วันนี้ได้มีโอกาส ไปขอ VISA USA มา เลยอยากมา share ประสบการ์ เผื่อใครที่จะไป ขอ VISA เอาไว้เป็นข้อมูลเล็กๆน้อยๆ

ขั้นตอนการขอ VISA คือ เราควรจะต้องรู้ว่าเราจะไปที่ไหน ของUS ไปช่วงใด ไปทำอะไร เพราะเดี๋ยวจะต้องมากรอกข้อมูล

เริ่มแรก ก็ไปทำนัด VISA ก่อน เพราะว่า โดยส่วนใหญ่ กว่าจะได้คิวสัมภาษณ์ ก็จะประมาณ 1 เดือน นั่นแหละ เข้าไปที่ web https://thailand.us-visaservices.com ไปตรงช่องบนอันแรกที่บอกว่า VISA appointment ถ้าใครอ่านภาษาอังกฤษไม่ได้ ก็ไปที่ภาษาไทย  มันจะเป็นรูปธงชาติไทยให้กด จะได้อ่านแล้วเข้าใจมากขึ้น

การที่จะทำ นัดได้นั่น จะต้องมีการใส่ PIN ก่อน โดย PIN นี้จะหาได้จาก

1. ซื้อจากที่ไปรษณีย์

2. สั่งซื้อทาง internet โดยจ่ายผ่านบัตรเครดิต ของเรานั้นก็ซื้อทาง internet จ่ายผ่านบัตรเครดิตเลยก็ง่ายดี แล้วสามารถใช้ได้เลย ราคาประมาณ เกือบ 500 บาท เค้าจะมีให้เลือกว่า ซื้อทาง internet ได้นะจ๊ะ

จากนั้นก็ใส่รหัส PIN เข้าไป เค้าก็จะให้กรอกข้อมูล ว่า เป็น group หรือว่า คนเดียว ของเราก็กรอกไปว่าคนเดียว ก็ทำตามขั้นตอนไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง จะมี ตารางปฏิทินให้เลือก ว่าว่างวันไหนกี่โมง อย่างไรบ้าง ข้อย้ำว่า เวลาที่นัดนั้น สุดท้ายแล้ว มันก็ไม่ได้สัมภาษณ์ตามนั้นหรอกนะ ถ้าได้ 7.15 หรือ 7.30 หรือ 8.00 ไม่มีความแตกต่างกันเลย เดี๋ยวจะบอกว่าทำไม  ก็กดนัดไปตามขั้นตอนเรื่อยๆ

จากนั้นเราก็ต้องไปกรอกข้อมูล DS 160 ซึ่งเค้าจะมี line ให้ไปกรอก ที่ web นี้จะไม่มีภาษาไทย ดังนั้นคนที่อ่านภาษาอังกฤษไม่ออก ก็อาจต้องรบกวนคนกรอกให้

การกรอก DS 160 นั้น 

จะให้กรอก ชื่อ สกุล ประวัติทั่วไปซึ่งถ้าใครที่เคยเปลี่ยนชื่อ แต่งงาน เปลี่ยนนามสกุลให้กรอกไปเลย ไม่งั้นก็จะไปมี ปห ตอนที่ไปยื่น visa อีกบางครั้งเค้าก็จับได้ว่าเราเปลี่ยนนามสกุล จำได้ว่าตอนไปยื่น คนข้างหน้าไม่ได้กรอกเอง โดนถามตลอดเวลาว่าทำไมข้อมูลบิดเบือนตลอด สุดท้ายก็โดนไล่ให้ออกไปจัดการเอกสารนี้มาใหม่ ทั้งที่ยังไม่ได้เข้าไปสัมภาษณ์เลย มันจะทำให้เราเสียทั้งเวลา เสียทั้งหน้า (เพราะเวลาเค้าพูดเค้าจะออกไมโครโฟน คนข้างหลังจะได้ยินหมดเลย)

จากนั้นก็กรอกว่าเราจะไปที่เมืองไหน ให้กรอกที่พัก ถ้ายังไม่ได้จองที่พัก ก็ใส่ ที่อยู่ของ โรงแรมอะไรไปก็ได้ แต่ก็จดไว้ด้วยนะ เผื่อเค้าถามจะได้ตอบถูก

ถ้ามีญาติ ก็ใส่ลงไป หรือจะ กรอกว่า NO ก็ได้ แต่ต้องจำให้ได้ละกัน บางทีเค้าถามต้องตอบให้ตรง

กรอกรายได้ ควรกรอกลงไปให้มีรายได้ถ้าไม่มีรายได้ บางครั้งเค้าจะไม่อนุมัติ นะ เห็นคนนึงเป็นแม่บ้าน ก็โดนไม่ออก VISA ให้ เพราะจนท บอกว่า คุณอยู่ได้อย่างไร ไม่มีรายรับ แป่ว !!!

สำคัญว่ากรอกอะไรไป ต้องตอบตามนั้น เพราะว่า จนท เค้า trainมาอย่างดี บางครั้งก็ ถามไปถามมา แล้วเราตอบไม่ตรง เค้าก้อจะ ตีกลับให้ไปจัดการใหม่ เค้าจะถามว่า คุณกรอกมานี่ จริงหรือเปล่า ยอมรับไหม

ถ้ามีใครช่วยกรอกก็ติ๊กไปตามนั้น

ของเรานั้น เดิมเคยมี VISA US แล้วแต่ pass เก่าหายไปแล้ว ก็จำไม่ได้ว่าเคยได้ VISA ตั้งแต่เมื่อไร ก็ใส่ข้อมูลไปว่าเคยมี VISA แล้วใส่วันที่มั่วๆ แถวๆช่วงที่เราเคยไปลงไป เน้นนะ ถ้ามีเคยมี VISA แล้วต้องใส่นะ เพราะว่าเค้า check มีคนข้างหน้า ตอนสัมภาษณ์เค้ากรอกว่าเค้าไม่เคยมี VISA แต่ จนท บอกว่า มีประวัติ เค้าก็จ๋อยไปเลย  ถ้ามี pass เล่มเก่าก็อย่าลืมเอาไปด้วยละกัน

อ๊อ ก่อนที่จะกรอก จะต้อง upload รูป ด้วย ก็ให้ไปถ่ายรูปบอกเค้าว่าทำ VISA US จะได้รูปขนาดประหลาดๆ ออกมา  ก็ load ไปตามขั้นตอน เค้าจะมีการ check profile รูปให้เสร็จสรรพ

สำคัญว่า ตอนกรอก DS 160 นั้นควรเตรียมเอกสาร เช่นวันเกิด พ่อแม่ ที่อยู่ที่พัก สถานที่ติดต่อ VISA เก่า passport อะไรให้พร้อม เพราะว่า มันมีระยะเวลาให้กรอก (จำไม่ได้ว่าประมาณ 15 นาที ) ถ้าหมดเวลาก็ต้องมานั่งกรอกใหม่ เสียเวลามาก เรากรอกหลายรอบมาก แล้วมันมีให้ save แต่สุดท้ายก็ไม่รุทำไม save ไม่ได้ ไม่เข้าใจเหมือนกัน

สุดท้ายก็ไปจ่ายตังค์ แล้วแต่ชนิด VISA ที่ไปรษณ๊ย์ เอาใบเสร็จมา

ของเรา 140$

คราวนี้มาวันที่สัมภาษณ์

ก็ไปถึงเช้าหน่อย เค้าจะเขียนว่าถึงก่อน 30 minute แต่ความจริงคนอื่นๆ เค้าก็ไปก่อนเป็นชั่วโมงเลยนะ

เตรียมเอกสารแยกไว้ ดังนี้

passport

ใบเสร็จ

ใบ barcode ของ DS 160

รูปถ่าย 1 ใบ เผื่อว่า ที่ upload ไป ใช้ไม่ได้

เอกสาร ยื่นยัน หรือรับรองการทำงานหรือเรียนอยู่

ถ้าไปประชุมก็ letter invitation ด้วย

หรือเอกสารอื่นๆที่เค้า request กรณ๊ขอ VISA อื่นๆ

เอกสารอื่นที่เตรียมไป แต่เก็บแยกไว้ ไม่ต้องยื่นให้เค้า เช่น book bank ,statement ,ใบสมรส , ทะเบียนบ้าน , แพทย์ก้อเอาใบประกออบวิชาชีพไป , visa US เล่มเก่า  เป็นต้น ประกันชีวิต ถ้าเป็นเจ้าของบริษัทต้องเอาใบจดทะเบียนบริษัทไปด้วยนะ เน้นว่าของทุกอย่างต้องเป็นตัวจริง ใบ xerox เค้าไม่เอานะ

ของเรานัดรอบ 7.30 แต่เราไปถึง 6.30 เค้าก็ให้เข้าข้างในเลย

ด่านแรก จะเป็นให้เก็บเครื่องมืออุปกรณ์ electronic ฝากเค้าไว้  เอากระเป๋า scan เครื่อง และตัวเรา ดังนั้นพอเข้าข้างในจะโดนตัดขาดจากโลกภายนอกเลย มีอะไรก็บอกคนอื่นเอาไว้ก่อนนะว่าวันนี้เรามาทำ VISA

ด่านต่อไปก็จะเดินไปตรวจสอบเอกสาร เค้าก็จะคัดกรองว่าให้เราไปยื่นเอกสารที่ช่องไหน ก็เอา passport /confirmation card/ใบเสร็จให้เค้าดู

จากนั้นก็ไปยื่น เอกสารรอรับคิว ตรงนี้ก็จะใช้เวลานานเพราะม่ีแค่ไม่กี่ช่องแล้วเค้าก็จะถามโน่นนี่เกี่ยวกับสิ่งที่เรากรอกไว้ เช่น คุณสมรสหรือยัง คุณเปลี่ยนชื่อ คุณมีญาติไหม และจะ scanนิ้วมือ 10 นิ้ว เช็ดมือก่อน scan เพราะถ้ามือเปียกจะโดนดุ จนท ที่ us embassy ดู ดุๆ ทุกคน แต่ก็เข้าใจว่าคนขอ VISA เยอะมาก เค้าคงจะเบื่อมากมาย และบางคนก็งี่เง่าจริงๆ บางคนไม่ได้กรอกเอง ข้อมูลผิดหมด ก็โดนนานทำให้แถวไม่ขยับไปด้วย ระหว่างนี้ก็กรอกใบที่อยู่ที่ถ้าเกิดว่า visa ผ่านจะให้เค้าส่งมาให้ที่ไหน

แนะนำว่าถ้ามาเป็น group จะขอ VISA ง่ายกว่า single มาคนเดีย วดังนั้นถ้ามีเพื่อนเดินทาง ก็ควรจะมาพร้อมๆกันยื่นพรอ้มกันจะดีกว่า ไม่โดนถามมาก

พอได้คิว ก็เข้าไปข้างใน ก็ รอรอ รอ ให้เค้าเรียกเบอร์เราอย่างเดียว เค้าจะเรียกสลับไปมา ไม่เรียงตามคิว บางคนมาทีหลังได้เรียกก่อน บางคนมาก่อนได้เรียกทีหลัง อย่าไปหงุดหงิด แนะนำให้ มีคนที่รุจักไปขอด้วยกัน จะได้ไม่น่าเบื่อ ไม่งั้นการรอคอยเฉยๆ น่าเบื่อมาก (ประสบมาแล้ว )คิว ก็จะแบ่ไปหลายๆ ประเภท

ถ้าพวก

0xx อันนี้ จะไวหน่อย เป็นพวก ยื่นครั้งแรก

2xx อันนี้เป็น group คิวก็ค่อนข้างไว เพราะถ้าใน groupได้ก้มักได้กันหมด

5xx อันนี้ ไม่รุเป็นอะไร แต่คิว ไม่ไวมาก ช้าปานกลาง

8xx อันนี้พวก ไป ธุรกิจ /conference B2 มั๊ง นานมาก ไม่รุเค้าไปรอทำ ป๊ะ อะไร ทำใจเลยถ้าได้คิวเลข 8 เนี่ย เราได้ 807 เข้าไป 8.00 รอถึง 11.00 แน่ะ ตอนนั้นพวก 0xx ไปถึง 034 แล้วอ่ะ

9xx อันนี้เป็นพวก VISA แบบไปเป็นปี ไปเรียนต่อ ไปทำงานที่มีจม ยืนยันอ่ะ เค้าจะเรียกทีละ 10 คน แถวนี้ไปไว ไม่ต้องถามมากเท่าไร

อย่ารอฟังเรียกเบอร์อย่างเดียว เบอร์จะรวนๆ บางครั้งก็เรียกภาษาไทย บางครั้งก็เรียก ภาษาอังกฤษ บางครั้งเค้าไม่เรียกเบอร์ก็จะเรียกชื่อแทน

คนสัมภาษส่วนใหญ๋เป็นฝรั่งแต่ก็มีคนไทยเหมือนกัน ช่วงแรกเค้าจะสัมภาษ พร้อมๆกันประมาณ 4 counter

คำถามที่ถาม ก็ vary

ตั้งแต่ คุณไปทำอะไร ไปกับใคร พักที่ไหน จะไปทำไม คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม (แล้วเค้าก็พูด อังกฤษ) คุณทำงานอะไร ทำมานานเท่าไร เงินเดือนเท่าไร (ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยขอดูหลักฐานนะ แต่ก็ควรจะเตรียมไป )

ของเราก็โดนถามแค่ เคยไปที่ไหนมาบ้าง visa คราวที่แล้วไปทำอะไร  แล้วก็จะจบด้วย --VISA approve

เอาใบนี้ไปซื้อซองไปรษณีย์นะ สวัสดีครับ (ฝรั่งพูดไทย)

ส่วนใหญ่คนที่จะผ่าน จะถามไม่นาน คนที่ไม่ผ่่านถามนานโค่ต

ทำใจเรื่องรอคิวเลย หาหนังสือไปอ่านก็ได้ ใครคิดจะเล่นเกมส์มือถือหรือ net หมดสิทธิ์เลยนะ

ถ้ามีเพื่อนไปก็นั่งเมาท์รอๆ ไป คิวมันจะโดดไปมา ไม่เรียงหรอกค่ะ

Good luck for visa apllication na ka..