Web-Based-Training
การฝึกอบรมผ่านเว็บ (Web-based Training : WBT)
           ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำรงชีวิตประจำวันของมนุษย์เป็นอย่างมาก  ซึ่งความก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้งของเทคโนโลยีสารสนเทศส่งผลให้โลกในยุคปัจจุบันเป็นยุคแห่งข้อมูลข่าวสาร  มนุษย์จำเป็นต้องเรียนรู้และปรับตัวให้ทันต่อโลกในยุคปัจจุบัน  ฉะนั้นการพัฒนาความรู้ และทักษะต่างๆ จึงไม่ควรหยุดอยู่เฉพาะในโรงเรียนหรือสถานศึกษาเท่านั้น  แต่ควรดำรงอยู่ในชีวิตประจำวันโดยเฉพาะประชาชนในวัยทำงานที่ต้องเรียนรู้นวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อตอบสนองต่อการปฏิบัติงาน  การฝึกอบรมจึงเป็นช่องทางในการพัฒนาประชาชนนอกเหนือจากการศึกษาในสถาบันการศึกษา  โดยการฝึกอบรมนั้นต้องก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมทั้งในด้านความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศ  เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ดังที่ สแตน (Stan Vangilder.  1999 : Online) ได้กล่าวว่า การฝึกอบรม มีพัฒนาการเรื่อยมาตั้งแต่การเรียนในห้องเรียน การฝึกอบรมในการทำงาน การใช้เทปวีดีทัศน์เพื่อการฝึกอบรม ไปสู่
การฝึกอบรมที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้เรียน การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียน
มีคุณภาพและได้มาตรฐาน  ซึ่งรูปแบบใหม่ดังกล่าว คือ
  1. Computer-based Training (CBT) เป็นการเรียนรู้จาก CD-ROM ที่ประกอบด้วย             สื่อต่างๆ ทั้งแอนนิมิสชั่น กราฟิก รูปภาพ เสียง วีดีทัศน์ และข้อความ ผู้เรียนสามารถเรียนรู้โดยอาศัยเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นสื่อกลาง
  2. Electronic Reference เป็นการอ้างอิงอิเล็กทรอนิกส์
  3. Web-based Training (WBT) ซึ่งปรับปรุงมาจาก Computer-Based Training (CBT) โดยเป็นการเรียนรู้ผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั้งในระบบอินทราเน็ต (Internet) และระบบอินเทอร์เน็ต (Intranet)
          ดังนั้นการฝึกอบรมในรูปแบบใหม่ที่อาศัยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และเครือข่ายอินเทอร์เน็ตจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนามนุษย์  ในฐานะที่เป็นแหล่งรวบรวมความรู้  และแหล่งเรียนรู้ที่สามารถตอบสนองความต่อความแตกต่างระหว่างบุคคลได้เป็นอย่างดี
 
ความหมายของการฝึกอบรมผ่านเว็บ
         การฝึกอบรมผ่านเว็บ (Web-Based Training : WBT) หมายถึง การจัดกิจกรรมการศึกษา โดยใช้เว็บเป็นสื่อกลาง ผ่านบนระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรืออินทราเน็ต ซึ่งเป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อผู้เรียน ดังนี้
  1. ตอบสนองต่อการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
  2. ตอบสนองต่อการเรียนรู้ในทุกเวลาสำหรับผู้เรียน
  3. ตอบสนองต่อการเรียนรู้ในลักษณะของห้องเรียนเสมือนจริง (เหมือนการเรียนในห้องเรียน)
 
รูปแบบการฝึกอบรมผ่านเว็บ
          การฝึกอบรมผ่านเว็บนั้น  สามารถแบ่งรูปแบบของการฝึกอบรมได้หลายลักษณะ ดังนี้
1.  แบ่งตามความแตกต่างของลักษณะหลักสูตรการฝึกอบรม แบ่งออกเป็น 4 รูปแบบ ดังนี้
1.1   Leader-Led or Facilitated Online Learning เป็นรูปแบบที่มีผู้สอนเป็นผู้ให้คำแนะนำในการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์
1.2   Self-Paced, Web-based Learning เป็นรูปแบบของเว็บที่มีการจัดระบบ ทั้งด้านเนื้อหา สื่อหรือสถานการณ์ต่างๆ ให้ตอบสนองต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยสามารถเรียนได้ด้วยตนเอง
1.3   Online Tutorials หรือ PDF format เป็นรูปแบบของระบบเอกสารออนไลน์ เพื่อให้ผู้เรียนได้ศึกษาในระบบออนไลน์ หรือพิมพ์เอกสารออกมาศึกษาด้วยตนเอง
1.4   Web-Based Electronic Performance Support Systems (EPSS) เป็นรูปแบบ
ที่กำหนดระยะเวลาในการเรียนรู้ของผู้เรียน นอกจากนี้ยังสามารถแสดงสถานการณ์จำลองต่างๆ เพื่อสนองต่อการเรียนรู้ได้
2.  แบ่งตามรูปแบบเครื่องมือที่ใช้บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ดังนี้
2.1   แบบที่เป็นข้อมูลอย่างเดียว (Text-Only) 
2.2   แบบที่เป็นสื่อประสม (Multimedia)
 
          โดยในแต่ละรูปแบบจะประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 3 ส่วน คือ เนื้อหา (Content)  ระบบโครงสร้าง (Infrastructure/Tool) และการบริการ (Services)
          1. เนื้อหา (Content)  คือ ความรู้และสารที่ผู้ให้การฝึกอบรมจะนำเสนอไปสู่ผู้รับการฝึกอบรม  เนื้อหาที่ใช้ในการฝึกอบรมนั้นจะต้องเป็นเนื้อหาที่เหมาะสมสำหรับการฝึกอบรมผ่านเว็บ
          2.ระบบโครงสร้าง  (Infrastructure/Tool)   โครงสร้างการฝึกอบรมผ่านเว็บประกอบด้วยโครงสร้างหลัก  4 ส่วน ดังนี้
2.1 ผู้บริหารจัดการฝึกอบรม (Training Provider)  มีหน้าที่คอยดูแลในส่วนของการบริหารจัดการเว็บไซต์สำหรับการฝึกอบรมไม่ว่าจะเป็นในส่วนหน้าเว็บไซต์ นอกจากนั้นยังต้องเป็นผู้ดูแลรักษาระบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการฝึกอบรมผ่านเว็บ
2.2  เซิร์ฟเวอร์  (Server)  เป็นแหล่งเก็บทรัพยากรการเรียนรู้ต่างๆ   ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาในการฝึกอบรม  ภาพเคลื่อนไหว  เสียง  วีดีทัศน์  เป็นต้น 
2.3  ผู้ช่วยฝึกอบรมหรือวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ (Tutor) เป็นผู้ฝึกหรือผู้ให้คำปรึกษากับผู้เรียน 
2.4  ผู้อบรมหรือผู้เข้าร่วมอบรม  (Learner) ผู้อบรมในที่นี้ คือ ผู้ที่สนใจที่จะศึกษาหรือพัฒนาความรู้ของตนเอง
          3. การบริการ (Services) คือ การให้ความช่วยเหลือในลักษณะต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้เข้าอบรม การให้บริการนั้นเป็นปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่งในการฝึกอบรมผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เนื่องจากผู้เรียนจะต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง  ดำเนินการต่างๆ ด้วยตนเอง ดังนั้นทางหน่วยงานหรือองค์กรที่ให้บริการจะต้องมีเครื่องมือหรือสิ่งที่เอื้ออำนวยความสะดวกในการให้บริการอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบเพื่อให้ผู้เรียนหรือผู้ให้การฝึกอบรมความสะดวกและง่ายในการใช้งานมากที่สุด 
          องค์ประกอบของการฝึกอบรมผ่านเว็บทั้ง 3 องค์ประกอบนั้นถ้าส่วนใดส่วนหนึ่งไม่มีประสิทธิภาพหรือมีปัญหาก็จะส่งผลต่อส่วนอื่นๆ ด้วย  เพราะเนื้อหาคือสิ่งที่จะดึงดูดใจให้
ผู้เข้าอบรมเข้ามาเรียน  ถ้าเนื้อหาตรงตามความต้องการก็จะทำให้ผู้เรียนต้องการที่จะเข้ามาเรียน  ส่วนระบบโครงสร้างเป็นส่วนที่จะสนับสนุนให้วิธีการอบรมผ่านเว็บดำเนินการไปด้วยดี  เพราะถ้าโครงสร้างของการอบรมผ่านเว็บดีจะทำให้การส่งเนื้อหาได้รวดเร็ว  ทันเวลา  ตอบสนองความต้องการของผู้อบรมได้ทันท่วงที  พร้อมทั้งจัดการข้อมูลต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ส่วนการบริการนั้นเป็นส่วนที่คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เข้าอบรม  เนื่องจากการอบรมผ่านเว็บเป็นการเรียนรู้ด้วยตนเองและเรียนคนเดียว  ขาดปฏิสัมพันธ์เหมือนกันการเรียนในห้องเรียนจึงต้องมีเครื่องมือที่คอยช่วยเหลือ  เช่น  เครื่องมือติดต่อสื่อสาร  เป็นต้น
 
การออกแบบและพัฒนาการฝึกอบรมผ่านเว็บ
          คุณลักษณะของการฝึกอบรมผ่านเว็บ
          การฝึกอบรมผ่านเว็บต้องคำนึงถึงการออกแบบ และการกำหนดองค์ประกอบต่างๆ ให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกันในการนำทรัพยากรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด  ทั้งด้านอำนวยการ  ปฏิบัติการตรวจสอบ และติดตามผลการฝึกอบรม  โดยเน้นให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการฝึกอบรมสามารถปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ที่กำหนดไว้ได้อย่างสะดวกและช่วยให้ผู้เข้ารับการอบรมบรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้  จึงจะทำให้การฝึกอบรมนั้นมีคุณค่าต่อการพัฒนาบุคลากรและองค์กรมากยิ่งขึ้น โดย Khan ได้กล่าวถึงคุณลักษณะการออกแบบที่เหมาะสมสำหรับการฝึกอบรมผ่านเว็บไว้ 2 ประการดังนี้
1.  คุณลักษณะหลัก (Key Features) เป็นคุณลักษณะพื้นฐานของโปรแกรมการเรียน
การสอนผ่านเว็บทุกโปรแกรม  เช่น การสนับสนุนให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับบทเรียน ผู้สอน หรือบุคคลอื่น  การนำเสนอบทเรียนในลักษณะของสื่อประสม  การนำเสนอบทเรียนระบบเปิด (Open System) หรืออนุญาตให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงเข้าสู่เว็บอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้ รวมทั้งการที่ผู้เรียนสามารถควบคุมการเรียนได้ด้วยตนเอง
2.  คุณลักษณะเพิ่มเติม (Additional Features) เป็นคุณลักษณะประกอบเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับคุณภาพและความยากง่ายของการออกแบบเพื่อนำมาใช้งานและการนำมาประกอบกับคุณลักษณะหลักของโปรแกรมการเรียนการสอนผ่านเว็บ เช่น ความง่ายในการใช้งานของโปรแกรมระบบป้องกันการลักลอบข้อมูล  ระบบให้ความช่วยเหลือบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต  และความสะดวกในการปรับปรุงโปรแกรม เป็นต้น
          นอกจากคุณลักษณะดังกล่าวแล้ว การออกแบบรูปแบบการเรียนการสอนผ่านเว็บยังต้องคำนึงถึงคุณลักษณะสำคัญของเว็บที่เอื้อประโยชน์ต่อการจัดการเรียนการสอน มีอยู่ 8 ประการ ได้แก่
  1. การที่เว็บเปิดโอกาสให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ (Interactive) ระหว่างผู้เรียนกับผู้สอน และผู้เรียนกับผู้เรียน หรือผู้เรียนกับเนื้อหาบทเรียน
  2. การที่เว็บสามารถนำเสนอเนื้อหา ในรูปแบบของสื่อประสม
  3. การที่เว็บเป็นระบบเปิด (Open System) ซึ่งอนุญาตให้ผู้ใช้มีอิสระในการเข้าถึงข้อมูลได้ทั่วโลก
  4. การที่เว็บอุดมไปด้วยทรัพยากร เพื่อการสืบค้นออนไลน์ (Online Search / Resource)
  5. ความไม่มีข้อจำกัดทางสถานที่และเวลาของการสอนบนเว็บ (Device, Distance and Time Independent) ผู้เรียนที่มีคอมพิวเตอร์ในระบบใดก็ได้ ซึ่งต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ต จะสามารถเข้าเรียนจากที่ใดก็ได้ในเวลาใดก็ได้
  6. การที่เว็บอนุญาตให้ผู้เรียนเป็นผู้ควบคุม (Learner Controlled) ผู้เรียนสามารถเรียนตามความพร้อม ความถนัดและความสนใจของตน
  7. การที่เว็บมีความสมบูรณ์ในตนเอง (Self- contained) ทำให้เราสามารถจัดกระบวนการเรียนการสอนทั้งหมดผ่านเว็บได้
  8. การที่เว็บ อนุญาตให้มีการติดต่อสื่อสาร ทั้งแบบเวลาเดียว (Synchronous Communication) เช่น Chat และต่างเวลากัน (Asynchronous Communication) เช่น Web Board เป็นต้น
 
            ขั้นตอนการพัฒนาการฝึกอบรมผ่านเว็บ
          การพัฒนาการฝึกอบรมผ่านเว็บให้มีประสิทธิภาพและคุณภาพนั้น คือ การพัฒนาเว็บฝึกอบรมให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้ฝึกอบรมได้  ดังที่ Web-Based Training Information Center (2007: Online) กล่าวว่า ความสำเร็จของการฝึกอบรมผ่านเว็บ คือ การพัฒนาระบบการจัดเรียนการสอน (Instructional System Design / Development : ISD) ให้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ฝึกอบรม  โดยระบบการจัดการเรียนการสอนนั้นประกอบด้วยขั้นตอนต่างๆ ดังนี้
  1. การวิเคราะห์ความต้องการ (Client Needs Analysis)
  2. การวิเคราะห์ผู้เรียน (Tasks/User Analysis)
  3. การวิเคราะห์ความสามารถทางด้านเทคโนโลยีที่มีอยู่ (Technical Analysis)
  4. การออกแบบรูปแบบในการปฏิสัมพันธ์ (Interface Design)
  5. การทดสอบระบบการปฏิสัมพันธ์ (Usability Testing)
  6. การกำหนดมาตรฐานของระบบและการออกแบบรูปแบบในการนำเสนอเนื้อหา (Standards Definition and Design Document)
    1. การสร้างต้นแบบของเว็บเพื่อการฝึกอบรม (Template Design)
    2. การออกแบบรูปแบบการจัดการเรียนการสอน (Instructional Design)
    3. การออกแบบและกำหนดสื่อต่างๆ ในระบบการฝึกอบรมผ่านเว็บ (Media Creation)
10.  การจัดระบบเอกสารในเว็บ (Document Processing)
11.  การร่างและกำหนดระบบการให้บริการ (Server-side Scripting)
12.  การออกแบบระบบบำรุงรักษา (Site Maintenance)
13.  การออกแบบระบบผู้ดูแลรักษาเว็บ (Web Server Administration)
14.  การออกแบบระบบการประเมิน และการนำเสนอข้อมูล (Evaluation and Updating)
เมื่อดำเนินการครบทุกขั้นตอนแล้ว ต้องมีการทดสอบระบบการฝึกอบรมผ่านเว็บ (WBT) ว่าสามารถทำงานได้ตรงตามที่ออกแบบหรือไม่
 
            การประเมินผลการฝึกอบรมผ่านเว็บ
          การประเมินผลว่าการฝึกอบรมผ่านเว็บนั้น สามารถพิจารณาได้จากหลายปัจจัย ดังนี้
  1. คุณภาพของการออกแบบบทเรียน
  2. ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้
  3. ระดับการปฏิสัมพันธ์ของการฝึกอบรมผ่านเว็บ
  4. ความน่าสนใจ และการเร้าความสนใจของผู้เรียน
  5. เหมาะสมกับการรูปแบบการเรียนรู้ด้วยตนเอง
  6. สื่อที่ใช้ในการนำเสนอ
  7. ระบบช่วยเหลือผู้เรียน
  8. การออกแบบระบบการเรียนการสอน หรือการออกแบบรูปแบบของสถานการณ์จำลองเพื่อการเรียนรู้
  9. การนำเสนอข้อมูล สารสนเทศ
10.  ความเหมาะสมของระยะเวลาสำหรับการเรียนรู้
11.  ระบบและรูปแบบของการประเมินผล
12.  รูปแบบของเว็บ (Web page)
13.  ความต่อเนื่องและการจัดวางลำดับเนื้อหาการเรียนรู้
14.  ความสมบูรณ์และถูกต้องของเนื้อหาการเรียนรู้
15.  เทคโนโลยีการสื่อสาร
16.  การใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสมกับผู้เรียน
17.  ระบบการบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผู้เรียน
18.  คุณภาพของระบบเครือข่าย (network)
19.  ง่ายต่อการติดตั้งระบบและการใช้งานการฝึกอบรมผ่านเว็บ
20.  ประหยัดค่าใช้จ่าย
21.  ความถูกต้องของเนื้อหาและความเหมาะสมของเวลาในการเรียนรู้
22.  เป็นไปตามมาตรฐานของระบบการฝึกอบรมผ่านเว็บ
 
          นอกจากปัจจัยดังกล่าวแล้ว  คุณภาพของเว็บฝึกอบรมหรือบทเรียนฝึกอบรมผ่านเว็บ
ก็มีความสำคัญต่อการพัฒนาการฝึกอบรมผ่านเว็บเช่นกัน  โดยประเด็นที่ใช้ในการประเมินคุณภาพมีดังนี้
          1.  ความทันสมัย (Currency) ข้อมูลสารสนเทศที่ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งานก็ต่อเมื่อข้อมูลนั่นเป็นข้อมูลใหม่ ทันต่อสถานการณ์และได้รับการปรับปรุงแก้ไขตามระยะเวลาอย่างเหมาะสม
          2.  เนื้อหาและข้อมูล (Content and Information) คือ ต้องมีเนื้อหาและข้อมูลที่เป็นประโยชน์ โดยพิจารณาทั้งปริมาณและคุณภาพของเนื้อหาและข้อมูลว่ามีความเหมาะสม ถูกต้อง และครบถ้วนหรือไม่ 
          3.  ความน่าเชื่อถือ (Authority) การสร้างความเชื่อถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเว็บไซต์   เพราะมีเว็บไซต์จำนวนมากที่ไม่ทราบที่มาของผู้จัดทำ  ไม่สามารถติดต่อผู้ดูแลเว็บไซต์ได้  
ไม่มีการสงวนลิขสิทธิ์เพราะอาจลอกเลียนจากหนังสือหรือผู้อื่น ไม่มีตำแหน่งหน้าที่การงานหรือหน่วยงานที่ชัดเจน  ไม่มีที่อยู่ที่จะติดต่อหรือมีแหล่งที่แน่นอน  โดเมนเนมไม่มาตรฐาน เป็นต้น
4.  การเชื่อมโยงข้อมูล (Navigation) การประเมินเว็บไซด์ที่ดีควรจะแสดงการเชื่อมโยง
ไปยังส่วนต่างๆ ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย และอ่านได้อย่างชัดเจน
          5.  การปฏิบัติจริง (Experience) ควรจะมีเนื้อหาเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดและ
มีการแสดงผลอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้เข้าชมรู้สึกว่าไม่เสียเวลา ไม่ไร้ประโยชน์หรือเว็บเพ็จไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ผู้ออกแบบต้องคำนึงเสมอว่าการนำไปใช้งานจริง ผู้สืบคืนข้อมูลหรือผู้เข้าชมย่อมต้องการเข้ามาเพื่อเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด
          6.  ความเป็นสื่อประสม (Multimedia)  ซึ่งองค์ประกอบที่สำคัญของความเป็น Multimedia ภายในเว็บไซด์ คือ เสียง ภาพ  กราฟิก ภาพเคลื่อนไหว ควรสอดคล้องกับเนื้อหาภายในเว็บไซด์ นอกจากนี้ควรจะเป็น Multimedia ที่เพิ่มความสนใจให้ผู้เข้าชม
          7.  การให้ข้อมูล (Treatment) การจัดเนื้อหาเป็นเรื่องที่สำคัญและการเข้าสู่เนื้อหาเป็นสิ่งที่ต้องจัดทำให้เข้าถึงได้ง่าย และจัดข้อมูลอย่างเป็นระเบียบ  ในที่นี่หมายถึง การให้ข้อมูลเมื่อเข้าเริ่มตั้งแต่หน้าแรก ควรจะมีการจัดการข้อมูลโดยเฉพาะข้อมูลที่สำคัญควรวางไว้ในหน้าแรกๆ มีการเน้นหรือให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เช่น มีลักษณะที่เป็นหัวข้อใหญ่ หัวข้อย่อย เรียงกันไปตามลำดับความสำคัญ และการเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญนั้นควรเข้าถึงได้อย่างง่ายและรวดเร็ว
          8.  การเข้าถึงข้อมูล  (Access) การเข้าถึงข้อมูลในเว็บไซต์ต้องสามารถแสดงผลรวดเร็วหาและสามารถหาได้สะดวกจากเว็บประเภทสืบค้นข้อมูลหรือ Search Engine หรือเว็บได้ Add URL เอาไว้ใน Search Engine เช่น Google  หรือ Yahoo เป็นต้น
9.  การออกแบบการเรียนการสอน (Instructional Design) เว็บฝึกอบรมที่ดีจะต้องผ่านกระบวนการวิเคราะห์และออกแบบ เพื่อพัฒนาเป็นระบบการเรียนการสอนที่เหมาะสม
 
          จึงกล่าวได้ว่าการพัฒนาการฝึกอบรมผ่านเว็บนั้น ต้องตอบสนองต่อความต้องการบุคคลในการพัฒนาตนเอง ตอบสนองต่อความแตกต่างระหว่างบุคคล รวมทั้งเปิดโอกาสให้บุคคลได้เข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้อย่างกว้างขวาง ง่าย และประหยัดค่าใช้จ่าย ในขณะที่ผู้ผลิตหรือผู้บริหารจัดการฝึกอบรมผ่านเว็บก็ต้องคำนึงถึงคุณภาพของการฝึกอบรมผ่านเว็บเป็นสำคัญ
 
แนวโน้มของการฝึกอบรมผ่านเว็บ
          ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และการเจริญเติบโตของเครืออินเทอร์เน็ตถือเป็นส่วนสำคัญที่ผลักดันให้การฝึกอบรมผ่านเว็บได้รับความนิยมมากขึ้น  แนวโน้มของการฝึกอบรมผ่านเว็บนั้นจะให้ความสำคัญกับ 3 ปัจจัยหลัก คือ
  1. เทคโนโลยี  เนื่องจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่ไม่มีหยุดยั้งทำให้มีเทคโนโลยีใหม่เกิดขึ้นมาตอบสนองความต้องการอย่างมากมาย ดังนั้นแนวโน้มของการฝึกอบรมผ่านเว็บจะได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะความทันสมัย ความเหมาะสม และความสามารถในการตอบสนองต่อผู้เรียนด้วยเทคโนโลยีต่างๆ
  2. มาตรฐานคุณภาพ หมายถึงคุณภาพของเว็บเพื่อการฝึกอบรม ซึ่งมีการกำหนดไว้หลายมาตรฐาน
  3. การออกแบบระบบการเรียนการสอน ให้มีลักษณะดังนี้
-          ออกแบบหน่วยการเรียนรู้ให้มีขนาดเล็ก และมีความหลากหลาย
-          ผู้เรียนสามารถบริหารจัดการระบบการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง
-          ความคงทนของความรู้ที่ผู้เรียนได้รับจากการฝึกอบรมผ่านเว็บมีมากขึ้น
-          ตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนทั้งด้านเนื้อหา และเวลาในการเรียนรู้
 
          การพัฒนาการฝึกอบรมผ่านเว็บให้มีประสิทธิภาพและคุณภาพตามความต้องการ หรือตามมาตรฐานคุณภาพนั้น  จึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการศึกษาหาความรู้ของมนุษย์โลกยุคปัจจุบันที่องค์กรต่างๆ ควรจะนำไปใช้ในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในองค์กร ซึ่งหากนำหลักการวิจัยและพัฒนามาช่วยในการออกแบบและพัฒนาการฝึกอบรมผ่านเว็บให้เหมาะสมกับสภาพของแต่ละองค์กรแล้ว จะทำให้การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 
แหล่งอ้างอิง
 http://www.bangkokgis.com/webbased_training/aboutus/aboutus.htm
http://www.documen.com/WBT.htm