AI
คำตอบคือ..ตามประสบการณ์ของผม..เมื่อคุณถามด้วยคำถามเชิงบวกจะเกิดปรากฏการณ์กับผู้ที่เราถามดังนี้ครับ
- เขางง...ไม่รู้จะตอบคำถามนี้อย่างไร...คุณอาจต้องยกตัวอย่าง..หรืออาจต้องซักเอาครับ...หรือ อย่างที่ผมใช้ก็คือ..จะให้เขาอธิบายเป็นเหตุการณ์เป็นฉากๆ...หรือใช้คำพูดเช่น...พูดมาเป็นฉากๆ เลยครับ...ตรงนี้ช่วยได้มาก..
- เขาตอบเป็นภาพรวมเกินไป...เช่น..ถามว่า ชอบร้านอาหารแบบไหนที่สุด..บางคนถ้าไม่คุ้นแนว AI เขาจะตอบว่า...”ชอบร้านที่ทำอาหารอร่อย...พนักงานบริการดี..อย่างนี้เอาข้อมูลไปทำอะไรไม่ได้...คุณอาจต้องซักต่อ...โดยถามว่า .”เอาร้านที่ชอบที่สุดในดวงใจเลย..ร้านนั้นต่างจากร้านอื่นตรงไหน....” ในส่วนของพนักงารที่บอกว่าบริการดี นี่ก็ไม่รู้จะเอาไปใช้ประโยชน์ได้ไง เพราะคลุมเครือ ไปหน่อย..ก็อาจถามเจาะไปอีก..”..ที่คุณว่าบริการดีน่ะ...ดีตรงไหน...ไม่เหมือนที่อื่นตรงไหน..” อย่างนี้เขาจะตอบคุณได้
- อันนี้ยาก...ส่วนใหญ่เป็นคนงาน ซึ่งมักไม่ชินกับการตอบคำถาม หรือพูดยาว...ตรงนี้แนะนำให้ “จับถูกก่อน” เช่นเลูกศิษย์ผมเคยจับถูกพนักงาน..ที่ขายของหน้าร้าน...มีวันหนึ่งเขาขายกระเบื้องมุงหลังคารุ่นที่ราคาสูงให้กับลูกค้าได้..ทั้งที่ปรกติจะขายได้ยากมาก...เราก็เชิญเขามาเล่าประสบการณ์ให้ฟังฉากต่อฉาก...อย่างนี้ก็อีกแนวครับ
- อันนี้ยากขึ้นมาอีก...ขนาดจับถูกแล้ว...ก็ยังอธิบายไม่ถูกอีก..เราเคยเจอในคนงานเกี่ยวอ้อยใน สปป.ลาว...เราก็เลยให้เขาแสดงท่าเกี่ยวอ้อยให้ดู (กลุ่มนี้เกี่ยวอ้อยได้เร็วกว่ากลุ่มอื่น)..ในที่สุดก็ได้ท่าเกี่ยวอ้อยที่เร็วกว่าปรกติ..
- หินสุด..เรียกว่า..โดนดีครับ..ไม่ใช่ทุกคนที่จะคุยกับเราได้...บางคนก็จะถือโอกาสไม่ตอบ แถมว่าเราซะเสียหายอีก... ซักกลับจนทำให้เราเสียขวัญ..ถึงขั้นเสียจริต จิตตกก็เคยมาแล้ว... ด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม เช่นความเชื่อว่าการมองปัญหาให้อะไรมากกว่า...ก็อย่าคิดมากมายไปเลยครับ...นั่นเป็นอิสรภาพทางความคิดครับ...ไม่ว่ากัน...คนมีสิทธิเห็นต่างได้...ตอบไม่ได้ก็หาผู้รู้คุยด้วย...ฝึกปรือฝีมือไปเรื่อยๆครับ...ไม่งั้นก็ทำใจ..และพิสูจน์...ตัวเองไปเรื่อยๆ...
อย่าลืมครับ...เคล็ดลับคือ ทำมากๆ เข้าไว้...
คุณล่ะ คิดอย่างไร....


สวัสดีค่ะ
คิดในเชิงบวกเข้าไว้นะคะ
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณมากคุณณัฐรดา...
เรียนท่านอาจารย์ภิญโญที่นับถือ
มาเรียนกับอาจารย์บ่อยๆทำให้เข้าใจมากขึ้น มิน่าล่ะลูกชายชอบถามแบบอาจารย์เลยค่ะ เวลาไปกินข้าวนอกบ้านเค๊าจะถาม
"แม่ชอบร้านไหนที่สุด"
" ชอบเพราะอะไร"
" มีอะไรต่างจากร้านอื่น" หรือ มีอะไรที่ร้านอื่นไม่มี
จนบางครั้งต้องถามลูกกลับว่า "ถามทำไม" ที่แท้เค๊าแอบเก็บข้อมูลนี่เอง และร้านอาหารที่ไปประจำมีอยู่ แค่ 4 ร้านค่ะ แต่ละร้านก็มีความแตกต่าง เช่น
1. ร้านไผ่สีทอง ทางไปมมส.ใหม่ ร้านนี้ที่ไปบ่อยเพราะอาหารอร่อย ราคาไม่แพง บรรยากาศก็ดีเป็นแพอยู่กลางน้ำค่ะ ไปแต่ละครั้งคนจะเยอะมาก แต่ที่ทำให้อึ้งก็คือวันนั้นดิฉันมาส่งลูกที่ขอนแก่น ขากลับเลยแวะกินข้าวที่ร้านนี้ พอบริกรมาเสิร์ฟอาหาร(คนนี้ไม่เคยเห็นหน้าสักครั้งสงสัยจะเป็นเจ้าของร้าน) พอยกถาดอาหารมาถึงเค๊าก็ยิ้มทักทาย "สวัสดีครับ วันนี้ลูกชายไม่มาด้วยหรือครับ" งง ค่ะเพราะไม่เคยเจอเลยคงดูเราอยู่หลังร้าน
ครั้งต่อมาเว้นระยะประมาณ 2 เดือน พอไปถึงเจ้าของร้านที่เป็นผู้หญิงถามว่า "วันนี้กินอะไรดีเขียนเลยค่ะ"ว่าแล้วก็ส่งกระดาษให้เพราะว่าเราต้องเขียนรายการอาหารเองแต่วันนั้นดิฉันพูดเล่นๆว่า "เหมือนเดิมแล้วกัน" เจ้าของร้านก็ยิ้มและบอกว่า"งั้นพี่ไม่ต้องเขียนหรอกค่ะเดี๋ยวหนูเขียนให้เอง เป็น ลาบปลา 1, ต้มปลาไม่ต้องใส่หม้อไฟ 1, ส้มตำลาวไม่เผ็ด1, หมูแดดเดียว1, ข้าวเหนียว2, ข้าวสวย1,น้ำเปล่าและน้ำแข็งนะคะ เชิญเลือกแพนั่งเลยค่ะ โอ้โฮ เจอแบบนี้อึ้งเลยค่ะ จำได้แม้กระทั่งเราชอบนั่งแพไม่นั่งโต๊ะข้างบน แสดงว่าเค๊าใส่ใจในรายละเอียดของลูกค้ามากเพราะแต่ละวันไม่ใช่น้อยๆนี่คือสิ่งที่ประทับใจมากค่ะ ร้านที่เหลือเอาไว้เล่าวันหลังนะคะเดี๋ยวจะเบื่ออ่านซะก่อน
สวัสดีครับคุณยาย
คุณยายเก็บรายละเอียดได้ในแบบ AI เลยครับ...อย่างนี้ใช่เลย..
และฝากขอบใจลูกชายด้วยครับ...ที่ไปเป็นตัวแทนชาว AI Thailand ให้ครับ...