Appreciative Inquiry

ผมมีโอกาสไปป็นกระบวนกร (Facilitator) ให้กับโครงการพัฒนา Cluster ท่องเที่ยวและหัตถกรรมของอิสานใต้..10 กว่าจังหวัด...

ผมใช้ Appreciative Inquiry ครับ..เป้าหมายคือการรวมตัวกันของผู้ประกอบการณ์ ที่รวมกันแล้วมีจุดมุ่งหมายที่จะสร้างรายได้เพิ่ม ลดต้นทุน และสร้างนวัตกรรม...

......

แต่ต้องรวมตัวกันให้ได้ก่อน...ผมจึงใช้การถามแบบ AI คือ...ตั้งแต่เคยเห็นการทำงานเป็นกลุ่มมา ชอบกลุ่มไหนที่สุด...ชอบอะไรของเขามากๆ...เพื่อรวบรวมเป็นองค์ความรู้ ในการบริหารกลุ่มต่อไปในอนาคต...

.....

มีท่านหนึ่งพูดว่า..มีครั้งหนึ่งพาชาวบ้านไปดูงานกลุ่มชาวบ้านแห่งหนึ่ง...พอไปดูงาน..ชาวบ้านก็เตรียมอาหารมาให้รับประทานกัน...อิ่มหนำสำราญเสร็จแล้ว..ก็ต้องตกใจครับ...เพราะที่นี่ไม่เหมือนที่อื่น..พอทานเสร็จ แทนที่จะวางไว้ในชาวบ้านที่เกณฑ์กันมาต้องเป็นภาระต่อ...เขากลับมีกะละมังสามใบใส่น้ำยาล้างจาน และอีกสองใบใส่น้ำให้ล้างกันเอง...กลายเป็นเรื่องที่ฮือฮากันมาก...เนื่องจากบางคนไม่เคยล้างจานเองครับ..

.....

ผมบอกเลยว่าเรื่องเล่านี้ดีมากครับ..ผมก็รู้สึกเหมือนกันครับ..ชาวบ้านก็ไม่ค่อยจะมีกินอยู่แล้ว..ยังต้องมาเสียเวลาทำมาหากิน..มาต้อนรับแขก ที่็ก็ไม่ค่อยมาตรงเวลา แถมยังต้องมาตามล้างตามเช็ดอีก..

....

ชุมชนข้างต้นมีระบบการจัดการดูงานที่ดีมากๆ...ผมเลยแนะนำกลุ่ม ให้รับไปทำเป็นนโยบายเลยครับ..ต่อไปเวลาใครมาเยี่ยมก็ใช้กระบวนการนี้ครับ...นอกจากลดภาระแล้ว คนมาเยี่ยมก็สนุกครับ...กลุ่มเห็นด้วยครับ

...

ผมเลยต่อยอดให้อีกว่ามีโรงแรมบางแห่ง เวลาคนมาพัก จะพาแขกไปปลูกต้นไม้ด้วย..ปรากฏว่าแขกชอบครับ...

...

เห็นไหมครับ..ถ้าคุณใช้โจทย์นี้ ถามคนหลายๆคน คุณจะได้เรื่องเล่าดีๆ ที่เอามาพัีฒนาเป็นนโยบายดีๆ ของกลุ่ม ที่จะนำมาสู่การเพิ่มรายได้ ลดต้นทุน สร้างนวัตกรรม และความยั่งยืนได้ครับ...

.....

แล้วคุณจะเห็นพลังกลุ่ม ที่ส่งให้เกิดพลังแห่งความสุขครับ...

......

แล้วคุณล่ะ คิดอย่างไร...