เมื่อครูลงโทษศิษย์

ยอมรับว่าทุกคนย่อมรักลูก/หลานของตัวเอง แต่เข้าใจว่าทุกคนก็มีเหตุผลหรือวิธีการของตัวเอง เพียงแต่วิธีการเหล่านั้นควรกลั่นกรองว่า สามารถนำมาใช้กับเด็กเล็ก ๆ ขนาดนี้ได้หรือไม่ และควรเห็นใจศิษย์ว่าเมื่อทำแล้วจะทำให้เด็กได้รับผลกระทบทางจิตใจมากน้อยเพียงใด

       เมื่อวานกลับไปบ้านน้องสาวเล่าให้ฟังว่า ตอนไปส่งน้ำผึ้งเข้าห้องเรียนเจอคุณแม่ของน้องไอโก๊ะกำลังเปิดฉากเล่นงานคุณครูประจำชั้นของน้องไอโก๊ะ เรื่อง คุณครูประจำชั้นห้องอื่นมาลงโทษน้องไอโก๊ะด้วยการ "ขังห้องน้ำ" จึงบอกคุณครูว่า จะทำโทษอะไรก็ทำไป แต่อย่าขังห้องน้ำ และขอย้ายห้อง แต่คุณครูไม่ยอม

       คุณครูประจำชั้นบอกว่า น้องไอโก๊ะได้ยินคนอื่นพูด แล้วพูดตามหรือเปล่า แต่คุณแม่ของน้องไอโก๊ะเชื่อลูกเพราะเลี้ยงลูกมา ย่อมรู้ว่าลูกตัวเองพูดรู้เรื่องและไม่เคยโกหก อีกอย่างตอนนี้น้องไอโก๊ะกลัวการเข้าห้องน้ำมาก จนเหมือนเป็นเด็กโรคจิต คุณแม่ของน้องไอโก๊ะบอกว่า ตัวเองหลอนมาก

       จากแต่ก่อนน้องไอโก๊ะไม่กลัวการมาโรงเรียน ตอนนี้ร้องไห้ก่อนเข้าห้องเรียนทุกครั้งเหมือนกัน และเมื่อแจ้งคุณครูประจำชั้นแล้วไม่ดำเนินการอะไร คุณแม่ของน้องไอโก๊ะจึงกำลังจะเอาลูกย้ายโรงเรียน

       เข้าใจความรู้สึกของคุณแม่น้องไอโก๊ะนะ เพราะน้ำผึ้งก็เป็น ตอนแรกน้ำผึ้งก็เรียนห้องเดียวกับน้องไอโก๊ะ แต่ตอนหลังเพิ่มจำนวนห้องเรียน น้ำผึ้งเลยโดนย้ายไปอีกห้องหนึ่ง น้องสาวเสียดายมาก

       พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ น้องสาวบอกว่าดีนะที่น้ำผึ้งไม่อยู่ห้องนั้น เพราะน้ำผึ้งกลัวการถูกขังมาก น้ำผึ้งได้ยินพวกเราคุยกันบอกว่า ไม่เอา ไม่ขังห้องน้ำ ดูสิ! คุณครูทำเด็ก 3-4 ขวบได้ไง การลงโทษโดยการตียังดีเสียกว่า การขังห้องน้ำเพราะจะทำให้เด็กหลอนจนเป็นโรคจิตได้ ย่าของน้ำผึ้งเคยเล่าให้น้องสาวฟังเหมือนกัน เรื่องเด็กที่เคยเรียนโรงเรียนนี้ต้องลาออกไปเพราะถูกขังห้องน้ำ

      น้องสาวคุยกับผู้เขียนว่า เคยอยากขอให้น้ำผึ้งย้ายไปเรียนห้องเก่า แต่คิดว่าไม่เป็นไรห้องไหนก็ได้ สุดท้ายน้องตัดสินใจไม่ผิด เพราะเดี๋ยวจะเข้าสุภาษิต "หนีเสือปะจรเข้"

      Large_5292-500 

                       น้องไอโก๊ะ เสื้อชมพูยืนถือกระทงใบน้อย

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กระถินริมรั้ว



ความเห็น (6)

 

เมื่อค่านิยม รักแกอนาคต

เขียนเมื่อ 

คุณต้นกล้า เอาเรื่องที่น่าคิดมาบอกดีจัง

ครูที่ลงโทษเด็กแบบทำร้ายจิตใจ น่าจะต้องพูดคุยกันนะครับ

ลูกจะฝันร้ายตลอดไป

อนุบาลน่าจะใช้จิตวิทยามากกว่านี้

จริงค่ะ น่าจะทำโทษด้วยวิธีอื่นๆ ที่ไม่ทำร้ายจิตใจเด็กแบบนี้

เขียนเมื่อ 

ไม่เห็นด้วยกับวิธีการทำโทษเด็กเล็กๆแบบนี้เลยค่ะ เรื่องการลงโทษลูกศิษย์ที่เกินขอบเขต เกินความจำเป็นมีให้เห็นบ่อยมากในข่าว ในฐานะคนทั่วไป ไม่ใช่วิชาชีพครู ก็อยากฝากคุณครูที่ทำโทษเด็กเกินเหตุ ให้หาวิธีใหม่ที่เคยปฎิบัติมาแต่ก่อน ตีบ้าง แต่ต้องเป็นการตีเพื่อสอนไม่ใช่ตีเพื่อระบายอารมณ์ สงสารเด็กค่ะ

พุฒิสรรค์
IP: xxx.205.170.228
เขียนเมื่อ 

เป็นกำลังใจให้ครับ

ผมไม่เห็นด้วยกับการใช้วิธีนี้ในการลงโทษ เอาวิธีขังเดี่ยวของผู้ใหญ่มาใช้กับเด็ก ไม่ถูกต้องครับ ผมว่าคุณครูที่ทำโทษนักเรียนคนนี้ต้องไปไต่ตรองตัวเองให้มากๆ ครับ โดนสภาพการทำงานการเป็นครูอนุบาล ต้องอยู่กับเด็กอย่างน้อย6-7 ชั่วโมงต่อวัน น่าจะตระหนักได้ครับ ว่าเด็กมีความพร้อมไม่เหมือนกัน เป็นหน้าของครูที่ต้องเตรียมความพร้อมให้กับเด็กให้เป็นไปตามวัย ไม่ควรใช้วิธี มักง่าย มาทำครับ เพราะเด็กในวัยนี้ เหมือนเครื่องบันทึกข้อมูลครับ เขาจะบันทึกทุกอย่างที่พบเห็น พฤติกรรมที่แสดงออกมาเป็นเพียงผลของสภาพจิตใจที่ร่างกายจะป้องกันตัวเองครับ.... เห็นใจครับ

  • ขอสวัสดีทุกท่านค่ะ
  • เห็นด้วยกับทุกความเห็น
  • การทำร้ายจิตใจเด็กเป็นสิ่งที่ทรมาน
  • เด็กยังเล็กจะจดจำสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาไม่มีวันลืม
  • เห็นด้วยจริง ๆ
  • และยิ่งคุณครูที่ต้องดูแลเด็กยังเล็ก
  • ทางโรงเรียนควรคัดกรองอย่างดี
  • อย่างน้อยควรเลือกคุณครูที่ใจเย็นและรักเด็กอย่างจริงใจ
  • ไม่ใช่เป็นคุณครูเพราะหน้าที่
  • เพราะจะทำให้จำใจและจำทนดูแลเด็กไปวัน ๆ
  • หากวันหนึ่งที่คุณครูอารมณ์ไม่ดี
  • อาจมาลงกับลูกศิษย์ตัวน้อยได้
  • เพราะไม่ได้เป็น "คุณครูเพื่อศิษย์" อย่างจริงใจ