย ซึ่งจากการวิจัยดังกล่าวได้สอดคล้องกับงานวิจัยของ สันติ ภูสงัด. (2541) เรื่อง การสร้างแบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกและการลบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่กล่าวไว้ว่า “แบบฝึกทักษะถือเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้และจะส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน อาจารย์สุนทรี ทองชิตร์ เรื่อง แบบฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ข้อเสนอแนะ
- ควรมีการใช้แบบฝึกอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
- ช่วงเวลาในการใช้แบบฝึกควรเป็นช่วงเวลาที่นักเรียนมีความพร้อมในการทำแบบฝึก เช่น ก่อนเคารพธงชาติ หรือหลังเลิกเรียน เพราะในช่วงเวลาพักน้อยและพักกลางวัน นักเรียนมักจะอยากเล่นกับเพื่อนๆ จึงขาดสมาธิในการทำแบบฝึก
- กลุ่มตัวอย่างอาจเป็นลักษณะนักเรียนคนเดียวก็ได้ หากพบว่ามีนักเรียนที่ขาดทักษะในการลบมีไม่มากเท่ากลุ่มตัวอย่าง
- ควรมีการพัฒนาแบบฝึกที่หลากหลายเพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับนักเรียนเกิดในการทำแบบฝึก
บรรณานุกรม จิรพงษ์ ข่ายเพชร. (2544). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์และเจตคติต่อการเรียนของเด็กที่มีความสามารถพิเศษทางคณิตศาสตร์.ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต (การศึกษาพิเศษ) .กรุงเทพ ฯ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร กระทรวงศึกษาธิการ .(2547) .คู่มือครูสาระการเรียนรู้พื้นฐานคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2. โรงพิมพ์คุรุสภาลากพร้าว . กรุงเทพฯ . สันติ ภูสงัด. (2541) .การสร้างแบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกและการลบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2.กรุงเทพ ฯ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร อาจารย์สุนทรี ทองชิตร์ (2544 : 5 – 201).แบบฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 .กรุงเทพ ฯ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร
เดี๋ยวกลับไปอ่านที่บ้านนะจ๊ะ