AI

คำตอบคือ..ตามประสบการณ์ของผม..เมื่อคุณถามด้วยคำถามเชิงบวกจะเกิดปรากฏการณ์กับผู้ที่เราถามดังนี้ครับ

  1. เขางง...ไม่รู้จะตอบคำถามนี้อย่างไร...คุณอาจต้องยกตัวอย่าง..หรืออาจต้องซักเอาครับ...หรือ อย่างที่ผมใช้ก็คือ..จะให้เขาอธิบายเป็นเหตุการณ์เป็นฉากๆ...หรือใช้คำพูดเช่น...พูดมาเป็นฉากๆ เลยครับ...ตรงนี้ช่วยได้มาก..
  2. เขาตอบเป็นภาพรวมเกินไป...เช่น..ถามว่า ชอบร้านอาหารแบบไหนที่สุด..บางคนถ้าไม่คุ้นแนว AI เขาจะตอบว่า...”ชอบร้านที่ทำอาหารอร่อย...พนักงานบริการดี..อย่างนี้เอาข้อมูลไปทำอะไรไม่ได้...คุณอาจต้องซักต่อ...โดยถามว่า .”เอาร้านที่ชอบที่สุดในดวงใจเลย..ร้านนั้นต่างจากร้านอื่นตรงไหน....” ในส่วนของพนักงารที่บอกว่าบริการดี นี่ก็ไม่รู้จะเอาไปใช้ประโยชน์ได้ไง เพราะคลุมเครือ ไปหน่อย..ก็อาจถามเจาะไปอีก..”..ที่คุณว่าบริการดีน่ะ...ดีตรงไหน...ไม่เหมือนที่อื่นตรงไหน..” อย่างนี้เขาจะตอบคุณได้
  3. อันนี้ยาก...ส่วนใหญ่เป็นคนงาน ซึ่งมักไม่ชินกับการตอบคำถาม หรือพูดยาว...ตรงนี้แนะนำให้ “จับถูกก่อน” เช่นเลูกศิษย์ผมเคยจับถูกพนักงาน..ที่ขายของหน้าร้าน...มีวันหนึ่งเขาขายกระเบื้องมุงหลังคารุ่นที่ราคาสูงให้กับลูกค้าได้..ทั้งที่ปรกติจะขายได้ยากมาก...เราก็เชิญเขามาเล่าประสบการณ์ให้ฟังฉากต่อฉาก...อย่างนี้ก็อีกแนวครับ
  4. อันนี้ยากขึ้นมาอีก...ขนาดจับถูกแล้ว...ก็ยังอธิบายไม่ถูกอีก..เราเคยเจอในคนงานเกี่ยวอ้อยใน สปป.ลาว...เราก็เลยให้เขาแสดงท่าเกี่ยวอ้อยให้ดู (กลุ่มนี้เกี่ยวอ้อยได้เร็วกว่ากลุ่มอื่น)..ในที่สุดก็ได้ท่าเกี่ยวอ้อยที่เร็วกว่าปรกติ..
  5. หินสุด..เรียกว่า..โดนดีครับ..ไม่ใช่ทุกคนที่จะคุยกับเราได้...บางคนก็จะถือโอกาสไม่ตอบ แถมว่าเราซะเสียหายอีก... ซักกลับจนทำให้เราเสียขวัญ..ถึงขั้นเสียจริต จิตตกก็เคยมาแล้ว... ด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม เช่นความเชื่อว่าการมองปัญหาให้อะไรมากกว่า...ก็อย่าคิดมากมายไปเลยครับ...นั่นเป็นอิสรภาพทางความคิดครับ...ไม่ว่ากัน...คนมีสิทธิเห็นต่างได้...ตอบไม่ได้ก็หาผู้รู้คุยด้วย...ฝึกปรือฝีมือไปเรื่อยๆครับ...ไม่งั้นก็ทำใจ..และพิสูจน์...ตัวเองไปเรื่อยๆ...

อย่าลืมครับ...เคล็ดลับคือ ทำมากๆ เข้าไว้...

 

คุณล่ะ คิดอย่างไร....