การพัฒนานวัตกรรม

การพัฒนานวัตกรรม

พัฒนาสื่อพื้นฐาน-เกิดนวัตกรรม 

ขั้นตอนการสร้างและหาคุณภาพเครื่องมือ 

ขั้นตอนการสร้างแบบฝึกเสริมทักษะวิชาภาษาไทย  ชั้นประถมศึกษาปีที่  2  ช่วงชั้นที่  1  ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ดังนี้

1  ศึกษาแผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย  ชั้นประถมศึกษาปีที่  2  ช่วงชั้นที่  1  ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ที่จัดทำขึ้น

2  ศึกษาเนื้อหาจากคู่มือประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  แบบเรียนภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่  2  ช่วงชั้นที่  1  ของกระทรวงศึกษาธิการ  การวัดและประเมินผลกลุ่มสาระภาษาไทย  แบบฝึกเสริมทักษะภาษาไทย  ชั้นประถมศึกษาปีที่  2  ช่วงชั้นที่  1  ของกระทรวงศึกษาธิการ  เอกสารเสริมความรู้ต่างๆ  แล้วกำหนดผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง  สาระสำคัญ  ให้สอดคล้องกับเนื้อหาที่เรียนในแผนการจัดการเรียนรู้  แล้วแบ่งเนื้อหาในแบบฝึกเสริมทักษะวิชาภาษาไทย

3  จัดพิมพ์แบบฝึกเสริมทักษะวิชาภาษาไทย  ชั้นประถมศึกษาปีที่  2  ช่วงชั้นที่  1  ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  เป็นรูปเล่มที่สมบูรณ์

4  นำแบบฝึกเสริมทักษะวิชาภาษาไทย  ชั้นประถมศึกษาปีที่  2  ช่วงชั้นที่  1  ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ที่พิมพ์เรียบร้อยแล้วไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความถูกต้องและความสอดคล้องของผลการเรียนรู้ที่คาดหวังและเนื้อหา  ตลอดจนความสอดคล้องกับหลักสูตร

5  ปรับปรุงแก้ไขแบบฝึกเสริมทักษะ  ตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ  จัดทำแบบฝึกเป็นรูปเล่ม

6  นำแบบฝึกเสริมทักษะที่ปรับปรุงแก้ไขแล้ว  ไปใช้สอนกับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  2  ช่วงชั้นที่  1  เพื่อหาแนวทางแก้ไขแบบฝึกเสริมทักษะให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

7  นำแบบฝึกเสริมทักษะที่ได้ปรับปรุงแก้ไขแล้ว  ไปใช้สอนกับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  2  ช่วงชั้นที่  1  เพื่อหาประสิทธิภาพของแบบฝึกเสริมทักษะ  โดยวิธีการหาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง  สาระสำคัญ  กิจกรรมการเรียนการสอน  สื่อการเรียน  และการวัดผลประเมินผล  ของแบบฝึกเสริมทักษะที่จัดทำขึ้น  ของแผนการจัดการเรียนรู้

8  ปรับปรุงสื่อแต่ละชิ้นตามความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ  แล้วจัดทำสื่อสมบูรณ์นำไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  2  เพื่อหาประสิทธิภาพตามเกณฑ์ของชุดการเรียนรู้  โดยมีขั้นตอนในการทดลองดังนี้

1.  ทดลองแบบหนึ่งต่อหนึ่ง  (One  to  One  Testing)  โดยนำแบบฝึกเสริมทักษะไปทดลองใช้กับนักเรียน  จำนวน  3  คน  ที่มีผลการเรียนรู้อยู่ในระดับ  เก่ง  ปานกลาง  และอ่อน  ระดับละ  1  คน  แล้วนำผลที่ได้มาคำนวณหาค่าประสิทธิภาพและค่าดัชนีประสิทธิผล  เพื่อปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่อง  ครั้งที่  1

2.  ทดลองกลุ่มเล็ก  (Small  Group  Testing)  นำแบบฝึกเสริมทักษะไปทดลองใช้กับนักเรียน  จำนวน  10  คน  ที่มีผลการเรียนอยู่ในระดับเก่ง  3  คน  ปานกลาง  4  คน  และอ่อน  3  คน  แล้วนำผลที่ได้มาคำนวณหาค่าประสิทธิภาพและค่าดัชนีประสิทธิผล  เพื่อปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่อง  ครั้งที่  2

3.  การทดลองภาคสนาม  (Field  Testing)  นำแบบฝึกเสริมทักษะที่ทำการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องแล้วไปทดลองใช้กับนักเรียน  จำนวน  30  คน  เพื่อหาค่าประสิทธิภาพและค่าดัชนีประสิทธิผล

9  นำแบบฝึกเสริมทักษะไปใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  2 

 

ข้อเสนอแนะในการสร้างแบบฝึก

                1.  ในแต่ละแบบฝึกอาจมีเนื้อหาสรุปย่อ  หรือเป็นหลักเกณฑ์ไว้ให้ผู้เรียนได้ศึกษาทบทวนก่อน

                2.  ต้องให้ผู้เรียนศึกษาเนื้อหาก่อนใช้แบบฝึก

                3.  ควรสร้างแบบฝึกให้ครอบคลุมเนื้อหา  และจุดประสงค์ที่ต้องการ  และไม่ยากหรือง่ายเกินไป

                4.  คำนึงถึงหลักจิตวิทยาการเรียนรู้ของเด็กให้เหมาะสมกับวุฒิภาวะ  และความแตกต่างของ

ผู้เรียน

                5.  ควรศึกษาแนวการสร้างแบบฝึกให้เข้าใจก่อนปฏิบัติการสร้าง  อาจนำหลักการของผู้อื่น  หรือทฤษฎีการเรียนรู้ของนักการศึกษา  หรือนักจิตวิทยามาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับเนื้อหา  และ

สภาพการณ์ได้

                6.  ควรมีคู่มือการใช้แบบฝึก  เพื่อให้ผู้สอนคนอื่นนำไปใช้ได้อย่างกว้างขวาง  หากไม่มีคู่มือต้องมีคำชี้แจงขั้นตอนการใช้ที่ชัดเจน  แนบไปในแบบฝึกด้วย

                7.  การสร้างแบบฝึกควรพิจารณารูปแบบให้เหมาะสมกับธรรมชาติของแต่ละเนื้อหาวิชา

                8.  การออกแบบชุดฝึกควรมีความหลากหลาย  ไม่ซ้ำซาก  ไม่ใช้รูปแบบเดียว  เพราะจะทำให้ผู้เรียนเกิดความเบื่อหน่าย  ควรมีแบบฝึกหลาย ๆ  แบบ  เพื่อฝึกให้ผู้เรียนได้เกิดทักษะอย่างกว้างขวางและส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์อีกด้วย

                9.  การใช้ภาพประกอบเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้แบบฝึกนั้นน่าสนใจ

                10.  แบบฝึกต้องมีความถูกต้อง  อย่างให้มีข้อผิดพลาดโดยเด็ดขาด  เพราะผู้เรียนจะจำในสิ่ง

ที่ผิด ๆ  ตลอดไป