น้ำท่วมไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ด้าน ผอ. ศูนย์วิทย์ฯนครศรีฯชี้ต้องแก้ที่ต้นเหตุ

น้ำท่วมไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ด้าน ผอ. ศูนย์วิทย์ฯนครศรีฯชี้ต้องแก้ที่ต้นเหตุ

 เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2553 ที่ผ่านมา บริเวณรอบๆศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครศรีธรรมราช อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช  เกิดน้ำท่วมอย่างหนัก ทำให้ดับไฟฟ้าทั้งเมือง และสัญญาณโทรศัพท์บางเครือข่ายใช้งานไม่ได้  โดยวัดระดับน้ำจากคลองนอกท่า มีน้ำท่วมถึงบริเวณริมขอบสะพาน ทั้งนี้อาคารบ้านเรือน และบริเวณถนน มีน้ำท่วมขัง ส่งผลให้การสัญจรไปมาติดขัด   

 

วันนี้ 3 พฤศจิกายน 2553 ระดับน้ำลดระดับลงมาก อากาศปลอดโปร่ง มีแสงแดดออกมาให้อบอุ่นกันถ้วนหน้า ทุกอย่างกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ซึ่งบรรยากาศต่างจากวันน้ำท่วมโดยชัดเจน ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าชาวบ้านในพื้นที่รอบๆศูนย์วิทย์ฯ นครศรีฯ ไม่ได้เดือดร้อนหรือกังวลแต่อย่างใดกับสถานการณ์น้ำท่วม เพราะชาวบ้านในแถบนี้อยู่กับธรรมชาติมานานจนสามารถปรับตัวรับมือและป้องกันกับสถานการณ์น้ำท่วมในเดือนนี้ได้อย่างเช่นทุกๆปี

 

ต่างกับชาวบ้านที่อยู่ในเมืองใหญ่ ที่ประสบกับปัญหาน้ำท่วมซึ่งส่งผลให้สุขภาพจิตเสื่อมได้ บางรายเกิดอาการรุนแรงถึงขั้นเกิดอาการทางจิต อาจจะมาจากความหวาดกลัวและรับกับสภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้นจะโทษธรรมชาติอย่างเดียวก็ไม่ได้ มันก็ต้องโทษมนุษย์ด้วยเช่นเดียวกัน

 

นายบัญญัติ ลายพยัคฆ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครศรีธรรมราช อธิบายว่า  ส่วนหนึ่งการที่น้ำท่วมเกิดจากการกระทำของมนุษย์ ตัดไม้ทำลายป่า จนไม่มีอะไรดูดซับน้ำ ไม่มีอะไรชะลอการไหลของน้ำ การสร้างสิ่งกีดขวางทางน้ำ ไม่ว่าจะเป็นถนน  บ้านเรือน สิ่งก่อสร้างต่างๆ ทำให้พื้นที่ที่น้ำไหลผ่านถูกถมเพื่อใช้ประโยชน์จนหมด พื้นที่ที่เคยเป็นที่อยู่ของน้ำถูกรังแกจากน้ำมือมนุษย์ ธรรมชาติของน้ำจึงต้องหาที่อยู่ใหม่โดยการ ไหลจากที่สูงสู่ที่ต่ำ เพราะน้ำก็ต้องการที่อยู่ของมันเช่นกัน สุดท้ายคือความสูญเสียอย่างที่เห็น ทั้งนี้ประโยชน์ของน้ำท่วมก็มีมากเช่นเดียวกัน เพราะหลังจากน้ำท่วมแล้ว จะก่อให้เกิดชีวิตใหม่มากมาย ทั้งพืชและสัตว์ การไหลของน้ำเป็นการชะล้างสิ่งปฏิกูลของแผ่นดิน อีกทั้งเป็นการเคลื่อนย้ายแร่ธาตุเพื่อให้เกิดความสมดุลของแผ่นดิน

 

ในปัจจุบันมีพื้นที่หลายแห่งเป็นบริเวณปากน้ำที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุทับถม เพราะน้ำที่ไหลจากภูเขาสูงได้พัดพาแร่ธาตุความอุดมสมบูรณ์ มาสู่พื้นที่แห่งนี้ รวมถึงรากของไม้โกงกางที่ช่วยกลั่นกรองสิ่งสกปรกอีกทางหนึ่ง ซึ่งทุกอย่างล้วนแล้วแต่มีนิเวศวิทยาทางธรรมชาติในตัวของมันเองทั้งสิ้น มนุษย์ก็เช่นเดียวกันควรเรียนรู้การปรับตัว เพื่อที่จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติไม่ใช่เอาเปรียบธรรมชาติ

 

ในสมัยก่อนเมื่อเข้าสู่ฤดูน้ำหลากชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้บริเวณแหล่งน้ำ จะสามารถใช้ประโยชน์จากช่วงนี้ ได้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการประกอบอาชีพจับสัตว์น้ำ โดยการทำ ยอ เพื่อยกยอ ทำข่ายดักปลา การทอดแห และการทำนา  เป็นต้น แต่มนุษย์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันน้อยมากที่จะเรียนรู้การใช้ประโยชน์จากธรรมชาติในช่วงฤดูน้ำหลากนี้

 

อย่างไรก็ตามถ้ามนุษย์หยุดพฤติกรรมการรุกล้ำตัดไม้ทำลายป่า หยุดบุกรุกพื้นที่ชุ่มน้ำ  หยุดการสร้างอาคารพาณิชย์ สะพานหรือถนนที่สร้างขึ้นแล้วไปตัดเส้นทางน้ำ บางทีอาจจะทำให้เหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นรุนแรงในขณะนี้ทุเลาลงได้บ้าง รวมไปจนถึง การทำความเข้าใจสร้างจิตสำนึกที่ดี เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ และ การป้องกันการแก้ปัญหาแต่ละครั้งอย่างถูกจุดเพื่อประเทศไทยจะได้คงไว้ซึ่งพื้นที่ทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ต่อไป

                                                                                                                         ปาริตา ศว. นศ.

www.nakhonsci.com