การส่งเสริมการอ่านให้กับนักเรียนให้มีประสิทธิภาพนั้นต้องอาศัยเสาหลัก 3 เสาดังนี้คือ

เสาแรก คือครอบครัว จะต้องส่งเสริมด้วยการทำตัวเป็นต้นแบบผู้ปกครองจะต้องอ่านหนังสือให้ลูกๆเห็นนำสิ่งที่อ่านได้มาพูดคุยกับลูก ชักชวนลูกๆอ่านแล้วนำมาคุยกันในวงข้าว ว่าเรื่องที่อ่านให้ข้อคิดอะไรได้อะไรจากการอ่าน พาลูกๆไปซื้อหนังสือที่ลูกสนใจ ให้ของขวัญลูกๆเป็นหนังสือ พาลูกเข้าห้องสมุดบ้างในบางโอกาสสิ่งสำคัญที่ครอบครัวคือการสร้างบรรยากาศในบ้านให้น่าอ่าน มีแหล่งมีมุมสบายๆที่นั่งอ่านนอนอ่าน อาจจัดเป็นมุมอ่านในบ้าน มุมห้องสมุดบ้านเป็นที่รวบรวมหนังสือหยิบก็ง่ายหายก็รู้ดูก็งามตา

เสาที่สอง โรงเรียน โรงเรียนเป็นแหล่งบ่มนิสัย ส่งเสริมให้ผู้เรียนเป็นผู้ใฝ่เรียนใฝ่รู้ได้เป็นอย่างดียิ่งด้วยการจัดบรรยากาศส่งเสริมการอ่านด้วยการจัดทุกแห่งให้เป็นแหล่งเรียนรู้ จัดกิจกรรมทุกอย่างทุกช่วงเวลาที่มีให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยการจัดกิจกรรมเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง มีการส่งเสริมกำลังใจให้รางวัลเป็นแรงจูงใจ จัดสร้างผู้นำแกนนำในการรักการอ่านและให้หาเครือข่าย1:10 จัดเวลาให้เครือข่ายแลกเปลี่ยนเรื่องราวที่ได้อ่าน จัดตั้งชมรม / ชุมนุมรักการอ่านให้เวลาได้มีบทบาทในการแสดงออก
    เสาที่สาม คือครู เป็นผู้ที่ไกล้ชิดในการเรียนรู้ เป็นผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครูควรให้โอกาสได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันให้มาก ครูควรทฤษฏี 3เปิดในการส่งเสริมผู้เรียนด้วยการเปิดตัวผู้เรียนต้องรู้ผู้เรียนว่ามีความถนัดความสนใจอะไรมีพรสวรรค์ด้านใดจากนั้นก็เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนฝึกทักษะครูเป็นคอยชี้แนะคอยเป็นเทรนเนอร์ชี้แนะให้เห็นทางสว่าง แล้วจึงเปิดเวทีพาไปแข่งขันแสดงความสามารถหรือเปิดเวทีให้แสดงความสามารถ